"การบินไทย" เปิดแผนหารายได้ หลังศาลเห็นชอบฟื้นฟูกิจการ"แซนด์บ็อกซ์"ประเดิมไฟลต์แรก 3 ก.ค.100 ที่นั่ง

"การบินไทย"เปิดแผนหารายได้ หลังศาลเห็นชอบฟื้นฟูกิจการ ดัน "ส่วนซ่อมบำรุง-คาร์โก้-ครัวบินไทย" สร้างรายได้ พร้อมรับ "แซนด์บ็อกซ์" ประเดิมไฟลต์รก 3 ก.ค. จากเยอรมันถึงภูเก็ต 100 ที่นั่ง

วันนี้(16 มิ.ย.64) นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยภายหลังศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่งปรับแผนฟื้นฟูกิจการเป็นที่เรียบร้อย และให้ผู้บริหารแผน และผู้บริหาร ดำเนินการตามแผนฯเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยสามารถขยายระยะเวลาดำเนินการ ของแผนได้ครั้งละ 1 ปี 2 ครั้ง รวมไม่เกิน 7 ปี ซึ่งมั่นใจว่าเป็นกรอบเวลาที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้จะมีผลให้ผู้บริหารแผนที่ถูกเสนอชื่อตามแผนฟื้นฟูกิจการและแผนที่แก้ไข คือ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ นายพรชัย ฐีระเวช นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ นายไกรสร บารมีอวยชัย และ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร เป็นผู้บริหารแผน ซึ่งจะมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารธุรกิจของบริษัท และดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการต่อไป

ด้านนายนนท์ กลินทะ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ที่ผ่านมาการบินไทย ลดจำนวนพนักงานจาก 29,000 คน จะเหลือ 15,000 คนในสิ้นปีนี้ โดยมีโครงการลาจากระยะยาวรับเงินเดือน 20% ลาหยุดไม่รับเงินเดือน และโครงการร่วมใจเสียสละเพื่อองค์กร ซึ่งตามปกติองค์กรมีมีรายจ่ายแต่ละเดือน 2,500 ล้านบาทในปี 2563 โดยจะปรับลดให้เหลือ 800 ล้านบาทในปีนี้

สำหรับในอนาคต การบินไทยจะเน้นกลยุทธ์การหารายได้ โดยจะเน้นการขายออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าทำทุกอย่างเบ็ดเสร็จในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น ธุรกิจคาร์โก้ซึ่งเป็นรายได้หลักขณะนี้ โดยจะเน้นระบบดิจิทัลเข้ามาเสริม ส่วนเส้นทางที่เลือกทำการบิน คาดว่าจะทำการบินได้ในไตรมาสที่ 3 และ 4 เน้นเส้นทางทำกำไร โดยเฉพาะเส้นทางยุโรป โคเปนเฮเกน แฟรงค์เฟิร์ต บรัสเซล เส้นทางเหล่านี้ถือว่าทำกำไรมาโดยตลอด แข็งแกร่ง มีจุดขายที่ดี และจะลดค่าใช้จ่ายในบางเส้นทางที่ไม่ทำกำไร ส่วนเส้นทาง ฮานอย ไซง่อน พนมเปญ ที่ใช้เวลา 3-4 ชม.จะให้ไทยสมายล์เข้ามาทำการบิน

" ส่วนภารกิจภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ของรัฐบาล วางแผนไว้ที่จะบินตรงเข้าภูเก็ตมี 5 เมืองจากยุโรปได้แก่ แฟรงค์เฟิร์ต ลอนดอนโคเปนเฮเกน ปารีสและซูริค ส่วนไตรมาส 4 หากสถานการณ์โควิด-19 เบาบางลง แพลนไว้ว่า จะมีบินตรงจากเดลี เกาหลีและญี่ปุ่น ส่วนไทยสมายล์ที่จะเข้ามาที่ภูเก็ต จะมีฮ่องกงและสิงคโปร์ ส่วนยอดจองของการบินไทยขณะนี้ ไฟลท์แรกที่ออกจากเยอรมัน วันที่ 2 ก.ค.ถึงภูเก็ต วันที่ 3 ก.ค.นี้ จำนวน 100 ที่นั่ง ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ มองว่าหลังจากที่เริ่มเปิดบินในเดือน ก.ค.นี้จำนวนผู้โดยสารจะอยู่ที่หลักพันคน"นายนนท์ กล่าว

ขณะที่นายเชิดพันธ์ โชติคุณ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่าง บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่าฝ่ายช่างได้เตรียมเครื่องบินพร้อมที่จะตอบสนองกับแผนการบินของบริษัทฯ ซึ่งมั่นใจได้ว่าฝูงบินใหม่ที่ได้เลือกไว้ จะเป็นฝูงบินที่มีประสิทธิภาพและการซ่อมบำรุงจะมีการประสิทธิภาพมากขึ้น โดยฝ่ายช่างเป็นส่วนที่หารายได้ ก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 มีการซ่อมบำรุง เช่น ที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นตลาดใหญ่ที่เครื่องบินลงซ่อมบำรุง จากปกติก่อนโควิด-19 มีรายได้ประมาณปีละ 1,000 ล้านบาท ส่วนสนามบินในต่างประเทศ พม่า ย่างกุ้ง เสียมเรียบ ดักการ์ มีการซ่อมบำรุงอากาศยานปีละ 200-300 ล้านบาท คาดว่าหลังจากการบินไทยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการจะมีการขยายธุรกิจนี้ต่อไป มองว่าจะเป็นการทำรายได้ให้กับบริษัทการบินไทยในอนาคต

นางวรางคณา ลือโรจวงศ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายครัวการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันการบินไทยมี 3 หน่วยธุรกิจได้แก่ 1.ครัวการบิน 2.ฝ่ายบริการภาคพื้นและ3.คลังสินค้าไปรษณียภัณฑ์ ที่ผ่านมาในช่วงโควิด-19 สายการบินต่างๆเดินทางลดลง ขณะที่หน่วยธุรกิจของการบินไทยยังคงดำเนินการต่อ ในส่วนของแผนฟื้นฟูการบินไทยที่ได้รับการอนุมัติแผน 5 ปีข้างหน้าการบินไทย ต้องหารายได้เสริมในส่วนของหน่วยธุรกิจ

นอกจากนี้ การบินไทยยังเตรียมหารายได้เสริม โดยการตั้งบริษัทใหม่เพื่อหารายได้ ซึ่งธุรกิจอะไรก็ตามที่จะทำในอนาคตต้องเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพและสร้างผลกำไรให้การบินไทย ที่ผ่านมาในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ครัวการบินมีการเปิดภัตตาคารอีกสาขาที่ภูเก็ต เพื่อรองรับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ พื้นที่เดิมการบินไทย จากโบราณสถาน เปิดตั้งแต่พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อรองรับครัวการบิน นอกจากนี้ยังดูธุรกิจ การพัฒนาในภาคพื้นต่างๆในเรื่องของเลาจน์ สปา โดยมีการมองหาพันธมิตร ผู้ร่วมทุนเพื่อต่อยอด ในเรื่องของคาร์โก้ไม่ได้มองว่าเป็นแค่คลังสินค้าการบินไทยอยากจะพัฒนาให้เป็นโลจิสติกส์ดูทุกอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำรองรับธุรกิจกลุ่มอีคอมเมิร์ซ

นายอนิรุต แสงฤทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการบริษัทการบินไทยจำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ในช่วง 14 เดือนที่ผ่านมาการบินไทยยังทำการบินอย่างต่อเนื่อง ในการขนคนกลับบ้าน จำนวน 77,000 คน ในส่วนของขนส่งคาร์โก้อยู่ที่ 80,000 ตันเที่ยวบินทั้งหมดรวม 4000 เที่ยวบิน ขณะที่ไตรมาส 3และ 4 ทางฝ่ายพาณิชย์จะเพิ่มเที่ยวบินเพื่อรองรับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์และเที่ยวบินต่างๆได้เตรียมการให้ลูกเรือฝึกในส่วนของเครื่องบินแบบใหม่ Boeing 787 ได้ส่งนักบินไปลองเครื่องเพื่อให้ลูกเรือกลับไปสู่การบินอีกครั้งเพื่อพร้อมที่จะทำการบิน โดยอยากให้ผู้โดยสารมั่นใจว่าต้องได้รับความปลอดภัย 100 %