แต่ผู้ตรวจการเลือกตั้งไม่มีอำนาจให้คุณให้โทษเอง ทำได้แค่แจ้งเตือนกรณีผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่ จากนั้นต้องจัดทำรายงานเสนอให้ กกต.ทราบ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยไปตามกฎหมาย
นี่คือนิยาม หรือความหมายของ "ผู้ตรวจการเลือกตั้ง"
 
 จากนิยาม มาดูกันต่อว่า "ผู้ตรวจการเลือกตั้ง" มาจากไหน / กฎหมายเขียนเอาไว้ว่า ให้ กกต.คัดเลือกบุคคลที่มีภูมิลําเนาในแต่ละจังหวัด / จังหวัดละไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 8 คน เพื่อแต่งตั้งเป็น "ผู้ตรวจการเลือกตั้ง"/ โดยจำนวนที่แต่งตั้งต้องเพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่ครบทุกจังหวัด / ซึ่ง "ผู้ตรวจการเลือกตั้ง" จะทำหน้าที่เฉพาะการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว.เท่านั้น / มีวาระการทำหน้าที่ไม่เกิน 5 ปี / จุดประสงค์ก็เพื่อไม่ให้รากงอก สร้างอิทธิพลส่วนตัว / ส่วนการเลือกตั้งอื่นๆ เช่น เลือกตั้งท้องถิ่น หากจะให้ "ผู้ตรวจการเลือกตั้" ทำหน้าที่ ก็ต้องรอ กกต.สั่งเป็นคราวๆ ไป
 คุณสมบัติของ "ผู้ตรวจการเลือกตั้ง" หลักๆ ก็คือต้องไม่เป็นข้าราชการที่มีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา / ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ หรือกรรมการหรือที่ปรึกษาของหน่วยงานของรัฐ / ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดในเวลา 5 ปีที่ผ่านมาก่อนการแต่งตั้ง / และเป็นบุคคลที่เชื่อได้ว่ามีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสีย 

 สำหรับสาเหตุที่ กกต.ต้องจับสลาก "ผู้ตรวจการเลือกตั้ง" ก็เพื่อให้แต่ละจังหวัดมี "ผู้ตรวจการเลือกตั้ง" ที่เป็นคนในภูมิลำเนานั้น ผสมกับผู้ตรวจการเลือกตั้งที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดอื่น เพื่อไม่ให้มีเส้นสายหรือสนิทสนมกับนักการเมืองหรือผู้มีอิทธิพลภายในจังหวัด จะได้ทำหน้าที่ได้อย่างโปร่งใส ไร้ข้อครหา ที่ผ่านมาเคยมีนักวิชาการที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับกลไก "ผู้ตรวจการเลือกตั้ง" พบว่ามีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนในการสอดส่องดูแลการเลือกตั้ง
สำหรับจุดแข็งก็คือ "ผู้ตรวจการเลือกตั้ง" ที่ทําหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้งในระดับจังหวัดเป็นเวลาชั่วคราว และไม่จําเป็นต้องซ้ําหน้าเดิม เพราะจะมีการจับสลากกำหนดพื้นที่ที่จะให้ไปทำงานนั้น / วิธีการนี้จะทําให้ "ผู้ตรวจการเลือกตั้ง" ไม่มีความเชื่อมโยงกับคนในพื้นที่ ลดปัญหาการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มการเมืองบางกลุ่มบางฝ่าย / ซึ่งจะทำให้งานตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น


แต่การใช้คนจากพื้นที่อื่นทําหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด ก็ส่งผลอีกด้านหนึ่งได้เหมือนกัน โดยเฉพาะจังหวัดที่มีอัตลักษณ์เฉพาะ เช่น สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ / กล่าวคือ ผู้ที่ทำหน้าที่ผู้ตรวจการเลือกตั้งจะไม่เข้าใจปัญหาในพื้นที่ บางคนไม่เข้าใจภาษา วัฒนธรรมเฉพาะถิ่น จนอาจเกิดปัญหาตามมาได้
การเลือกตั้ง ส.ส.ที่กำลังจะมีขึ้นในต้นปีหน้า จะเป็นดัชนีชี้วัดว่า "ผู้ตรวจการเลือกตั้ง" คือเครื่องกรองประชาธิปไตยไทยให้ใสสะอาดจริงหรือไม่