ชาวบ้านอินเดียต้านฉีดวัคซีน แม้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2 ของโลก

ในขณะที่อินเดียได้ชื่อว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐฯ แต่ปรากฎว่า ยังมีชาวบ้านอีกจำนวนมากที่ต่อต้านการฉีดวัคซีนเพราะความกลัว

ชาวบ้านที่หมู่บ้านจัมโซติ ในรัฐอุตตรประเทศ ที่เป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดในอินเดีย เชื่อว่าไวรัสโควิด-19 ระบาดเฉพาะในเมืองใหญ่และหมู่บ้านของของพวกเขาปลอดภัย เวลามีบุคลกากรด้านสาธารณสุขเข้าไปชักชวนให้ชาวบ้านฉีดวัคซีน บางคนถึงขั้นล็อคบ้าน พาลูกๆ หนีไปซ่อนในป่าหลายชั่วโมง และรอจนบุคลากรออกไปจากหมู่บ้าน 
อินเดียเผชิญการระบาดของโควิด-19 ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 389,000 คน และแม้จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่กับผู้เสียชีวิตจะลดลง แต่ก็น่าเป็นห่วงเพราะประชาชนจำนวนมากไม่เต็มใจเข้ารับการฉีดวัคซีน และมีประชากรไม่ถึง 5% ของประเทศ ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 
รัฐบาลได้ออกนโยบายให้ประชากรวัยผู้ใหญ่ทุกคน ได้รับสิทธิ์ฉีดวัคซีนที่รัฐบาลกลางออกค่าใช้จ่ายให้ แต่ความกลัวที่เกิดจากได้รับข้อมูลผิดๆ เช่น วัคซีนรบกวนการมีรอบเดือนและลดภาวะเจริญพันธุ์ของผู้หญิง และข้อมูลบิดเบือนในหมู่ผู้ชายในพื้นที่ชนบท  ทำให้บุคคลากรสาธารณสุขต้องเผชิญการต่อต้านรุนแรง ซึ่งชาวบ้านบางคนอ้างว่า ไม่จำเป็นต้องฉีดเพราะมีภูมิคุ้มกันไวรัสอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังพบว่า ในทุกรัฐ มีอัตราของผู้ชายที่เข้ารับการฉีดวัคซีนมากกว่าผู้หญิง และช่วงว่างของแต่ละวันก็กว้างขึ้นเรื่อยๆ 
แม้แต่ละรัฐจะใช้นโยบายเชิงรุก ติดโปสเตอร์และประกาศทางวิทยุเพื่อบรรเทาความหวาดกลัวและความสับสน ตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนตามหมู่บ้างห่างไกล การเคาะประตูตามบ้าน แต่สิ่งที่ได้รับคือการถูกปฏิเสธ ซึ่งนักไวรัสวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขชี้ว่า การขจัดข้อสงสัยเกี่ยวกับวัคซีนในชนบทของอินเดีย และการฉีดวัคซีนประชาชนอย่างรวดเร็ว มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะชาวอินเดียส่วนใหญ่อาศัยในเขตห่างไกลความเจริญ