รอง ผบช.ภ.3 เดินหน้าโครงการชุมชนยั่งยืนแก้ไขปัญหายาเสพติด

รอง ผบช.ภ.3 เร่งสร้างครอบครัวสีขาว เดินหน้าโครงการชุมชนยั่งยืนแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร นำร่อง 236 ชุมชน ใน 8 จว.อีสานล่าง เผยผลตอบรับดีเกินคาด พร้อมต่อยอดในปีถัดไป

21 มิถุนายน 2564 พลตำรวจตรีคีรีศักดิ์  ตันตินวะชัย  รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3  กล่าวถึงการดำเนินงานโครงการชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ตำรวจภูธรภาค 3 ดำเนินการเป็นภาคแรกของประเทศ ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาและดำเนินงานชุมชนยั่งยืนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร และการบำบัดผู้ติดยาเสพติดโดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน และเพื่อสร้างรูปแบบการดำเนินงานชุมชนเข้มแข็งแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด 

รอง ผบช.ภ.3 เดินหน้าโครงการชุมชนยั่งยืนแก้ไขปัญหายาเสพติด



ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ชาติ ที่จะช่วยเหลือผู้เสพยาเสพติด ให้ลด ละ และเลิกยาเสพติดได้ โดยใช้กระบวนการบำบัดโดยชุมชนแบบ CBTx  (community based treatment *extreme)  และมีการสร้างระบบการบริหารให้ผู้นำชุมชนมีความเข้มแข็งในการติดตามผู้ที่เลิกใช้ยาเสพติด และการสร้างภาคีเครือข่ายในชุมชน โดยมีตำรวจ ฝ่ายปกครอง  เป็นพี่เลี้ยงสนับสนุน เพื่อส่งมอบภารกิจการดูแลชุมชนให้มั่นคงปราศจากยาเสพติด  ด้วยเหตุที่พบว่า ปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดที่ผ่านมา แม้จะกวาดล้างจับกุมอย่างเข้มข้นมาตลอด   แต่ปริมาณยาเสพติด และผู้ค้ายาเสพติดกลับเพิ่มมากขึ้น การป้องกันไม่ให้มีการค้า คือการช่วยเหลือผู้เสพให้เลิกใช้ยาเสพติด เมื่อเลิกเสพ ก็เลิกซื้อ เมื่อ ไม่มีผู้ซื้อก็จะไม่มีผู้ขาย บำบัดดีกว่าจับกุม 

รอง ผบช.ภ.3 เดินหน้าโครงการชุมชนยั่งยืนแก้ไขปัญหายาเสพติด



พลตำรวจตรีคีรีศักดิ์  ตันตินวะชัย  รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3  กล่าวอีกว่า  โครงการชุมชนยั่งยืนนี้ มีการบูรณการการทำงานทุกภาคส่วน ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ผู้นำทางศาสนา ปราชญ์ชาวบ้าน และประชาชน ร่วมกันค้นหาผู้เสพยาเสพติดในชุมชน โดยลงสำรวจ ตรวจทุกคนทุกครัวเรือน ( X-ray 100% ) เมื่อได้ผู้เสพออกมาแล้ว ตำรวจ สาธารณสุข มหาดไทย และประชาชนในชุมชน จะร่วมกันบำบัดในชุมชนนั้นเลย โดยมีคำสั่งจากนายอำเภอ ให้เปิด CBTx ในชุมชน โดยมีการบำบัดทั้งทางการแพทย์ ทางจิตวิทยา ศาสนาบำบัด วินัยบำบัด จิตอาสาบำบัด อาชีวบำบัด และยังมีครอบครัวพร้อมพลังชุมชน ให้กำลังใจและติดตามพฤติกรรมผู้บำบัดอย่างใกล้ชิด มีการให้โอกาสทางการศึกษา การฝึกอาชีพ การหางาน เสริมสร้างรายได้ให้แก่ผู้ที่เลิกยาเสพติด ได้มีชีวิตและสภาพครอบครัวที่ดีขึ้น ไม่กลับไปสู่วังวนยาเสพติดได้อย่างเด็ดขาด   ก่อนดำเนินโครงการได้มีการฝึกอบรมวิทยากรต้นแบบให้แก่ตัวแทนจากทุกสถานีตำรวจและมีผู้แทนสำนักงาน ปปส. ฝ่ายปกครอง สาธารณสุขร่วมสัมมนาด้วย

จากนั้น ตร.ภ.3 ได้เริ่มดำเนินโครงการฯ ด้วยการเข้าประสานการปฏิบัติกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ สาธารณสุข และผู้นำท้องถิ่น ผู้นำหมู่บ้าน สืบสภาพชุมชน คัดเลือกหมู่บ้านเป้าหมายที่มีปัญหาการแพร่ระบาดสูงสุด  ซึ่งโครงการนี้ขับเคลื่อนพร้อมกันทั้ง 236  สถานี  8 จังหวัดอีสานใต้ ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 มีประชากรในชุมชนเป้าหมายรวม รวม 165,065 คน ขณะนี้ ค้นหาผู้เสพ / ผู้ติดยาเสพติดได้ ได้ 3,724 คน และอยู่ในระหว่าง CBTx  ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการได้รับผลตอบรับดีจากคนในชุมชนและพร้อมที่จะต่อยอดดำเนินโครงการต่อไป 

รอง ผบช.ภ.3 เดินหน้าโครงการชุมชนยั่งยืนแก้ไขปัญหายาเสพติด



"จากการประเมินผลคาดว่า จะมีผู้เลิกใช้ยาเสพติดถึงประมาณร้อยละ 80 หากเลิกได้ 3,000 คน ใน 1 ปีจะลดกำลังซื้อไป 1,000,000 เม็ด คิดเป็นเงินที่ไม่ต้องสูญไปให้ผู้ค้า 100 ล้านบาท หากทำได้ทุกหมู่บ้านที่เหลืออีก   16,632 หมู่บ้าน จะเป็นเงินถึง  7,000 ล้านบาท อันจะนำมาซึ่งการลดปัญหายาเสพติดในครอบครัว สังคมและชุมชนได้อย่างยั่งยืน ภัยอาชญากรรมอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่มีต้นตอมาจากยาเสพติดจะไม่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน" พลตำรวจตรีคีรีศักดิ์ ฯ  กล่าว