สาธารณสุขอำเภอเตือนลุงพลอย่าออกจากพื้นที่กักตัว

สาธารณสุขอำเภอเตือนลุงพลงดออกนอกพื้นที่กักตัว เพราะมีความผิด ครั้งแรกจะตักเตือน แต่หากทำซ้ำจะดำเนินคดีตามกฎหมายตามประกาศมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อเชื้อไวรัส โคโรน่า 2019 ของจังหวัดมุกดาหาร

กรณีที่นายษิทรา เบี่ยบังเกิด  ทนายความพร้อมด้วยนายไชย์พล วิภา ผู้ต้องหาคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ปี เดินทางไปยังศาลจังหวัดมุกดาหารเมื่อวันที่ 14มิถุนายน 64 เพื่อยื่นคำร้องให้ศาลไต่สวน กรณีตำรวจละเมิดอำนาจศาล กรณีขออนุมัติออกหมายจับนายไชย์พล ซึ่งอยู่ระหว่างกักตัว เพราะเดินทางมาจากพื้นที่เสียงโดยได้มีการกักตัวเริ่มตั้งแต่ วันที่13มิถุนายน 64 แต่ได้ไชย์พลได้ออกจากบ้านของนายไชย์พล  เพื่อไปขึ้นที่ศาลและได้ไปรับประทานอาหารในตัวเมืองมุกดาหาร  โดยมีการบันทึกคลิปไว้แล้วนำมาเผยแพร่ทางยูทูป ของยูทูปเบอร์ชื่อจิมมี่ เรื่องจริงจึงเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่านายไชย์ได้ออกจากพื้นที่กักตัวจริง
15  มิถุนายน 2564 สอบถามไปยัง นายมนตรี สกุลเดช สาธารณสุขอำเภอดงหลวง ได้ให้ข้อมูลทางโทรศัพท์ว่า  ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อเชื้อไวรัส โคโรน่า 2019 ของจังหวัดมุกดาหาร  เมื่อเข้าสู่มาตรการต้องปฏิบัติตามหากฝ่าฝืนหรือกระทำผิดเงื่อนไขครั้งแรกจะมีการตักเตือน โดยวันนี้ทาง สสจ.อำเภอดงหลวงได้เข้าตักเตือนแล้ว  หากทำผิดครั้งที่ 2  จะนำไปตัวกักตัวที่สถานที่ ที่จังหวัดจัดไว้ให้พร้อมกับดำเนินการทางคดีซึ่งตอนนี้ได้ทำตามขั้นตอนของจังหวัดแล้ว โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาทางทีมงานได้เดินทางไปที่บ้านนายไชย์พล วิภา แล้ว
  นายไชย์พล วิภาพร้อม นางสมพร หลาบโพธิ์ เริ่มกักตัวตั้งแต่ วันที่  13 -  26  มิ.ย. 64 จึงครบกำหนดในการกักตัวเพราะก่อนหน้านี้เจ้าที่ อสม.พร้อมรพ.สต.กกตูมได้นำเอกสารยินยอมการกักตัวแต่ก็มาผิดเงื่อนไขออกมาที่กักตัวเมื่อวานที่ผ่านมา

สาธารณสุขอำเภอเตือนลุงพลอย่าออกจากพื้นที่กักตัว