เด็กชั้นประถมคือเป้าหมายแรกของนโนบายลดเวลาเรียน ช่วงนี้จะพาคุณชมเปรียบเทียบความแตกต่างของตารางเรียนของเด็กชั้น 1 ในปัจจุบัน และตารางเรียนตามนโยบายลดเวลาเรียน หรือ หลักสูตรผ่อนคลาย คุณธัญพิสิษฐ์ ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี มีรายละเอียด

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

นี่คือตารางเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่ง ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เด็กๆ เรียนครบทั้ง 9 วิชา รวมทั้งวิชาหน้าที่พลเมือง และประวัติศาสตร์ ที่กระทรวงศึกษากำหนดเพิ่มเข้ามาตามเจตนารมย์ของ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตารางเรียนกำหนด เริ่มเรียนตั้งแต่ แปดโมงครึ่ง และเลิกเรียนตอนบ่ายสามโมงครึ่ง
นโยบายการศึกษาของรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาคนใหม่ พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณชัดเจนว่าเทอม 2 โรงเรียนนำร่องลดเวลาเรียน จำนวน 3500 โรง จะมีตารางเรียนที่เปลี่ยนไป
ดร.กลม รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า อาจปรับลดชั่วโมงเรียนในบางวิชาลง เช่น วิชาสังคมศึกษาให้จัดการเรียนการสอนในรูปแบบของกิจกรรมแทน ทั้งนี้ยังไม่อยากปรับลดใหญ่ทั้งหมด เนื่องจากมีครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวนมาก อีกทั้ง การปรับลดชั่วโมงเรียน ต้องเกี่ยวข้องกับหน่วยกิตและการจบการศึกษา
ถ้าเป็นไปตามที่ ดร.กมล กล่าว ตารางเรียนสอนของเด็กๆ ชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่ง จะมีลักษณะอย่างนี้เน้นการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย เพื่อแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ รวมทั้งเน้นวิชาคณิตศาสตร์ เพื่อฝึกการคำนวน ส่วนวิชาอื่นๆ ให้สอนแบบบูรณาการ โดยจะเริ่มเรียน ตังแต่แปดโมงครึ่ง และเลิกเรียนเวลา บ่าย 2 โมงครึ่ง ทั้งนี้หลังเลิกเรียน โรงเรียนอาจจัดกิจกรรม ส่งเสริมการทำงานกลุ่ม ให้ชุมชนมีส่วนร่วมจัดการศึกษา หรือซ่อมเสริมเด็กเป็นรายบุคคล
การลดเวลาเรียนไม่ใช่เรื่องใหม่ ทีมข่าวเนชั่นทีวีติตามเรื่องนี้มาโดยตลอด พบว่าในสมัย พล.ร.อ.ณรงค์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. ก็เคยประกาศใช้หลักสูตรผ่อนคลาย ซึ่งเป็นกลไกในการลดเวลาเรียนมาแล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากครูผู้สอนไม่มีความเข้าในนโยบาย ในขณะที่สพฐ.ก็ไม่มีความเด็ดขาด และไม่มีความชัดเจนในนโยบายนี้ด้วยเช่นเช่นกัน
คุณครูหลายคนมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันค่อนข้างเห็นด้วย กับการจัดการเรียนรู้แบบผ่อนคลายในเด็กชั้นประถม ด้วยเพราะหลักสูตรการศึกษาปัจจุบันยัดเยียดวิชาแก่เด็กเล็ก เกินความจำเป็น แต่ทั้งนี้ การลดเวลาเรียนก็จำเป็นทำอย่างระมัดระวังด้วย
ความล้มเหลวในหลักสูตรผ่อนคลาย ในช่วงเทอมที่ผ่านมา ทำให้เกิดข้อท้าทายว่าจะซ้ำรอยเดิมหรือไม่ เด็กๆ และผู้ปกครอง กำลังรอดูความเปลี่ยนแปลง หลังจากนี้