สหราชอาณาจักรป่วยโควิดทะลุ 10,000 ราย ติดต่อกันเป็นวันที่ 3

สหราชอาณาจักรรายงานพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่ม 10,321 ราย ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ถือเป็นยอดผู้ป่วยใหม่ที่มากกว่า 10,000 ราย ติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ทำให้ยอดผู้ป่วยรวมอยู่ที่ 4,620,968 ราย

สหราชอาณาจักรยังรายงานพบผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 14 ราย ทำให้ยอดรวมอยู่ที่ 127,970 ราย โดยเป็นยอดรวมเฉพาะผู้ที่เสียชีวิตภายในรอบ 28 วันหลังมีผลตรวจเป็นบวก
สหราชอาณาจักรพบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา (Delta) ซึ่งพบเป็นครั้งแรกในอินเดียและมีอัตราแพร่ระบาดสูง เพิ่มขึ้นร้อยละ 79 ในช่วงสัปดาห์ก่อน โดยจำนวนผู้ป่วยใหม่ทั่วประเทศส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว ซึ่งหลายคนได้รับคำเชิญให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว หลังจากมีการขยายแผนฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมคนกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป ด้านผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลก็เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า
ก่อนหน้านี้ในวันเสาร์ ศาสตราจารย์อดัม ฟินน์ สมาชิกคณะกรรมการร่วมด้านการฉีดวัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกัน (JCVI) กล่าวว่าโรคโควิด-19 ระลอกใหม่กำลังระบาดอยู่ในสหราชอาณาจักร พร้อมกล่าวว่าต้องเร่งฉีดวัคซีนเพื่อแข่งกับการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 ซึ่งเป็นการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตา
ฟินน์กล่าวกับสำนักข่าวบีบีซี (BBC) ว่าหากมองในแง่ดีคือตัวเลขจะไม่เพิ่มขึ้นเร็วไปกว่านี้ แต่ก็จะยังเพิ่มขึ้นอยู่ดี และการระบาดระลอกที่ 3 ก็กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบันอย่างแน่นอน
ข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่โดยหน่วยงานสาธารณสุขอังกฤษ (Public Health England) เผยให้เห็นว่าวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) มีประสิทธิภาพในการลดการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจากการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาได้มากถึงร้อยละ 92 หลังจากฉีดครบสองโดส ขณะที่ประสิทธิภาพของวัคซีนไฟเซอร์อยู่ที่ร้อยละ 96
สหราชอาณาจักรมีประชาชนฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดสแรกแล้วมากกว่า 42.6 ล้านคน ขณะที่อีกมากกว่า 31 ล้านคนฉีดครบสองโดสแล้ว
ปัจจุบันนานาประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร จีน รัสเซีย สหรัฐฯ รวมถึงสหภาพยุโรป กำลังแข่งกับเวลาเพื่อดำเนินการฉีดวัคซีน เพื่อทำให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง