"วิโรจน์" ฉะแก้รธน.ม.144และ185 อย่าไปเชื่อคำหลอก "รับไปก่อนแก้ทีหลัง"

"วิโรจน์" ฉะแก้รธน. อย่าไปเชื่อคำหลอก "รับไปก่อนแก้ทีหลัง" กร้าวรื้อสวิตช์ส.ว. เหลือแต่ส.ส. วอนเลิกวาทะกรรม "รัฐธรรมนูญ60ผ่านการทำประชามติ" เหตุ "บิ๊กตู่" แก้รายมาตราหลายรอบ

วันนี้ (23 มิ.ย.) เวลา 20.50 น. ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวอภิปรายตอนหนึ่งว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับคสช.กลายพันธุ์ ที่บอกว่ารับไปก่อนเดียวก็ไปแก้ทีหลัง สังคมไทยเราช้ำกับคำนี้มากี่รอบแล้ว เราถูกหลอกมากี่รอบแล้ว ตนตั้งคำถามว่าเมื่อรับหลักการวาระหนึ่งจะแก้มาตรา 145 และมาตรา 185 แต่กรรมาธิการวาระสองจะให้แก้กลับไปโดยไม่แก้ได้อย่างไร และมีอะไรการันตีได้ว่ากรรมาธิการวาระสองจะแก้กลับไปเป็นแบบเดิม ประชาชนถูกหลอกซ้ำซ้อนมากี่ครั้งแล้ว เรื่องนี้ต้องรับมาเป็นบทเรียนเปิดโอกาสให้ส.ว.มาร่วมสังฆกรรมด้วย สิ่งที่นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่ามีหลายคนเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่ส.ว. ตนจึงขอให้นายวันชัยรอดูการโหวตของส.ว.ว่าท่านใดจะโหวตอย่างไร แล้วจะได้รู้ว่ามีคนเอาชั่วมาใส่ส.ว.หรือมีส.ว.บางคนมีความชั่วที่เกิดเป็นสนิมจากเนื้อในตม

"วิโรจน์" ฉะแก้รธน.ม.144และ185 อย่าไปเชื่อคำหลอก "รับไปก่อนแก้ทีหลัง"


นายวิโรจน์  กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ก็พูดกันอยู่นั่นว่าระบบการเลือกตั้ง นำของรัฐธรรมนูญปี40 มาบังคับใช้ถามว่าเราจะนำของ 20 ปีก่อนมาใช้ใน 20 ปีถัดมาหรือ วันนี้สังคมเราเปลี่ยนไปแล้ว บริบทการเลือกตั้งรัฐธรรมนูญปี40 มุ่งสร้างสองพรรคใหญ่ในระบบนิเวศเดิมจะสามารถตอบโจทย์ประชาชนในยุคนี้ได้อย่างไร จะมั่นใจได้อย่างไรว่าไม่มีฝุ่นใต้พรม และการปฏิรูปที่ที่ประชาชนต้องการจะถูกพูดถึงในสังคมแห่งนี้ควรแก้ไขเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ระบบการเลือกตั้งของรัฐธรรมนูญปี40 ไม่ได้อยู่ในระบบนิเวศปี40 เพราะเราเจอกับรัฐธรรมนูญที่เป็นเงื่อนไขของคสช. มัดตราสังค์เต็มไปหมด ส.ว.ยุคนั้นมาจากเลือกตั้ง แต่ยุคนี้มาจากการแต่งตั้งของคสช. ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นผู้เลือก

"ผลผลิตของยุทธศาสตร์ชาติคือกองเอกสารเท่านั้นที่ไม่ได้ทำให้ประชาชนรอดผลจากวิกฤตไปได้ ส่วนความสำคัญที่ต้องแก้ไขมาตรา 272 หรือปิดสวิตช์ส.ว.นั้นไม่ต้องอ้างว่าทำประชามติได้รับคะแนน 16.8 ล้าน เสียงจากประชาชน ผมยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ไม่ใช่ฉบับที่ทำประชามติครั้งที่ผ่านมา เพราะหลังจากที่ผ่านพลเอกประยุทธ์ก็มีการแก้ไขรายมาตรา โดยที่ไม่ได้มีการทำประชามติด้วยซ้ำ ดังนั้นขอให้เลิกวาทะกรรมว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการทำประชามติมาสักทีเพราะแก้ไขโดยพลเอกประยุทธ์มาหลายครั้ง แถมในคำถามพ่วงก็ยังมีคำถามนำอีกด้วย
นอกจากนี้การแก้ไขปัญหาการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 การฉีดวัคซีนในประเทศเราก็เหมือนกับฉีดน้ำเกลืออาบน้ำมนต์ เมื่อเลือกคนผิดแล้ว ประชาชนยังคิดจะเลือกกันอีกหรือ ส่วนที่บอกว่าส.ส.ลถแกอำนาจมาปิดสวิตช์ส.ว.นั้นถามว่า ใครกันแน่ที่ลุแกอำนาจ เมื่อส.ส.ยึดโยงกับประชาชน แล้วเราก็รู้กันดีว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยในขณะที่ส.ว.ก็ทราบดีว่ามาจากกลไกของคสช. และพลเอกประยุทธ์ก็มีส่วนเลือกเข้ามา ดังนั้นอย่าใช้คำนี้ ผมจึงยืนยันว่าต้องทำประชามติที่ให้อำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญคืนกลับไปสู่ประชาชน เพื่อให้อำนาจอธิปไตยอยู่ที่ประชาชนและในวันนั้นไม่ใช่แค่ปิดสวิตช์ส.ว. หากส.ว.มีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่อประชาชนแบบนี้ ต้องรื้อสวิตช์และเหลือแต่สภาผู้แทนราษฎรที่ยึดโยงกับประชาชนเท่านั้น" นายวิโรจน์ กล่าว