ลูกทรพีบังคับแม่กราบเท้าหลายครั้ง ขู่เอาเงินซื้อยาบ้าเสพ

ลูกทรพีทำร้ายแม่ขู่เอาเงินซื้อยาบ้ามาเสพ พร้อมบังคับให้ก้มกราบเท้าหลายครั้ง ล่าสุดพ่อแม่ไม่ทน ให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ขณะที่ตัวลูกชายก้มกราบแม่อ้อนวอนให้แม่ถอนแจ้งความทั้งน้ำตาเพราะไม่อยากติดคุก จะขอไปบวชแทน

23 มิถุนายน 2564 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สภ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.อิทธิพล เนตรไธสง ผกก.สภ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ สายสมบัติ สว.สอบสวน สภ.บ้านฝาง ร่วมกับสอบสวน นายพงษ์จักรกฤษ หรือนิว   บัวพรมมา อายุ 28 ปีอยู่ บ้านเลขที่ 32 ม.14 ต.บ้านเหล่า อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาในคดี ชิงทรัพย์โดยการลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า ในเวลากลางคืนโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไป เพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น เพื่อยึดถือเอาทรัพย์นั้นโดยมีอาวุธ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายจิตใจ ทำร้ายร่างกายบุพการี จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจข่มขืนใจผู้อื่นใด ไม่กระทำการใด หรือจำมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายซึ่งทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือโดยใช้กำลังประทุยร้ายโคยมีอาวุธ กระทำความรุนแรงใจครอบครัวและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)โดยฝ่าฝืนกฎหมาย

ลูกทรพีบังคับแม่กราบเท้าหลายครั้ง ขู่เอาเงินซื้อยาบ้าเสพ



พ.ต.อ.อิทธิพล เนตรไธสง ผกก.สภ.บ้านฝาง กล่าวว่า เนื่องจากเวลา 22.30 น.วันที่  19 มิถุนายน 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ  สภ.บ้านฝาง รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีคนเมายาบ้าทำร้ายมารดา จนต้องกราบเท้าขอชีวิต ที่บ้านเลขที่ 32 ม.14 ต.บ้านเหล่า อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจที่เกิดเหตุก็ พบนางแดงฤดี บัวพรมมา อายุ 52 ปี มารดา ซึ่งถูกทำร้ายบาดเจ็บ นั่งร้องไห้อยู่ในบ้าน และพบผู้ต้องหาส่งเสียงอาละวาดในห้องนอน ในขณะเดียวกัน ได้ตรวจสอบในบ้านที่เกิดเหตุพบไม้กวาดทางมะพร้าว ที่มีไม้ไผ่เป็นด้ามยาวประมาณเมตรครึ่ง ซึ่งด้ามไม้กวาดแตกหัก ตกอยู่ในบ้าน มารดายืนยันว่า เป็นอาวุธที่ลูกชายใช้ทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ ได้ก้มกราบเท้าลูกชาย ขอชีวิตไว้ ลูกชายจึงหยุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเก็บไม้กวาดด้ามดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานและควบคุมตัวลูกชายมาสอบสวน  

ลูกทรพีบังคับแม่กราบเท้าหลายครั้ง ขู่เอาเงินซื้อยาบ้าเสพ



ในขณะเดียวกัน มารดาก็เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านฝาง ให้ดำเนินคดีกับลูกชายให้ถึงที่สุด เพราะว่านายนิว เป็นลูกชายแท้ๆ แต่ติดยาบ้าและสารระเหย มีประวัติเป็นผู้เสพติดยาบ้าและเคยถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้งเคยเข้าบำบัด แต่เมื่อออกมาอยู่บ้านก็กลับมาเสพยาบ้าและสารระเหยอีก ก่อนเกิดเหตุลูกชายเดินเข้ามาในบ้าน และขู่บังคับเอาเงิน เพื่อจะเอาไปซื้อยาบ้ามาเสพ แต่ไม่ให้ลูกชายจึงใช้ไม้กวาดตีไปหลายครั้งจนด้ามไว้กวาดแตกหัก และชกต่อย กระทืบบริเวณศีรษะและลำตัวหลาย จึงร้องขอชีวิต ลูกชายได้บังคับให้มารดากราบเท้า จึงจะไว้ชีวิต ซึ่งมารดาก็ทำตาม เพราะกลัวลูกชายจะฆ่า จากนั้นลูกชายได้หยิบเอากระเป๋าสตางค์และควักเอาเงินสด 450 บาทแล้วไปซื้อยาบ้ามาเสพในห้องนอนจึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมลูกชายไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

ลูกทรพีบังคับแม่กราบเท้าหลายครั้ง ขู่เอาเงินซื้อยาบ้าเสพ


ผกก.สภ.บ้านฝาง กล่าวอีกว่า  จากการสอบสวน ผู้ต้องหามีสติดี ให้การได้ตามปกติ โดยยอมรับสารภาพว่า ก่อนจะก่อเหตุทำร้ายมารดานั้น ได้เสพยาบ้า 1 เม็ด แต่รู้สึกว่ายังไม่พอ จึงขอเงินจากมารดา เพื่อจะไปซื้อยาบ้ามาเสพเพิ่มอีกแต่มารดาไม่ให้ จึงโมโหจนได้ทำร้ายร่างกายมารดา โดยการใช้ไม้กวาดตีหลายครั้ง และมารดาก็กราบขอชีวิตเองจังหวะที่มารดาก้มกราบเท้า รีบดึงเอากระเป๋าสะพายของมารดา ได้เงินจำนวน 450 บาท  ไปซื้อยาบ้ามาเสพอีก 3 เม็ดและก็ถูกตำรวจจับกุมตัวได้ดังกล่าว


และในระหว่างการสอบสวนผู้ต้องหาอยู่นั้น นางแดงฤดี บัวพรมมา อายุ 52 ปี มารดา พร้อมสามี ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อเยี่ยมลูกชายก่อนที่จะถูกนำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น  ซึ่งทันทีที่นายนิวเจอหน้าพ่อแม่ถึงกับปล่อยโฮ ขอร้องพนักงานสอบสวนถอดกุญแจมือจากไขว้หลัง ให้หันมาด้านหน้า เพื่อจะกราบขอขมาพ่อแม่ซึ่งพนักงานสอบสวนก็จัดการให้ตามคำขอ  นายนิวก้มกราบขอขมาพ่อแม่พร้อมเสียงร้องไห้โฮลั่นห้อง ขอร้องพ่อ แม่ให้ถอนแจ้งความ เพราะไม่อยากติดคุก และขอร้องว่าอย่าเอาเรื่อง จะกลับตัวเป็นคนดี และขอให้พ่อแม่พาไปบวช  แต่พ่อแม่ไม่ยินยอม โดยยืนยันว่า ขอส่งลูกเข้าคุก เพื่อดัดสันดาน เพราะอยากให้ลูกเลิกยาเสพติด 

ลูกทรพีบังคับแม่กราบเท้าหลายครั้ง ขู่เอาเงินซื้อยาบ้าเสพ




นางแดงฤดี  กล่าวกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า ไม่ได้เกลียดลูก เลี้ยงลูกมาด้วยความรัก แต่ลูกไม่เคยทำดีกับพ่อแม่เลย ติดเพื่อน ติดยาเสพติด ติดสารระเหย ทำงานที่ไหนก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะเสพยาบ้าแล้วเสียคน เสียงาน ทำงานที่ไหนก็ถูกไล่ออก  และในการกระทำของลูกในครั้งนี้ หากอาวุธที่ใช้นั้นเป็นท่อนเหล็กตนคงตายแล้ว และลูกชายยังขู่อีกว่าจะฆ่าทิ้งทั้งพ่อและแม่ จึงคิดว่าถึงเวลาที่ลูกจะต้องเข้าไปอยู่ในคุก เพื่อเลิกยาบ้า เพื่อดัดนิสัยที่เคยทำกับพ่อแม่ ซึ่งก็หวังว่าลูกชายจะกลับมาเป็นคนดี