"ไพบูลย์" ยอมถอยแก้มาตรา 144-185 ให้คงหลักการเดิมแต่ขอผ่านวาระ 1 ก่อน พร้อมดันบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

"ไพบูลย์" ยอมถอยแก้ ม.144และ185 ให้คงหลักการเดิม หลังถูกติง ทำหลักการตรวจสอบงบประมาณสูญเสียไป เดินหน้าเต็มที่ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ กันส.ส.ปัดเศษ หนุนสว.แก้มาตรา 270

วันนี้ (23 มิ.ย.64) ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะผู้ยื่นญัตติร่างแก้ไขรัฐ ธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงหลักการและเหตุผลร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคว่า พรรคพลังประชารัฐตั้งใจแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคและส.ว.ขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญไม่จริง หากประเด็นใดแก้ไขเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่สร้างความขัดแย้ง หรือเป็นภาระงบประมาณแผ่นดิน ทำประชามติ ก็จะช่วยสนับสนุนให้ลุล่วงได้ เป็นการแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง ร่างที่พรรคพลังประชารัฐเสนอมี 5 ประเด็น 13มาตรา ได้แก่1.การแก้ไขมาตรา 29 มาตรา 41 และมาตรา 45 เพื่อเพิ่มการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน อาทิ สิทธิการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม การประกันตัว การให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายจากรัฐในการฟ้องหน่วยงานรัฐ

2.การแก้ไขระบบเลือกตั้ง ให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนรัฐธรรมนูญปี40 ได้แก่ ส.ส.เขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน พรรคใดที่ส่งส.ส.เขตไม่น้อยกว่า 100 คน ให้มีสิทธิส่งผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อได้ พรรคใดจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องได้คะแนนบัญชีรายชื่อไม่ต่ำกว่า 1% ป้องกันปัญหาการเป็น ส.ส.ปัดเศษ

3.การแก้ไขมาตรา 144 ให้ตัดบทลงโทษส.ส ส.ว.และกมธ.ที่แทรกแซงการแปรญัตติงบประ มาณไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม แต่เมื่อมี ส.ว.ทักท้วงว่า การแก้ไขดังกล่าวทำให้หลักการตรวจสอบงบประมาณที่รัฐธรรมนูญปี60 เขียนไว้อย่างเข้มข้นสูญเสียไป ตนก็เห็นด้วยและรับปากว่า หากรับหลักการแก้ไขวาระ 1 แล้ว การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ(กมธ.) ตนและพรรคพลังประชารัฐจะเสนอแก้ไขมาตรา 144 ให้คงหลักการเข้มข้นของรัฐธรรมนูญปี60ไว้ตามเดิม ให้สบายใจได้ แต่ขอหารือว่า ควรพิจารณาถึงเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณที่ได้รับผลกระทบจากมาตรานี้ จะหาวิธีผ่อนคลายอย่างไร เนื่องจากเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณไม่กล้ามาเป็นกมธ.งบประมาณ เพราะกลัวเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงตามมาตรา 144

4.การแก้ไขมาตรา 185 เรื่องการยกเลิกการห้ามส.ส. ส.ว.เข้าไปแทรกแซง ก้าวก่ายการทำงานของข้าราชการ ที่ส.ว.เป็นห่วงเช่นกันว่า จะทำลายหลักการการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของข้าราชการนั้น ก็รับปากว่า หากรับหลักการวาระ 1 จะไปผลักดันในชั้นกมธ. ให้คงหลักการป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานข้าราชการไว้ตามเดิม แต่ขอเพิ่มเติมให้มีความชัดเจนขึ้น โดยยกเว้นกรณีส.ส. ส.ว.ไปติดต่อหน่วยงานรัฐ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ไม่ให้ถือเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานหน่วยราชการ

5.ให้ยกเลิกมาตรา 270 ขอเปลี่ยนแปลงอำนาจวุฒิสภาในการเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ มาเป็นให้อำนาจส.ส.และส.ว.ร่วมกันติดตาม เสนอแนะเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เรื่องนี้ส.ว.เป็นผู้เสนอเอง อยากให้ส.ส.มาร่วมติดตามการปฏิรูปประเทศ