"หญิงเมืองปากน้ำโพ" ปีนต้นไม้ทำเนียบฯ ร้อง"นายกฯ

"หญิงนครสวรรค์" ปีนต้นไม้ ตะโกนร้องขอพบ "ประยุทธ์" ช่วย หลังไม่ได้รับความเป็นธรรม เผย เจ้าของเดิม ให้ "คนทำเนียบ" ใช้อำนาจข่มขู่ "เทศบาล" สั่งรื้อบ้านหลังเดียว แต่บ้านบริเวณเดียวกันกลับไม่ถูกสั่งรื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 12.30 น. บริเวณต้นไม้ ภายในสำนักงาน ก.พ. บริเวณด้านหน้าศูนย์บริการ ประชาชนริมถนนพิษณุโลก ได้มีนางเหมวดี อยู่ถมยา อายุ 53 ปี ชาวบ้านจาก ตำบลเก้าเลี้ยว อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ ได้ปีนขึ้นไปบริเวณต้นประดู่ ภายในสำนักงาน ก.พ. ฝั่งติดถนนพิษณุโลก โดยได้ตะโกนขอพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการร้องเรียนกรณีถูกรื้อถอนที่อยู่อาศัย เพียงหลังเดียวซึ่งอยู่มานานกว่า 20 ปี ซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรม
โดยนางเหมวดี ได้เล่าความเดือดร้อนเบื้องต้นว่า ตนเองได้ซื้อสิทธิ์อยู่อาศัยมาจากบุคคลอื่น โดยมีเอกสารหลักฐานการซื้อสิทธิ์เป็นหลักฐาน ซึ่งที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินของกรมเจ้าท่า และเป็นที่ดินติดแม่น้ำปิง ต่อมาเจ้าของเดิมมาฟ้องร้องเพื่อขอที่ดินคืน และได้ให้พรรคพวกที่ทำงานในทำเนียบรัฐบาล ไปใช้อำนาจข่มขู่ทางเทศบาลให้สั่งรื้อบ้านของตนเพียงหลังเดียว ทั้งๆที่บ้านในบริเวณเดียวกันไม่ถูกสั่งให้รื้อ ซึ่งตนเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และได้ดำเนินการอุทธรณ์ร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดนครสวรรค์ กระทรวงมหาดไทย, สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และอีกหลายหน่วยงานแล้ว แต่เรื่องก็ยังไม่มีความคืบหน้า จึงต้องการขอให้เปลี่ยนตัวคณะกรรมการพิจารณาข้ออุทธรณ์ร้องทุกข์ของตน ที่ได้อุทธรณ์ต่อศูนย์ดำรงธรรม ในกรณีที่เทศบาลสั่งให้รื้อบ้านพักภายใน 30 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชนฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามเกลี่ยกล่อมและนำรถกระเช้าขึ้นไปรับตัว เนื่องจากว่าเกรงว่านางเหมวดีจะกระโดดลงมา โดยนางเหมวดีได้ยอมลงมาในที่สุด ซึ่งใช้เวลาเกลี่ยกล่อมนานกว่า 2 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นางเหมวดีได้เดินทางไปร้องที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อต้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมา โดยได้ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ที่กระทรวงมหาดไทยเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า นายนพดล ศรีแสงทรัพย์จนท.กระทรวงมหาดไทย ประจำศูนย์บริการประชาชน ได้ให้นางเหมวดีฯ เขียนคำร้องทุกข์ยื่นต่อศูนย์บริการประชาชน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน และนำหลักฐานการยื่นหนังสือดังกล่าวไปแสดงที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อขอความช่วยเหลือ พร้อมทั้งจะได้ประสานงานไปยังจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อขอให้ดูแลเยียวยานางเหมวดีฯ ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงของทาง จว.นครสวรรค์ ปรากฏว่าที่ดินดังกล่าวเป็นมิได้เป็นของกรมเจ้าท่า แต่เป็นที่ดินสาธารณะ ส่วนประเด็นที่นางเหมวดีฯอ้างว่า เทศบาลได้

สั่งให้รื้อถอนบ้านตนเองเพียงหลังเดียวนั้น ข้อเท็จจริงปรากฏว่า มิได้เป็นตามที่นางเหมวดีฯอ้าง โดยผู้ที่มีที่พักอาศัยในบริเวณที่ดินดังกล่าว เป็นผู้บุกรุกที่สาธารณะทั้งหมด และอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร
ส่วนนางเหมวดีฯได้ให้ข้อมูลว่า บ้านหลังที่เทศบาลสั่งให้รื้อถอนนั้นเป็นบ้านของพี่สาว มิใช่เป็นบ้านของตนเอง ซึ่งเทศบาลออกคำสั่งผิดคน แต่ตนเองต้องการร้องทุกข์แทนพี่สาว เนื่องจากป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วไม่สามารถมาร้องทุกข์เองได้ ทั้งนี้หลังยื่นหนังสือ นางเหมวดีฯ พอใจระดับหนึ่งพร้อมกล่าวว่าหากเรื่องดังกล่าว ตนยังไม่ได้รับความเป็นธรรม จะกลับมาเรียกร้องอีก ภายหลังการยื่นหนังสือ นางเหมวดีฯเดินทางกลับ จว.นครสวรรค์ ต่อไป