ชาวบ้านร้องสำนักสงฆ์ตัดต้นไม้ ห้ามโยมผู้หญิงเข้า

ชาวบ้าน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ร้องตรวจสำนักสงฆ์ตัดต้นไม้ขยายพื้นที่สร้างศาลา กุฏิทั้งที่มีพระเพียงรูปเดียว ทั้งล้อมรั้วปิดประตูห้ามชาวบ้านนำสัตว์เข้าไปเลี้ยงทั้งที่เป็นทำเลเลี้ยงสัตว์เดิม และห้ามไม่ให้โยมผู้หญิงเข้าสำนักสงฆ์ ด้านหลวงพ่อโต้ไม่ได้ตัดต้นไม้ใหญ่แค่กิ่งเล็กให้งอกแตกใหม่ ยันเป็นคนปลูกและอนุรักษ์ป่าไม่ได้ทำลาย ปัดไม่เคยห้ามโยมผู้หญิงเข้าตามที่ถูกใส่ร้าย

     วันที่ 19 มิ.ย.2564 ตัวแทนชาวบ้านบ้านโคกเมือง ต.จรเข้มาก อ.ประโคนชัย และตัวแทนชาวบ้านใน อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องเรียนให้ตรวจสอบสำนักสงฆ์ห้วยลึก ตั้งอยู่ใกล้บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยลึก ต.จรเข้มาก อ.ประโคนชัย เขตติดต่อกับ อ.ละหานทราย โดยตัวแทนชาวบ้านที่ร้องเรียนกล่าวหาว่าหลวงพ่อธนภัทร หรือหลวงพ่อเจม ซึ่งพำนักอยู่ที่สำนักสงฆ์ดังกล่าวเพียงรูปเดียว มีพฤติกรรมสั่งให้คนตัดต้นไม้ขนาดใหญ่รอบที่ตั้งสำนักสงฆ์ โดยที่ไม่รู้ว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ป่าไม้ หรือที่สาธารณะประโยชน์สามารถตัดต้นไม้ได้หรือไม่ แล้วนำไม้ที่ตัดไปทำการก่อสร้างศาลา กุฏิ หลายหลังทั้งที่มีพระอยู่เพียงรูปเดียว ที่สำคัญยังมีการทำรั้วและประตูกั้นห้ามไม่ให้ชาวบ้านนำวัว ควาย เข้าไปเลี้ยงได้เหมือนเมื่อก่อน ทั้งที่เดิมเคยเป็นทำเลเลี้ยงสัตว์สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน แทนที่พระจะมีความเมตตากับชาวบ้าน นอกจากนั้นยังห้ามไม่ให้โยมผู้หญิงเข้าไปในสำนักสงฆ์โดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่จริงแล้ววัดหรือสำนักสงฆ์ทุกแห่งก็ไม่เคยมีข้อห้ามผู้หญิงเข้า จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ และชี้แจงความชัดเจนให้ชาวบ้านรับฟังว่า จริงแล้วบริเวณที่ตั้งสำนักสงฆ์ห้วยลึกดังกล่าวเป็นพื้นที่อะไร แล้วการตัดต้นไม้ไปสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ได้หรือไม่ และสามารถห้ามชาวบ้านนำสัตว์ไปเลี้ยง หรือห้ามไม่ให้โยมผู้หญิงเข้าสำนักสงฆ์ถูกต้องหรือไม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนแก่ชาวบ้าน

ชาวบ้านร้องสำนักสงฆ์ตัดต้นไม้ ห้ามโยมผู้หญิงเข้า

       นางบานเย็น ฉวีรัมย์ และนางสาวสุนทรี เย็กรัมย์ ตัวแทนชาวบ้าน เล่าว่า เมื่อก่อนตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ก็สามารถนำวัว ควาย เข้ามาผูกเลี้ยงกินหญ้าในพื้นที่บริเวณดังกล่าวได้ แต่พอมีการแบ่งแยกเขตพื้นที่ อ.ละหานทราย กับ อ.ประโคนชัย เพื่อแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบ และมีการตั้งสำนักสงฆ์ห้วยลึกให้หลวงพ่อเจม เข้ามาดูแลสำนักสงฆ์ ดังกล่าว ก็มีการห้ามไม่ให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปเลี้ยงในพื้นที่ได้เหมือนเมื่อก่อน ทั้งมีการลักลอบตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ไปก่อสร้างศาลา หรือกุฏิ ซึ่งชาวบ้านมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ที่สำคัญยังมีการห้ามไม่ให้โยมผู้หญิงเข้าไปในสำนักสงฆ์ โดยไม่ทราบสาเหตุ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบความถูกต้องของสำนักสงฆ์แห่งนี้ และพฤติกรรมของหลวงพ่อด้วย

ชาวบ้านร้องสำนักสงฆ์ตัดต้นไม้ ห้ามโยมผู้หญิงเข้า

     ด้านหลวงปู่เจม บอกว่า อาตมาธุดงค์มาสถานที่แห่งนี้ ตั้งแต่ปี 2540 ตั้งแต่มาพำนักที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ก็ดูแลอนุรักษ์ป่าด้วยการปลูกต้นไม้ต่างๆ ไปแล้วมากกว่า 100 ต้น และปัจจุบันก็เพาะพันธุ์กล้าไม้เตรียมปลูกเพิ่มเรื่อยๆ ไม่ได้ตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ตามที่ชาวบ้านกล่าวหา เพียงตัดยอดหรือกิ่งเล็กออกให้แตกงอกใหญ่เท่านั้น ส่วนพื้นที่ที่ตั้งสำนักสงฆ์ก็เป็นพื้นที่ของป่าที่ได้รับอนุญาตให้ตั้งสำนักสงฆ์ถูกต้อง โดยได้รับมอบหมายจากทาง อบต.ให้ดูแลพื้นที่บริเวณนี้อย่างถูกต้อง สามารถตรวจสอบกับทาง อบต.ได้ อาตมาบวชก็เพื่อดูแลศาสนาดูแลฟื้นฟูป่าให้อุดมสมบูรณ์ไม่ได้ทำลายตามที่ชาวบ้านกล่าวหา ก็ไม่รู้ว่าชาวบ้านที่ร้องเรียนมีวัตถุประสงค์อะไร ส่วนกรณีที่ล้อมรั้วยอมรับว่าล้อมจริงแต่เพื่อป้องกันไม่ให้วัว ควายเข้าไปกินต้นไม้ที่อาตมาปลูกไว้ แต่ไม่ได้ปิดล็อคประตู และไม่ได้ห้ามโยมผู้หญิงเข้าตามที่ใส่ร้าย

ชาวบ้านร้องสำนักสงฆ์ตัดต้นไม้ ห้ามโยมผู้หญิงเข้า

ชาวบ้านร้องสำนักสงฆ์ตัดต้นไม้ ห้ามโยมผู้หญิงเข้า