ปลัดสธ.แจง ปมหลายรพ.ประกาศหยุดฉีดวัคซีน

ปลัดกระทรวง สธ.แจงปมหลาย รพ.ประกาศหยุดฉีดวัคซีน ขึ้นอยู่กับการบริหารแต่ละพื้นที่ กระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่จัดหาวัคซีน และจัดสรรให้กับ รพ.หรือหน่วยงานต่างๆ ตามแผนของ สคบ. องค์กรที่ได้รับไปจะต้องมีการบริหารจัดการเอง

13 มิถุนายน 2564 นพ.เกียรติภูมิ วงษ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ร่วมกันแถลงข่าวที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ขณะเดินทาง มาร่วมติดตามผลการควบคุมโรคและการฉีดวัคซีนเพื่อควบคุมป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อชี้แจงกรณีที่มีการโพสต์ในโซเชียล หรือบาง รพ.หลายแห่งประกาศว่า จะหยุดการให้วัคซีนในสัปดาห์ที่จะถึงนี้

ปลัดสธ.แจง ปมหลายรพ.ประกาศหยุดฉีดวัคซีน



โดย นพ.เกียรติภูมิ วงษ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่ากระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัดหาวัคซีนมาไว้ที่องค์การเภสัชกรรม หรือกรมควบคุมโรค เมื่อได้รับวัคซีนแล้วก็จะมีวิธีการกระจายวัคซีนตามเป้าหมาย ที่ สบค.ได้วางแผนเอาไว้ โดยเป้าหมายที่ตั้งไว้ประมาณ 4 เดือนจะให้ประชาชนได้รับวัคซีนเข็มแรกได้ 60 -70 เปอร์เซ็นต์ หรือครบก่อนเดือน ก.ย.64 แล้วเดือน ต.ค.ก็พอจะมีภูมิ และจะได้เปิดประเทศได้ในเวลาถัดไป ซึ่งนอกจากในแต่ละเดือนแล้ว ยังมีการแบ่งเป็นรายสัปดาห์ เนื่องจากในช่วงแรกวัคซีนที่สามารถจัดหามาได้ มีข้อตกลงเพราะว่าไม่แน่ใจจะสามารถฉีดวัคซีนได้มากน้อยแค่ไหน แต่หลังจากที่ทดลองไปแล้วพบว่า ช่วง ก.พ.-พ.ค. มีศักยภาพมาก อย่างไรก็ตามวัคซีนที่จะมาในเดือน มิ.ย.64 ก็จะมีน้อยกว่าเดือน ก.ค. ส.ค. และ ก.ย. ทางกระทรวงก็มีแผนในการบริหารจัดการกระจายวัคซีนไว้แล้ว โดยรูปแบบก็จะพยายามจัดสรรนอกจากจะเป็นรายเดือนแล้ว ก็จะมีการจัดสรรเป็นรายสัปดาห์ หรือราย 2 สัปดาห์ ด้วย เพื่อให้วัคซีนที่ได้รับไปเกิดประโยชน์สูงสุด


ปลัดสธ.แจง ปมหลายรพ.ประกาศหยุดฉีดวัคซีน


ซึ่งตามแผนของ สบค.ก็จะมีการจัดสรรวัคซีนให้กระทรวงสาธารณสุขซึ่งเป็นส่วนใหญ่ เพื่อกระจายให้กับจังหวัดต่างๆ ใน 76 จังหวัด โดยทาง สคบ.จะเป็นผู้กำหนดยอดในการจัดสรรวัคซีนให้แต่ละจังหวัด แล้วแต่ละจังหวัดเมื่อได้ยอดแล้วก็จะไปจัดสรรภายในจังหวัดของตัวเอง ซึ่งตนก็ได้ให้นโยบายไปยังทางจังหวัด และอำเภอให้มีการจัดการกับวัคซีนที่ได้รับให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะวัคซีนจะทยอยได้รับมาไม่ใช่ได้มาทีเดียวจำนวนมากเป็นรายสัปดาห์บ้าง 2 สัปดาห์บ้างก็แล้วแต่กรณี ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็ต้องบริหารจัดการให้เกิดความสอดคล้องกับจำนวนวัคซีน และผลลัพธ์ ว่าประชาชนได้รับวัคซีนตามเป้าหมายเพียงใด

ส่วนก้อนที่สองจัดสรรให้กับกรุงเทพมหานคร ส่วนที่สาม คือให้กับกองทุนประกันสังคม ส่วนที่สี่คือให้กับ 11 มหาวิทยาลัย และส่วนที่ห้าจัดสรรให้กับองค์กรภาครัฐต่างๆใน กทม. ซึ่งหน่วยงานหรือองค์กรเหล่านี้ที่ได้รับจัดสรรวัคซีนไป จะต้องดำเนินการจัดสรรแจกจ่ายให้กับเครือข่ายในองค์กรของตัวเอง และดำเนินการฉีดวัคซีนให้บุคลากร หรือประชาชนภายในระยะเวลาที่กำหนด ยกตัวอย่างเช่น กทม. ซึ่งได้รับการจัดสรรวัคซีนในเดือนนี้ประมาณ 1 ล้านโดส ขณะนี้จัดสรรให้ไปประมาณ 5 แสนโดสแล้วในช่วง 2 สัปดาห์แรก ซึ่งทาง กทม.ก็จะต้องวางแผนกำหนดเป้าหมายในการจัดสรรแจกจ่ายให้กับหน่วย องค์กรในพื้นที่ดูแลรับผิดชอบของตัวเองให้เกิดความพอเพียง และเกิดประสิทธิภาพ ซึ่งที่จังหวัดอื่นๆ ก็จะมีลักษณะคล้ายกัน

ปลัดสธ.แจง ปมหลายรพ.ประกาศหยุดฉีดวัคซีน



ด้านอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ทาง สบค.ตั้งสมมุติฐานว่าในเดือน มิ.ย. จะได้รับวัคซีน 6.3 ล้านโดส โดยจะจัดสรรวัคซีนให้กับกลุ่มต่างๆ ตามที่ท่านปลัดกระทรวงได้ชี้แจงไป อย่างเช่น จังหวัด และ กทม. กองทุนประกันสังคม ก็จะได้ประมาณ 1 ล้านโดส 11 มหาวิทยาลัยได้ 5 แสน องค์กรภาครัฐใน กทม.ได้ 120,000 โดส และไว้ใช้ยามฉุกเฉินอีกประมาณ 300,000 โดส อันที่สองในส่วนของกรุงเทพมหานคร ก็จะได้รับจัดสรร 1,160,000 โดส ส่วนอีก 76 จังหวัด จะได้ 3,220,000 แต่หากวัคซีนไม่ได้มาตามเป้า หรือมีการระบาดฉุกเฉินก็จะมีการลดทอนตามสัดส่วน ดังนั้นก็ขอชี้แจงว่าทางกระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่จัดหาวัคซีน และจัดสรรให้กับ รพ.หรือหน่วยงานต่างๆ ตามแผนของ สคบ. แต่การบริหารจัดสรรขึ้นอยู่กับคณะกรรมการโรคติดต่อของแต่ละพื้นที่ หรือหน่วยงาน องค์กรที่ได้รับไปจะต้องมีการบริหารจัดการเอง