เป็นที่คาดหมายได้อยู่แล้วว่าจะเกิดกระแสเรียกร้องแบบนี้ และเชื่อได้เลยว่ากระแสจะรุนแรงขึ้นเมื่อนายกฯ ตอบรับเป็นว่าที่นายกฯ ในบัญชีพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งสำหรับกระแสเรียกร้องให้ลาออก มีออกมาเคลื่อนไหวหลายพรรคแล้ว ทั้งเพื่อชาติ ไทยรักษาชาติ แม้จะมองได้ว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกันทางการเมือง แต่ถ้าสุดท้ายกระแสจุดติด ประชาชนเห็นด้วยมาย้อนดูข้อเรียกร้องที่มีต่อนายกฯ ก่อน มีหลักๆ 3 ข้อ คือ
1.ขอให้ พลเอกประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช. ยุติการใช้อำนาจตาม ม.44 เพราะสามารถแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้งได้2.ขอให้รัฐบาล คสช.ยึดแนวปฏิบัติเหมือนรัฐบาลจากการเลือกตั้ง คือเมื่อมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งแล้ว ก็ต้องไม่มีการโยกย้ายข้าราชการ และไม่อนุมัติโครงการใหญ่ๆ หรือก่อหนี้ผูกพันงบประมาณไปถึงรัฐบาลชุดต่อไป3.ขอให้ พลเอกประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทันทีที่ตอบรับเป็น "ว่าที่นายกฯ" ในบัญชีพรรคการเมือง

จนถึงวันนี้ยังไม่มีท่าทีใดๆ ออกมาจากนายกฯ แต่จากการตรวจสอบรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันพบว่า ในบทเฉพาะกาลได้เขียนรับรองสถานะของรัฐบาล และคงไว้ซึ่งอำนาจของ คสช.เอาไว้อย่างน้อยๆ 2 มาตรา คือ

มาตรา 264 แปลความได้ว่า เป็นการรับรองสถานะของคณะรัฐมนตรีว่ามีอำนาจเต็ม ไม่ใช่ ครม.รักษาการ ฉะนั้นรัฐบาล คสช.ยังสามารถโยกย้ายข้าราชการ และตั้งงบผูกพันได้ต่อไป ไม่ติดเงื่อนไขรัฐบาลรักษาการเหมือนรัฐบาลจากการเลือกตั้งที่ถูกห้ามโยกย้ายข้าราชการ และใช้งบก้อนใหญ่ที่มีผลผูกพันถึงรัฐบาลชุดต่อไปขณะที่มาตรา 265 บัญญัติให้ คสช.ยังคงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญจะเข้ารับหน้าที่

จากบทบัญญัติมาตรานี้ ทำให้ คสช.ยังออกประกาศ คำสั่งต่างๆ ได้เรื่อยๆ รวมไปถึงอำนาจตามมาตรา 44 ของหัวหน้าคสช.ด้วย และอำนาจนี้จะมีไปจนถึงคณะรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งเข้ารับหน้าที่ ฉะนั้นแม้จะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้ว แต่ยังไม่มี ครม. หรือ ครม.ใหม่ยังไม่เข้ารับหน้าที่ พลเอกประยุทธ์ก็ยังมีอำนาจใช้ ม.44 ได้ตลอดเวลา

ฉะนั้นเสียงเรียกร้องของบรรดาพรรคการเมือง จึงไม่ใช่เรื่องข้อกฎหมาย เพราะการอยู่ในตำแหน่งต่อไปของนายกรัฐนตรี และการใช้อำนาจในฐานะหัวหน้า คสช.เป็นไปตามทีรัฐธรรมนูญกำหนดอยู่แล้ว หากจะให้หยุดการใช้อำนาจ ก็ต้องพึ่งพาจิตสำนึก หรือสปิริตของนายกฯประยุทธ์อย่างเดียวเท่านั้น คำถามที่น่าสนใจก็คือ กระแสเรียกร้องที่ออกมา ต้องการให้ "ลุงตู่" แสดงสปิริต เพื่อให้การเมืองใสสะอาด หรือหวังประโยชน์ทางการเมืองกันแน่