ตำรวจ เตือนภัย 5 ลิงก์อันตราย หลอกลงทุนสกุลเงินดิจิทัล อ้างผลประกอบการ ก่อนหลอกเอาเงิน

ตำรวจ เตือนภัยหลอกลงทุนสกุลเงินดิจิทัล "Cryptocurrency" ชี้ คนร้ายทำเป็นขบวนการ ใช้วิธีสร้างโปรไฟล์ปลอม อ้างประสบความสำเร็จลงทุน ก่อนหลอกเอาเงิน เผย 5 ลิงก์อันตราย ขณะที่ผบ.ตร. สั่งทุกภาคส่วน เร่งสร้างความรู้ประชาชน เผยก่อนลงทุนควรตรวจสอบ ย้ำการลงทุนมีความเสี่ยง

วันนี้(22มิ.ย.64) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์ได้มีการนำเสนอเกี่ยวกับการหลอกลวงให้ลงทุนเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล หรือ Cryptocurrency ว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 64 กองบังคับการปราบปราม ได้เข้าจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติกว่า 60 คน ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหากลุ่มนี้มีพฤติกรรมในการหลอกลวงผู้เสียหายโดยการสร้างโปรไฟล์ปลอมขึ้นมาหลอกให้ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จจากการลงทุน Cryptocurrency ก่อนจะใช้กลอุบายหลอกเอาเงินจากผู้เสียหายในที่สุด ซึ่งการกระทำที่เป็นขบวนการ ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบ แล้วเข้าทำการจับกุมในเวลาต่อมา แสดงให้เห็นว่าการหลอกลงทุนลักษณะนี้กำลังแพร่ระบาด และมีการขยายตัวขึ้นจากที่การหลอกลวงแบบรายบุคคลเป็นการหลอกลวงในรูปแบบขบวนการ

โดยตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2564ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการร้องทุกข์และแจ้งเบาะแสเข้ามาทางช่องทางต่างๆ ถึงลิงก์ที่เหล่ามิจฉาชีพมักจะหลอกให้เหยื่อเข้าไปแลกเปลี่ยน Cryptocurrency จำนวน 5 ลิงก์ดังนี้ 1) bggbtc.xyz 2)Bitz Pro 3)BMEX global

4) binancepro-ex.com 5) shopeec.com ดังนั้นหากมีการชักชวนให้ลงทุนเกี่ยวกับ Cryptocurrency โดยผ่านลิงก์ดังกล่าวควรจะหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธไป เนื่องจากการโอนเงิน cryptocurrency ผ่านทาง blockchain ไม่มีหน่วยงานที่กำกับดูแลโดยตรง หากเกิดความเสียหาย จะยากต่อการสืบสวนติดตาม ขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังในการลงทุน โดยเลือกลงทุนบนแพลตฟอร์มที่มีความน่าเชื่อถือ และอย่าหลงเชื่อการลงทุนที่ให้ผลประโยชน์ที่สูงเกินความเป็นจริง

การกระทำลักษณะดังกล่าวนอกจากจะเป็นการตอกย้ำประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนกันอยู่แล้ว ยังเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดฐานฉ้อโกง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในฐานความผิดดังกล่าวเป็นความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายจะต้องมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีนโยบายให้ทุกภาคส่วน เร่งสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ให้ทราบถึงพิษภัยและรูปแบบการกระทำความผิดต่างๆ และเร่งทำการสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี เพื่อเป็นการจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นและตัดโอกาสในการกระทำความผิดในอนาคต

รองโฆษกตร. ขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชน ถึงแนวทางการหลีกเลี่ยงป้องกันการถูกหลอกให้ลงทุนขอให้พี่น้องประชาชนตรวจสอบให้ดี ว่าการลงทุนดังกล่าวนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้จาก https://coinmarketcap.com/rankings/exchanges/ หลีกเลี่ยงการลงทุนหรือข้อเสนอที่ฟังดูดีเกินกว่าจะเป็นไปได้ พึงระลึกไว้เสมอว่า "การลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ" ขอให้ประชาชนคอยติดตามข่าวสารอยู่เสมอ เพื่อจะได้รู้ทันกลโกงของเหล่ามิจฉาชีพ นอกจากนี้หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง