"พิศิษฐ์" ย้อนถาม อบต.ราชาเทวะ ถลุงงบทำ "เสาไฟกินรี" เหมาะสมหรือไม่?

อดีตผู้ว่าฯ สตง."พิศิษฐ์" ระบุ อบต.ราชาเทวะ ไม่ส่งแบบเสาไฟกินรีให้แขวงการทาง แต่กลับซื้อราคาแพงจำนวนมาก ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องทำ สะท้อนให้เห็นการใช้ดุลยพินิจแอบแฝง สิ้นเปลืองงบประมาณ ซัดหากมีสามัญสำนึก จะรู้ว่าไม่เหมาะสม

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าฯ สตง.กล่าวถึงการตรวจสอบงานติดตั้งเสาไฟประติมากรรมรูปกินรี ของ อบต.ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ ที่ไม่ได้จัดส่งรูปแบบรายละเอียดงาน ให้เจ้าของพื้นที่พิจารณา กระทั่งเกิดความเสียหายจากโครงการมูลค่า 67.29 ล้านบาท เมื่อปี 2556 ว่า โครงการเสาไฟฟ้าดังกล่าว มีการติดตั้งบนถนนที่รุกล้ำเขตแขวงการทาง แม้ถนนเส้นนั้น จะอยู่ในเขตเทศบาลตำบลราชาเทวะ แต่เมื่อการพัฒนาไฟส่องสว่าง เป็นงานที่แขวงการทางต้องดำเนินการอยู่แล้ว ฉะนั้นมีเหตุอันใดที่ อบต.ราชเทวะ ต้องลงทุนเอง จึงเป็นลักษณะอาจมีประโยชน์ทับซ้อน

โดยครั้งนั้น มีคำกล่าวอ้างว่า การทำเสาไฟกินรี เพื่อเลียนแบบเสาไฟเส้นทางสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่ข้อเท็จจริงพบว่า ถนนที่ติดตั้งเสาไฟเจ้าปัญหา ไม่ใช่เส้นทางสัญจรไปสุวรรณภูมิ และไม่มีประชาน หรือนักท่องเที่ยวรายใด สามารถมองเห็นได้

"เราทราบดีว่า เสาไฟฟ้าประติกรรม ไม่มีแบบมาตรฐานของทางราชการ แต่การพิจาณาความเหมาะสม น่าจะใช้สามัญสำนึกตัดสินเรื่องการใช้งบประมาณ เช่น เสาแบบธรรมดามีแต่โลหะ ราคาไม่มีกี่หมื่นบาท พอติดตั้งโซล่าเซลล์ ก็ไม่ควรเกิน 5 หมื่นบาท แต่เสาไฟกินรีมีราคาถึง 94,000 บาท หากใช้สามัญสำนึก พอจะตัดสินใจได้ว่า อะไรคือความเหมาะสม เพราะหากเสิร์ซ Google เสาไฟประติมากรรม ราคาเพียง 1.2 หมื่นบาท แต่ต้องดูต้นทุนการบำรุงรักษาประกอบ"

นายพิศิษฐ์ มองว่า การใช้ดุลยพินิจใด ที่มีลักษณะแอบแฝงแบบนี้ ทำให้เกิดความสิ้นเปลืองของงบประมาณ ไม่มีความเหมาะสม และไม่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายได้ ส่วนตัวเคยยื่นนายกฯ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เข้าจัดการกับผู้บริหารท้องถิ่นในสมัยนั้น แต่ยังไม่ทันเข้าจัดการ และรัฐบาลในช่วงนั้น ต้องการผ่อนคลายความตึงเครียดทางการเมือง พอมีการออกกฎหมายรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้จึงเข้าสู่การตรวจสอบของ ป.ป.ช.ซึ่งกระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น กลายเป็นการเปิดช่องให้ผู้บริหารท้องถิ่นเหล่านี้ ใช้ดุลยพินิจไม่เหมาะสม