ภูเก็ต ตรวจสอบปลาฉลามหูดำ พบติดเบ็ดราวประมงพื้นบ้าน ขอความร่วมมืองดจับ เพราะสำคัญต่อระบบนิเวศ

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบปลาฉลามหูดำที่ภูเก็ต พบติดมากับเบ็ดราวของประมงพื้นบ้านโดยไม่ตั้งใจ พร้อมขอความร่วมมืองดจับ แม้ไม่อยู่ในบัญชีสัตว์สงวน-สัตว์คุ้มครอง แต่สำคัญต่อระบบนิเวศและการท่องเที่ยวของจังหวัด ที่กำลังจะเปิดPhuket Sandbox

พลเรือตรี ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) กล่าวถึงความคืบหน้าปัญหาการนำซากฉลามหูดำมาวางขายในตลาดปลา ที่ จ.ภูเก็ต ว่า พลเรือโท เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 สั่งการให้ศูนย์ควบคุมท่าเรือ จ.ภูเก็ต ลงพื้นที่ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ตตรวจสอบร่วมกับประมงจังหวัดภูเก็ต ด่านตรวจประมงภูเก็ต และศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลภูเก็ตและชายฝั่งทะเล เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ปลาฉลามหูดำมาจากการทำการประมงเบ็ดราวหน้าดินของเรือประมงพื้นบ้าน (ต่ำกว่า 10 ตันกรอส) ซึ่งเป้าหมายหลักของการทำการประมงคือปลาเก๋า แต่เนื่องจากช่วงเดือน มกราคม-มิถุนายน เป็นช่วงเวลาที่ฉลามหูดำเคลื่อนที่เข้ามาบริเวณที่ชาวประมงวางเบ็ดราว จึงทำให้ติดปลาฉลามหูดำเป็นจำนวนมาก

ภูเก็ต ตรวจสอบปลาฉลามหูดำ พบติดเบ็ดราวประมงพื้นบ้าน ขอความร่วมมืองดจับ เพราะสำคัญต่อระบบนิเวศ



ทั้งนี้ ฉลามหูดำไม่ได้บรรจุอยู่ในบัญชีสัตว์สงวนหรือสัตว์คุ้มครองตามพระราชบัญญัติ และการทำการประมงไม่ได้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหรือพื้นที่คุ้มครองทางทะเล และเมื่อไม่เป็นสัตว์คุ้มครองจึงสามารถจำหน่ายได้ไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะได้สำรวจและผลักดันสัตว์ทะเลชนิดสำคัญ รวมถึงฉลามหูดำเพื่อบรรจุในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 ต่อไป

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากระทำจะไม่ผิดกฎหมาย เพราะฉลามหูดำไม่อยู่ในบัญชีสัตว์สงวนหรือสัตว์คุ้มครอง แต่ปลาฉลามสำคัญต่อระบบนิเวศและห่วงโซ่อาหารทางทะเล และยังสำคัญต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ที่กำลังจะเปิดรับนักท่องเที่ยว (Phuket Sandbox) จึงต้องเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ และขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการและประสานการปฏิบัติ โดยลงพื้นที่สำรวจและเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจขอความร่วมมือชาวประมง และผู้ประกอบกิจการประมง ให้ช่วยกันลดหรือห้ามจับปลาฉลาม เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ จ.ภูเก็ต รวมถึงสร้างเครือข่ายในพื้นที่อย่างจริงจังและทั่วถึง อีกทั้งเร่งหาแนวทางประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้กับชาวประมง ผู้ประกอบกิจการประมง ประซาชน และนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศและจังหวัดที่กำลังจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่อไป