ฤาจะหมดเวลา..."อากิระ นิชิโนะ"

"ใครไม่อายผมอาย" ประโยคคลาสสิกจากคำให้สัมภาษณ์ของ "บิ๊กอ๊อด" กลายเป็นหอกกลับมาทิ่มแทงตัวเองอีกครั้ง หลังทัพ "ช้างศึก" ร่วงตกรอบคัดบอลโลก พร้อมการถูกตั้งคำถามถึงความสามารถของ "อากิระ นิชิโนะ" กุนซือชาวญี่ปุ่น ว่าดีพอที่จะได้คุมทีมต่อไปหรือไม่

โดยทัพ "ช้างศึก" ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ภายใต้การนำทัพของ "อากิระ นิชิโนะ" กุนซือชาวญี่ปุ่น ทำได้แค่อันดับ 4 (จาก 5 ทีม) ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบ 2 ต้องตกรอบกลับบ้านอย่างสุดช้ำ พร้อมกับต้องนั่งมองทีมคู่ปรับสำคัญอย่าง เวียดนาม ตีตั๋วเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายไปแทน
จากผลงานอันน่าผิดหวังดังกล่าว ทำให้กระแสเรียกร้องให้ปลด "อากิระ นิชิโนะ" ดังกึกก้องขึ้นมาอีกครั้ง เพราะหลังจากทีม "ช้างศึก" ได้กุนซือรายนี้มาร่วมงานด้วย แฟนบอลต่างก็คาดหวังว่า อดีตโค้ชผู้พาทัพ "ซามูไรบลูส์" โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจในฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด จะสามารถพัฒนาทีมชาติไทยให้ก้าวสู่การผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกได้ หรืออย่างน้อยๆก็ต้องทำได้ไม่ยิ่งหย่อนกว่าสมัย "ซิโก้" คุมทัพ ที่ทะลุเข้าถึงรอบ 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชียมาแล้ว

ฤาจะหมดเวลา..."อากิระ นิชิโนะ"


แต่ นิชิโนะ กลับไม่สามารถทำให้แฟนบอลชาวไทยสมหวัง มิหนำซ้ำยังมีผลงานที่ย่ำแย่กว่าเดิมเสียอีก ที่แฟนบอลรับไม่ได้ที่สุดก็คือการเสียตำแหน่ง "เบอร์ 1 อาเซียน" ไปให้เวียดนาม แถมยังมีแต้มน้อยกว่า มาเลเซีย และยังทำได้แค่เสมอกับ อินโดนีเซีย ทีมสมันน้อยของกลุ่ม ทั้งๆที่พลพรรคอิเหนาคือทีมแจกแต้มประจำกลุ่มนี้ โดนยิงเกมละ 4-5 ลูกแทบทุกนัด แต่แต้มเดียวที่พวกเขาทำได้ก็คือการเสมอกับทีมชาติไทยนี้เอง
สิ่งที่ อากิระ นิชิโนะ ถูกวิจารณ์มากในช่วงหลังก็คือการเลือกตัวนักเตะลงสนาม ไว้เนื้อเชื่อใจนักเตะที่ตัวเองชื่นชอบแทนที่จะเลือกใช้บริการนักเตะที่ทำผลงานในไทยลีกได้ดี เลือกผู้เล่นเดินทางไปยูเออีมากเป็นประวัติการณ์ถึง 42 คน แต่เรียกใช้งานจริงไม่กี่คน บางคนลงเล่นในลีกแค่ไม่กี่นัดตลอดทั้งซีซั่น แต่จองโควตา 11 ตัวจริงได้แบบแทบไม่มีความกดดัน ทำให้เกิดคำถามว่า แล้วนักเตะจะโชว์ฟอร์มให้ดีกับต้นสังกัดไปทำไม ในเมื่อถึงเวลาเล่นทีมชาติ ก็เรียกใช้แต่หน้าเดิมๆ
ขณะเดียวกัน เกมที่มีความหมายชี้เป็นชี้ตาย กุนซือชาวญี่ปุ่นกลับเลือกนักเตะหน้าใหม่ลงเป็นตัวจริงทันที ขณะที่นักเตะที่มีประสบการณ์ในเกมระดับสูง ต้องทำได้แค่นั่งรอโอกาสอยู่บนม้านั่งสำรอง

ฤาจะหมดเวลา..."อากิระ นิชิโนะ"


แม้ช่วงแรกภายใต้การคุมทีมของ นิชิโนะ ทัพ "ช้างศึก" จะทำผลงานได้ดี มีแววว่าจะไปได้อีกไกล แต่หลังจากนั้นแฟนบอลกลับไม่เห็นถึงการพัฒนาอย่างที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะ "การแก้เกม" ที่กลายเป็นจุดอ่อนของกุนซือผู้นี้อย่างเห็นได้ชัด โดยมีการเปิดสถิตินับตั้งแต่ นิชิโนะ เข้ามาคุมทีม พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า ทีมชาติไทยถูกคู่แข่งขึ้นนำก่อนรวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง (รวมทั้งทีมชุดใหญ่และ ยู-23) และจบเกมด้วยความพ่ายแพ้ทั้ง 6 ครั้ง ขณะที่ไทยนำคู่แข่งก่อน 13 เกม แต่จบเกมด้วยชัยชนะแค่ 6 ครั้ง โดนตีเสมอ 5 ครั้ง และพลิกกลับมาแพ้ 2 ครั้ง
จริงอยู่...ที่วิกฤต "โควิด-19" ทำให้วงการฟุตบอลไทยหยุดชะงัก แผนการเตรียมทีมที่วางแผนไว้เป็นปีกลายเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีโอกาสเกิดขึ้นจริง อย่างไรก็ตามเมื่อมองอีกมุมหนึ่ง ทุกชาติก็ต้องพบกับปัญหานี้เหมือนกันหมดทั่วโลก แต่ฟุตบอลของพวกเขาก็ไม่ได้ถอยหลังลงไปมากเหมือนทีมชาติไทย
จริงอยู่...ที่ อากิระ นิชิโนะ อาจจะไม่สามารถรวบรวมสมาธิในการทำงานได้ดีนักในช่วงหลัง เนื่องจากเพิ่งสูญเสียมารดาไปเมื่อต้นปี ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพจิตใจ รวมถึงภารกิจในฐานะบุตรชายคนโตของครอบครัวที่ต้องคอยจัดการเรื่องพิธีศพและเรื่องพินัยกรรม จนทำให้เดินทางกลับมาประเทศไทยล่าช้ากว่าปกติในช่วงฤดูกาลปกติของไทยลีก และอาจส่งผลต่อการติดตามฟอร์มการเล่นของนักเตะไปด้วย แต่ต้องไม่ลืมว่าทุกการทำงานต้องมี "ผู้ช่วย" และเมื่อถึงเวลาที่ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ ผู้ช่วยของเขาได้รับมอบหมายงานมากน้อยแค่ไหน รวมถึงตัวเขาเองไว้เนื้อเชื่อใจทีมงานเต็มร้อยหรือไม่
จริงอยู่...ที่การลุยศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่ยูเออีครั้งนี้ ไทยต้องขาดดาวเตะซูเปอร์สตาร์อย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีราทร บุญมาทัน และ ธีรศิลป์ แดงดา แต่ปัญหาการขาดผู้เล่นที่บาดเจ็บ ติดโทษแบน หรือติดปัญหาใดๆก็ตาม นั่นเป็นสิ่งที่ผู้เป็นเฮดโค้ชทุกทีมต้องแก้ไขอยู่แล้ว
จริงอยู่...ที่การเปลี่ยนโค้ชทุกครั้งหมายถึงการต้องกลับไป "นับหนึ่งใหม่" แต่นั่นเป็นธรรมดาของโลกฟุตบอล หากไม่สามารถทำผลงานให้เป็นที่ยอมรับและให้โอกาสสานงานต่อไปได้ ก็ควรให้โอกาสคนใหม่เข้ามาทำงานแทน จนกว่าจะพบ "คนที่ใช่" ไม่ว่าจะในระดับทีมชาติหรือสโมสร
จึงเกิดคำถามขึ้นในหมู่แฟนบอลว่า แล้วเราจะจ้างโค้ชด้วยค่าเหนือยเดือนละหลายล้านบาททำไม ถ้าไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นนี้ได้? และคำถามดังกล่าว คงต้องย้อนกลับไปให้ผู้บริหารของสมาคมฯมาช่วยตอบ ว่าถึงเวลานี้...อาย (อีกครั้ง) หรือยัง?

ฤาจะหมดเวลา..."อากิระ นิชิโนะ"