จับมือกันแล้ว'ปูติน-ไบเดน' ตกลงส่งเอกอัครราชทูตกลับไปประจำการ หลังพบกันครั้งแรกในการประชุมซัมมิต

ซัมมิตครั้งแรกของ "วลาดิมีร์ ปูติน" ประธานาธิบดีรัสเซีย กับ "โจ ไบเดน" ประธานาธิบดีสหรัฐ จบลงเร็วกว่าที่คาด ผูู้นำทั้งสองเห็นพ้องกันว่าจะส่งเอกอัครราชทูตกลับไปประจำเมืองหลวงของอีกฝ่ายตามเดิม หลังจากเกิดความบาดหมางเมื่อไบเดนเรียกปูตินเป็น "ฆาตกร"

การประชุมสุดยอดระหว่างปูตินและไบเดน ที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันพุธที่ 16 มิถุนายน เป็นการเจรจากันแบบพบตัวระหว่างผู้นำชาติมหาอำนาจทั้งสองเป็นครั้งแรก ซึ่งการประชุมที่ปรึกษาของไบเดนคาดว่าจะใช้เวลาราว 5 ชั่วโมง แต่จบลงในเวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมง หลังจากนั้นแยกกันแถลงข่าว ซึ่งต่างจากการประชุมสุดยอดระหว่าง ปูติน กับโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปี 2561 ที่ทั้งคู่แสดงความแนบแน่น ด้วยเป็นมิตร

ซัมมิต ระหว่าง ปูตินกับทรัมป์ ที่กรุงเฮลซิงกิคราวนั้น ช่วงหนึ่งพวกเขาคุยกันเป็นการส่วนตัว โดยมีเพียงล่ามของแต่ละฝ่ายอยู่ด้วย แต่ซัมมิตระหว่าง ปูติน กับ ไบเดน ไม่มีช่วงเวลาแบบนั้น

รอยเตอร์ รายงาน อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ว่า การพูดคุยกันรอบแรก นอกจากไบเดนและปูติน ยังรวมถึงแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ และเซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย โดยใช้เวลาหารือเกือบ 2 ชั่วโมง ก่อนจะพักเบรกแล้วเริ่มเจรจากันใหม่ในเวลา 16.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น (21.00 น.ของไทย) โดยมี อนาโตลี อันโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ เข้าร่วมด้วย การเจรจาจบลงในเวลา 17.05 น.

ในช่วงหลายปีนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐเสื่อมถอยลง โดยเฉพาะหลังจากรัสเซียผนวกแคว้นไครเมียของยูเครนเป็นของตนเมื่อปี 2557 การที่รัสเซียแทรกแซงความขัดแย้งในซีเรียเมื่อปี 2558 และคำกล่าวหาของสหรัฐว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งปี 2559 ที่ช่วยให้ทรัมป์ชนะ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลทั้งสองยิ่งตกต่ำลงอีกในเดือนมีนาคม เมื่อไบเดนกล่าวว่า เขาคิดว่าปูตินเป็น "ฆาตกร" ทำให้รัสเซียเรียกทูตอันโตนอฟกลับจากวอชิงตันมาปรึกษาหารือ จากนั้นสหรัฐก็เรียกเอกอัครราชทูตของตนกลับจากรัสเซียในเดือนเมษายน

ในการแถลงข่าวหลังจบการประชุม ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่มีความเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน และแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาของทั้งสองที่จะทำความเข้าใจกันและกัน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าควรส่งเอกอัครราชทูตกลับไปประจำที่เมืองหลวงของอีกฝ่าย

"พวกเขาจะกลับไปยังสถานที่ทำงานของพวกเขา แต่เป็นเมื่อใดนั้นเป็นคำถามทางเทคนิคล้วนๆ" เอเอฟพีรายงานคำกล่าวของประธานาธิบดีรัสเซีย

ปูตินกล่าวด้วยว่า รัสเซียและสหรัฐแบ่งปันความรับผิดชอบร่วมกันสำหรับเสถียรภาพด้านนิวเคลียร์ และจะเจรจากันถึงความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงสนธิสัญญานิวสตาร์ท เพื่อจำกัดอาวุธนิวเคลียร์ ที่เพิ่งขยายเวลาออกไปเมื่อไม่นานมานี้

อย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่ายกล่าวไว้ก่อนหน้าการประชุมว่า พวกเขาคาดหวังความสัมพันธ์ที่คาดเดาได้และเสถียรมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีความเห็นไม่ลงรอยกันในทุกด้าน ตั้งแต่การควบคุมอาวุธและการโจมตีไซเบอร์ ไปจนถึงการแทรกแซงการเลือกตั้งและกรณียูเครน