ฉะนั้นการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้าจึงเป็นการปลุกความหวังเรื่องการกระจายอำนาจและการบริหารงานในระดับท้องถิ่นด้วย อาจารย์ วีระศักดิ์ เครือเทพ จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ บอกว่าพรรคการเมืองไม่ควรประกาศนโยบายแค่ว่าจะกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่นอย่างเดียวเท่านั้นแต่ต้องพูดให้ชัดว่าจะทำอย่างไร และปัญหาอะไรบ้างที่จะเข้าไปแก้ไขหลังกระจายอำนาจไปแล้ว


เวทีเสวนาเรื่องการกระจายอำนาจที่เริ่มจัดกันมากขึ้นในช่วงนี้ อย่างเช่นเวทีของพรรคประชาธิปัตย์เมื่อสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนธันวาคม ในหัวข้อ"ทศวรรษหน้า ท้องถิ่นไทย" สะท้อนให้เห็นว่ายิ่งใกล้เลือกตั้งนโยบายกระจายอำนาจน่าจะถูกพรรคการเมืองหยิบมาใช้เป็นประเด็นหาเสียงอย่างเข้มข้น


อาจารย์ จรัส สุวรรณมาลา นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา บอกว่า การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นต้องเป็นนโยบายหลักของพรรคการเมืองทุกพรรคแม้จะแตกต่างกันในรายละเอียดก็ไม่เป็นไรเพราะการกระจายอำนาจจะทำให้อำนาจไม่อยู่แค่ที่รัฐบาลกลางจนเป็นการบริหารแบบรวมศูนย์เหมือนทุกวันนี้ซึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้ นอกจากนั้นการกระจายอำนาจจะทำให้ชุมชนท้องถิ่นแข็งแรง พึ่งตนเองได้ ลดปัญหาคอร์รัปชั่นและปิดช่องทางไม่ให้มีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีก


อาจารย์จรัส ยังบอกด้วยว่าที่ผ่านมารัฐบาลในแต่ละยุคแต่ละสมัยมักอ้างว่าการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นจะทำให้เกิดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น จนกลายเป็นมายาคติ และวาทกรรมทางการเมืองให้รัฐบาลส่วนกลางเป็นผู้บริหารแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดต่อไป ทั้งที่จริงๆ แล้ว รัฐบาลส่วนกลางนี่เองคือผู้ที่คอร์รัปชั่นมากที่สุด

ฉะนั้นเมื่อไหนๆ รัฐบาลได้ปลดล็อคการเมืองแล้วก็อยากให้พรรคการเมืองทุกพรรคให้ความสำคัญกับนโยบายการคืนอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้ทุกภาคส่วนช่วยกันพัฒนาประเทศให้เดินไปข้างหน้าอย่างแท้จริง

ณรงค์กร สุบงกช // ถ่ายภาพ

ชลธิชา รอดกันภัย // เนชั่นทีวี รายงาน