ส.ผู้บริโภคบุกยื่นหนังสือผู้ว่าฯชะลอเข้าร่วมซีพีทีพีพี

สมาคมผู้บริโภคจังหวัดขอนแก่น เข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เสนอให้คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับ ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) เพื่อชะลอการส่งหนังสือแสดงเจตจำนงค์เข้าร่วม CPTPP หวั่นคนไทยได้รับผลกระทบเรื่องยาแพงและต้องนำเข้ายาจากต่างประเทศมากขึ้น

21 มิถุนายน 2564 นายปฏิวัติ เฉลิมชาติ  ผู้จัดการสมาคมผู้บริโภคจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยสมาชิก ได้เดินทางไปยื่นหนังสือกับนายสมศักดิ์ จังตระกุลผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมกับ  นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทยเขต 1 ขอนแก่น และนายชัยยะเจตน์ จันทร์อักษร พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น โดยระบุในหัวหนังสือว่า ขอเสนอข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภคต่อคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับ ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) เพื่อชะลอการส่งหนังสือแสดงเจตจำนงค์เข้าร่วม CPTPPโดยได้แนบข้อเสนอสภาองค์กรของผู้บริโภคต่อคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับ ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP)

ส.ผู้บริโภคบุกยื่นหนังสือผู้ว่าฯชะลอเข้าร่วมซีพีทีพีพี




ส.ผู้บริโภคบุกยื่นหนังสือผู้ว่าฯชะลอเข้าร่วมซีพีทีพีพี

เรื่องนี้นายปฏิวัติ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2563 ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้จัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้แทนของผู้บริโภคในทุกด้าน ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562 ปัจจุบันสภาองค์กรของผู้บริโภคมีสมาชิกเป็นองค์กรผู้บริโภคทั่วประเทศ จำนวน 195 องค์กร พระราชบัญญัติการจัดตั้งกำหนดไว้ในมาตรา 12(4) กำหนดให้สภาองค์กรของผู้บริโภคมีโครงสร้างขององค์กรซึ่งอย่างน้อยต้องมีสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภคและหน่วยงานประจำจังหวัด เพื่อเป็นตัวแทนผู้บริโภคและมีอำนาจคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคในทุกด้าน รวมทั้งเสนอแนะนโยบายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคต่อคณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ จากการที่รัฐบาลไทย มีนโยบายจะที่เข้าร่วม CPTPP นั้นสมาคมผู้บริโภคจังหวัดขอนแก่น ตลาดเขียวขอนแก่น เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก จ.ขอนแก่น เครือข่ายผู้ป่วยเรื้อรัง จ.ขอนแก่น ได้ศึกษาข้อมูลจากผลการศึกษาตามแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดจ้าง สรุปได้ว่า การเข้าร่วม CPTPP จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัว โดย GDP จะขยายตัว 0.12% คิดเป็นมูลค่า 13,232 ล้านบาท การลงทุนขยายตัว 5.14 % คิดเป็นมูลค่า 148,240 ล้านบาทนั้น ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ศึกษา CPTPP สภาผู้แทนราษฎร ตั้งข้อสังเกตว่า ผลการศึกษาดังกล่าว ยังมิได้คำนึงถึงบริบททางสังคมและบทบาทของผู้ที่เกี่ยวข้องที่มิใช่รัฐ (Non-state actor) นอกจากนี้ เป็นการศึกษาเชิงมหภาคซึ่งไม่สามารถนำมาวิเคราะห์ผลกระทบต่อประเด็นรายละเอียดเชิงลึกได้ การตั้งสมมุติฐานการเปิดเสรีการค้าทันที 100% ของผลการศึกษา ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง การวิเคราะห์ผลกระทบต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยแบบจำลอง ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ อาทิ ศักยภาพการบังคับใช้กฎหมาย กฎระเบียบในประเทศที่สนับสนุนให้เกิดการลงทุน เป็นต้น ดังนั้น การเข้าร่วม CPTPP อาจไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จะช่วยให้ไทยได้รับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากรายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯศึกษา CPTPP หน้า ๗๗-๗๘ (https://www.parliament.go.th/ewtcommittee/ewt/25motion_cptpp/more_news.php?cid=141&filename=129)
ส่วนผลกระทบด้านลบต่องบประมาณหรือค่าใช้จ่ายของประเทศนั้น จากข้อเสนอของสภาเภสัชกรรมต่อคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) เมื่อเดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา พบว่า จะเกิดผลกระทบไม่น้อยกว่า 420,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 30 ปี รวมทั้งมูลค่าของอุตสาหกรรมผลิตยาในประเทศลดลงสูงสุดถึง 1 แสนล้านบาท ค่าใช้จ่ายด้านยาที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่องบประมาณของรัฐในการจัดบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านยาในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จากข้อมูลผลการวิจัยของ รุ่งเพ็ชร สกุลบำรุงศิลป์ และคณะ พบว่า อุตสาหกรรมยาขนาดเล็ก ต้องพึ่งพิงการนำเข้าเป็นหลัก ในปีพ.ศ. 2562 มีบริษัทที่มีขนาดตลาดมากกว่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป เพียงร้อยละ 17 จำนวนบริษัท 21 แห่ง จากทั้งหมด 123 แห่ง ทำให้สัดส่วนการผลิตยาในประเทศ เมื่อเทียบกับ การนำเข้ายา จะเห็นว่า มีแนวโน้มลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากร้อยละ 69 ในปี 2530 ลดลงเหลือเพียง ร้อยละ 29 ในปี 2562 และมีแนวโน้มการนำเข้ายาสูงขึ้นทุกปี และการคาดการณ์ผลกระทบของ CPTPP ในระยะเวลาประมาณ 30 ปี ภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศที่เพิ่มขึ้นมาจาก ราคายาสูงขึ้น ประเทศไทยพึ่งพิงยานำเข้าเพิ่มขึ้น โดยสรุปดังนี้ ค่าใช้จ่ายด้านยาเพิ่มขึ้นสูงสุด เฉลี่ยปีละ 14,000 ล้านบาท สัดส่วนการพึ่งพิงนำเข้ายาเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันร้อยละ 71 เพิ่มเป็นร้อยละ 89 มูลค่าตลาดของอุตสาหกรรมผลิตยาในประเทศลดลง คิดเป็นมูลค่าตลาดที่หายไปสูงสุดถึง 1 แสนล้านบาท

ส.ผู้บริโภคบุกยื่นหนังสือผู้ว่าฯชะลอเข้าร่วมซีพีทีพีพี



การพึ่งพิงการนำเข้ายาที่สูงมาก ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายด้านยาที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงด้านยาของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น สมาคมผู้บริโภคจังหวัดขอนแก่น ตลาดเขียวขอนแก่น เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก จ.ขอนแก่น เครือข่ายผู้ป่วยเรื้อรัง จ.ขอนแก่น ขอส่งข้อเสนอดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งต่อข้อเสนอขององค์กรผู้บริโภคต่อคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ขอให้ท่านตระหนักในผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนไทยทั้งประเทศ หากมีการเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการเจรจาเข้าร่วมความตกลง CPTPP ผ่านการพิจารณาด้วยความรอบคอบและมองประโยชน์ของประชาชนที่เป็นผู้บริโภคส่วนใหญ่ มากกว่าผลประโยชน์ทางธุรกิจของกลุ่มคนส่วนน้อยของประเทศ ดังนั้น สมาคมผู้บริโภคจังหวัดขอนแก่น ตลาดเขียวขอนแก่น เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก จ.ขอนแก่น เครือข่ายผู้ป่วยเรื้อรัง จ.ขอนแก่น ขอให้ชะลอการส่งหนังสือแสดงเจตจำนงค์เข้าร่วม CPTPP ตามข้อเสนอนโยบายและมาตรการ

ส.ผู้บริโภคบุกยื่นหนังสือผู้ว่าฯชะลอเข้าร่วมซีพีทีพีพี




 

ส.ผู้บริโภคบุกยื่นหนังสือผู้ว่าฯชะลอเข้าร่วมซีพีทีพีพี