พายุฝนกระหน่ำ วัดพระธาตุดอยสุเทพ ต้นไม้ใหญ่หักโค่นทั้งราก เจ็บ 2

เชียงใหม่- พายุฝนกระหน่ำเมืองเชียงใหม่ ต้นไม้ใหญ่หักโค่นทั้งราก บริเวณลานจอดรถวัดพระธาตุดอยสุเทพ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันนี้(15 ส.ค.)ได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนักภายในตัวเมืองเชียงใหม่ นานติดต่อกันประมาณ 2-3 ชั่วโมง ส่งผลให้หลายจุดในพื้นที่เกิดน้ำท่วมขัง และมีผลกระทบหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่บนดอยสุเทพ ซึ่งมีรายงานว่าจากการที่พายุฝนตกลมกรรโชกแรงทำให้ที่อยู่บริเวณใกล้กันกับศูนย์บริการสาธารณสุข และบ้านพักอาศัยของราษฎรในพื้นที่ ติดกับศาลาเอนกประสงค์ บริเวณลานจอดรถวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร  หมู่ 9 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เกิดมีต้นไม้และกิ่งไม้ขนาดใหญ่หักโค่นลงมาทับ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายและมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ 2 รายด้วยกัน
จากการตรวจสอบทราบชื่อคือ นายจู สืบบุญตัน อายุ 70 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้เข้าช่วยเหลือทำการปฐมพยาบาลและนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทำแผล ส่วนอีกรายคือ นางคำปุ่น ประสานญาติ อายุ 53 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณแขน โดยภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ทางชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้เข้าดำเนินการช่วยเหลือทำการเก็บกวาดและเคลียร์พื้นที่
โดยจากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่า ต้นไม้ดังกล่าวคาดว่ามีอายุหลายสิบปีแล้ว ลำต้นค่อนข้างใหญ่ อยู่บนเนินลักษณะลาดเอียงด้านหลังศาลาเอนกประสงค์ เมื่อมีฝนตกต่อเนื่องซะหน้าดิน ทำให้ต้นไม้โน้มเอียงและโค่นลงมาทั้งรากดังกล่าว โดยเมื่อตรวจสอบใกล้ๆพบว่าต้นไม้ดังกล่าวไม่มีรากแก้วอีกด้วย เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต รวมทั้งบ้านเรือนไม่ได้รับความเสียหายมากนัก แต่ก็เป็นเหตุการณ์ตัวอย่างที่ให้ชาวบ้านในพื้นที่เฝ้าระวังป้องกันตัวหรือหาแนวทางป้องกันบ้านเรือนหรือความปลอดภัยของตนเอง เมื่อมีเหตุการณ์ฝนตกต่อเนื่องอีกครั้ง
นอกจากนี้ทางด้านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังทราบรายงานเหตุแล้วนั้นได้มอบหมายให้ทาง เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเชียงใหม่ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องออกสำรวจความเสียหาย และนำถุงยังชีพเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย และเร่งดำเนินการช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายแล้ว
 ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักติดต่อกันหลายชั่วโมงนั้นได้ส่งผลให้ถนนหลายสายของตัวเมืองเชียงใหม่ ที่เป็นพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังง่าย มีน้ำเอ่อล้นขึ้นมาจำนวนมาก เนื่องจากท่อระบายน้ำไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักได้ทัน ทำให้เกิดน้ำท่วมหลายจุด อีกทั้งยังทำให้การจราจรหลายเส้นทางมีรถติดยาว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ
 อย่างไรก็ตามทางด้าน ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานว่า พื้นที่ภาคเหนือได้รับอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้เพื้นที่ภาคเหนือตอนบนมีแนวโน้มฝนเยอะขึ้น ประมาณร้อยละ 60% ของพื้นที่ ส่วนใหญ่ในบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และจังหวัดน่าน มีโอกาสเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงขึ้นได้ในหลายพื้น ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าวยังต้องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำป่าดินถล่ม และน้ำล้นตลิ่งได้ในช่วงตั้งแต่วันที่ 15-19 สิงหาคม ก่อนที่พายุจะเคลื่อนไปตอนล่างของภาคในระยะต่อไป