คำประกาศนี้คือสัญญาณการเมืองที่ชี้ชัดว่า สนามเลือกตั้งถิ่นขุนแผนเที่ยวนี้...ดุเดือดเลือดพล่าน...แน่นอน
จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นฐานที่มั่นสำคัญของนักการเมือง 4 ตระกูล คือ ศิลปอาชา / ประเสริฐสุวรรณ / โพธสุธน / และเที่ยงธรรม / เดิมมี ส.ส. 5 คน แต่คราวนี้ลดเหลือ 4 คน 4 เขต ซึ่งพรรคชาติไทยพัฒนา หรือพรรคชาติไทยเจ้าของพื้นที่เดิม วางตัวผู้สมัครเอาไว้เรียบร้อยหมดแล้ว
เขต 1 "เสี่ยยอร์ช" สรชัด สุจิตต์ อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี ที่มีศักดิ์เป็นหลานชายของ บรรหาร ศิลปอาชา ผู้ล่วงลับ
เขต 2 ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ลูกชาย บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร
เขต 3 ประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา
และเขต 4 เสมอกัน เที่ยงธรรม ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ตัวตายตัวแทนทางการเมืองของ "จองชัย เที่ยงธรรม"


ทั้งจองชัย และ ประภัตร ต่างก็เป็นขุนพลคนสำคัญและประสบความสำเร็จทางการเมืองมากับพรรคชาติไทย ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นชาติไทยพัฒนาทั้งคู่ / แต่สาเหตุที่ทำให้ จองชัย เดือดจัด ถึงกับตัดสินใจย้ายพรรค / ก็เพราะ ประภัตร โพธสุธน ส่งหลานชาย คือ ยุทธนา โพธสุธน ไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และเปิดตัวลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต 4 สุพรรณบุรี ชนกับลูกชายของตนเอง ซึ่งก็คือ เสมอกัน เที่ยงธรรม
เรื่องนี้ถือเป็นตลกร้ายทางการเมือง เพราะ เสมอกัน เที่ยงธรรม ยังคงสวมเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา ที่มี ประภัตร เป็นเลขาธิการพรรค แต่ ประภัตร กลับส่งหลานชายมาลงชน / ทำให้ จองชัย ควันออกหู / จึงตัดสินใจหวนสู่เวทีการเมือง ทั้งๆ ที่วางมือไปแล้ว กลับมาลงที่เขต 3 ในสีเสื้อภูมิใจไทย ปะทะกับ ประภัตร ที่เคยร่วมงานกันมายาวนานนั่นเอง
ศึกระหว่าง 2 ผู้อาวุโส ผลผลิตจากพรรคชาติไทยด้วยกัน ทำให้เกิดปรากฏการณ์ "ช้างชนช้าง" ที่เมืองสุพรรณฯ ถึง 2 เขตเลือกตั้ง / คือเขต 3 ประภัตร ปะทะ จองชัย / และเขต 4 ลูกจองชัย ชนกับ หลานประภัตร



แน่นอนว่าความขัดแย้งนี้ไม่ส่งผลดีกับพรรคชาติไทยพัฒนา / ทำให้ "หนูนา" กัญจนา ศิลปอาชา ทายาทบรรหาร ซึ่งวันนี้รับหน้าเสื่อคุมหางเสือพรรคแทนพ่อ ถึงกับต้องออกโรงเคลียร์

แม้ "หนูนา" จะตัดสินใจออกหน้าเอง แต่คำถามก็คือ หลังสิ้นยุค บรรหาร ก็ไม่มีใครมีบารมีมากพอที่จะจัดการปัญหาภายในพรรคได้สำเร็จ โดยเฉพาะการ "ดีล"กับนักการเมืองระดับ "ผู้อาวุโส"

ที่สำคัญหากถอดรหัสจากคำประกาศของ "จองชัย" เจ้าของสโลแกน "คิดอะไรไม่ออก บอกจองชัย" จะพบว่าความไม่พอใจครั้งนี้ ถึงระดับ "ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ"

สรุปง่ายๆ ก็คือ จองชัย ไม่ได้ลาขาดจากชาติไทยพัฒนา / เขายังพร้อมกลับมา แต่ต้องไม่มีชายชื่อ "ประภัตร โพธสุธน" เท่านั้นเอง
จากเงื่อนไขที่เป็นไปได้ยากนี้ ทำให้ศึกเลือกตั้งที่สุพรรณบุรี ต้องบอกว่าคอการเมืองห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง