ราชทัณฑ์ เผย ผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ 409 ราย จ่อปลดล็อก 5 เรือนจำพื้นที่สีแดงเข้ม

"ราชทัณฑ์"เผยผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ 409 ราย รวมยังคงรักษาตัว 7,974 ราย เตรียมลดสถานะเรือนจำสีแดงเข้มที่ไม่พบเชื้อเพิ่ม ชี้แนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง กำชับเรือนจำ/ทัณฑสถานเร่งฉีดวัคซีนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

วันนี้(13 มิ.ย.64) นายอายุตม์ สิน ธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน (ข้อมูล ณ วันที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 16.00 น.) มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 409 ราย รักษาหายเพิ่ม 291 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 7,974 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตในวันนี้ โดยภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดในเรือนจำและทัณฑสถาน พบว่ามีเรือนจำ/ทัณฑสถานที่เป็นเรือนจำสีขาวไม่พบการแพร่ระบาดคงที่ จำนวน 129 แห่ง และพบการแพร่ระบาด 12 แห่งคงเดิม ขณะที่สถานการณ์ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ มีจำนวนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทั้งจากการ SWAB ซ้ำ ในเรือนจำ/ทัณฑสถานที่พบการแพร่ระบาดเดิมเพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อให้ได้รับการรักษาโดยเร็ว และจากการตรวจพบเชื้อในผู้ต้องขังเข้าใหม่ ทั้งก่อนเข้าห้องกักโรค และระหว่างอยู่ในห้องกักโรค ตามมาตรการป้องกันเชื้อก่อนเข้าสู่เรือนจำ/ทัณฑสถานของกรมราชทัณฑ์

ราชทัณฑ์ เผย ผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ 409 ราย จ่อปลดล็อก 5 เรือนจำพื้นที่สีแดงเข้ม



นายอายุตม์ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในขณะนี้ นับได้ว่าสามารถควบคุมให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว โดยพบว่ามีเรือนจำสีแดง คือพบการแพร่ระบาดในเรือนจำ/ทัณฑสถานเพียง 12 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้มีประมาณ 5 แห่ง ที่ไม่พบการติดเชื้อเพิ่มและอยู่ระหว่างการพิจารณาหลักเกณฑ์เพื่อลดสถานะจากการเป็นเรือนจำสีแดง ให้เป็นเรือนจำปกติที่สามารถรับตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่ได้ คือ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เรือนจำกลางเชียงใหม่ เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ทัณฑสถานหญิงกลาง และเรือนจำพิเศษธนบุรี ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว ต้องพิจารณาถึงปัจจัยด้านระยะเวลา และมาตรฐานด้านสาธารณสุข ที่ต้องพิจารณาโดยละเอียด คาดว่าจะมีความชัดเจนในประเด็นดังกล่าวประมาณสัปดาห์หน้า รวมถึงการพิจารณาคงสถานะเรือนจำสีขาวของเรือนจำ/ทัณฑสถาน 129 แห่งเดิม ที่ต้องมีเกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อยืนยันการเป็นพื้นที่ปลอดเชื้ออยู่เสมอ

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวต่อ ขอขอบคุณทุกความร่วมมือในการแก้ไขสถานการณ์จากทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ที่ได้ร่วมบริจาคสิ่งของ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ตลอดจนการสนับสนุนด้านสถานที่ ด้านบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยเหลืองานด้านต่างๆ จนสามารถควบคุมสถานการณ์ให้มีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์เพื่อช่วยดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ จากสำนักงานแพทย์ทหาร กรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย และการอนุเคราะห์พื้นที่ จากมณฑลทหารบกที่ 11 เพื่อจัดทำสถานที่ควบคุมชั่วคราวในการรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ ซึ่งจะช่วยในการบริหารจัดการและแยกผู้ต้องขังไม่ให้มีการแพร่กระจายเชื้อระหว่างกันได้อย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

สำหรับการบริหารจัดการวัคซีน นายอายุตม์ กล่าวว่า จำนวนวัคซีนที่กรมราชทัณฑ์ ได้รับการจัดสรรจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขมาแล้วกว่า 40,000 โดส ได้ดำเนินการจัดส่งไปยังเรือนจำ/ทัณฑสถานเป้าหมายในระยะแรกไปแล้วจำนวน 37 แห่ง ซึ่งเป็นการจัดสรรวัคซีนเพื่อฉีดให้แก่ผู้ต้องขังเป็นการเฉพาะ จึงขอให้เรือนจำ/ทัณฑ สถานที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนดังกล่าว เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ ตามวัตถุประสงค์และแผนการบริหารจัดการอย่างเคร่งครัด โดยในส่วนของการจัดสรรวัคซีนต่อเนื่องในเข็มที่ 2 กรมราชทัณฑ์ จะประสานขอรับไปยังกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอีกครั้ง รวมถึงเรือนจำ/ทัณฑสถานนอกเขตพื้นที่สีแดง ที่จะได้รับการจัดสรรวัคซีนอย่างทั่วถึงต่อไปเช่นเดียวกัน