รองโฆษกตร. เตือนสติ คิดให้ดีก่อนเล่นพนัน

รองโฆษก ตร. เตือน คิดให้ดีก่อนจะเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ ทั้งผู้จัดให้มีการเล่น ผู้เล่น ผู้ชักชวนให้เล่น เสี่ยงคุก เสี่ยงถูกยึดทรัพย์ เสี่ยงสูญเงิน

วันที่ 19 มิถุนายน 2564 พันตำรวจเอก ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(รอง ผบก.ปอท.) ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(รอง โฆษก ตร.) กล่าวถึงพัฒนาการของการเล่นพนันออนไลน์ ในยุคที่ประชาชนเข้าถึงสมาร์ทโฟน สื่อสังคมออนไลน์  หรือระบบธนาคารออนไลน์  ทำให้ผู้จัดให้มีการเล่นการพนันพยายามเข้าถึงประชาชนมากขึ้น มีการชักชวนในรูปแบบต่างๆ ทั้งส่งลิ้งค์เว็บไซต์การพนันมาทางข้อความสั้น(SMS) โฆษณาในเว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์หลายๆแพลตฟอร์ม 

รองโฆษกตร. เตือนสติ คิดให้ดีก่อนเล่นพนัน


รวมถึงการนำนายแบบนางแบบ พริตตี้ ยูทูบเบอร์ มาชักชวนให้เล่นการพนัน โดยอ้างว่าเล่นง่ายๆ สนุก ได้เงินแน่นอน ทำให้มีประชาชนทั้งผู้ใหญ่และเด็ก เยาวชน หลงเชื่อหลวมตัวเข้าไปเล่นการพนันออนไลน์ จนมีบางรายหมดเนื้อหมดตัว อาจเป็นสาเหตุให้ไปก่ออาชญากรรมอย่างอื่น ทั้งอาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์ ยาเสพติด หรือถึงขนาดฆ่าตัวตายเพราะติดหนี้การพนันออนไลน์
สำหรับการพนันออนไลน์นั้น จะมีผู้เกี่ยวข้องมีอยู่ 3 กลุ่ม ล้วนแล้วแต่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น ซึ่งมีอัตราโทษแตกต่างกันไป ได้แก่ 1.กลุ่มผู้จัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ ทั้งเจ้าของเว็บไซต์ ผู้บริหารจัดการเว็บไซต์ ผู้ดูแลระบบ(แอดมิน) ผู้ทำการตลาดหรือโปรโมทเว็บไซต์ เจ้าของบัญชีธนาคารที่ยินยอมรู้เห็นเป็นใจเปิดบัญชี เป็นต้น จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนันฯมาตรา 12 มีอัตราโทษโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากกระทำความผิดหลายกรรม อาจถูกดำเนินคดีในลักษณะต่างกรรมต่างวาระ

นอกจากนี้ การจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ยังเป็นหนึ่งในมูลฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ดังนั้น หากเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนได้ว่าผู้กระทำผิดโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือปกปิดที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือกระทำการใด ๆ เพื่อปกปิดการจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใด ๆ ของทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือได้มาหรือครอบครองทรัพย์สิน โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ผู้กระทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดี ตามมาตรา 5 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดด้วย

รองโฆษกตร. เตือนสติ คิดให้ดีก่อนเล่นพนัน

2.ผู้เล่นการพนัน จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน มาตรา 12ฯ มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังเสี่ยงที่จะถูกเข้าถึงข้อมูล Privacy Data(ข้อมูลส่วนตัว)ที่ให้กับเว็บไซต์การพนันอาจถูกนำไปใช้ และอาจถูกโกงเงินไม่สามารถถอนเงินคืนจากเว็บไซต์พนันได้
3.ผู้ประกาศ โฆษณา ชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนัน ทั้ง เซเลป นายแบบนางแบบ พริตตี้ ยูทูบเบอร์ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน มาตรา 12ฯ มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ หากการกระทำความผิด เป็นไปในลักษณะมีการชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทําให้เด็กมี ความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทําผิด ผู้ปกครองหรือผู้กระทำผิดก็อาจถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ในมาตรา 26(3) ประกอบ มาตรา 78 มีอัตราโทษจําคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ อีกด้วย

รองโฆษกตร. เตือนสติ คิดให้ดีก่อนเล่นพนัน

พันตำรวจเอก ศิริวัฒน์ฯ จึงฝากเตือนมายังกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 กลุ่ม ให้คิดให้ดี ก่อนที่ยุ่งเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ เพราะจะถูกจับกุมดำเนินคดี อาจจะสูญทั้งเงินและติดคุกได้ 
ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้มีข้อห่วงใยเกี่ยวกับปัญหาการชักชวนให้มี การเล่นการพนันออนไลน์ทายผลฟุตบอล จากการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป "ยูโร 2020" ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมาย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้กำชับให้กวดขันจับกุมและทำการสืบสวนปราบปรามการพนันออนไลน์ทายผลฟุตบอลอย่างจริงจัง อันจะส่งผลให้เกิดปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ต่อประชาชนทั่วไปตามมาอีกจำนวนมาก
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชน ขอให้ช่วยกันหยุดวงจรการพนันออนไลน์ โดยหากพบเห็นการกระทำความผิดหรือพบเบาะแสเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ สามารถแจ้งไปยังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลข 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

รองโฆษกตร. เตือนสติ คิดให้ดีก่อนเล่นพนัน