พ่อข้องใจตำรวจหนุ่มฉีควัคซีน18วันดับ

เชียงใหม่ ผู้การฯ เชียงใหม่ เผยผลชันสูตรอย่างไม่เป็นทางการของ ตำรวจนายหนึ่งที่เสียชีวิตกะทันหัน เกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว พร้อมเข้าช่วยเหลือครอบครัวอย่างเต็มที่ ยืนยันวัคซีนยังมีความจำเป็น ขณะที่ผบช.ภ.5 ระบุตำรวจภาค5 ฉีดวัคซีนไปแล้ว 70% ด้านพ่อยังปักใจเชื่อเกิดจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 เผยลูกเป็นคนแข็งแรง ร้องขอให้หน่วยที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ และออกมารับผิดชอบ

.

พ่อข้องใจตำรวจหนุ่มฉีควัคซีน18วันดับ

          เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2564 จากกรณีพบ ส.ต.อ.ปิยะพงษ์ สุรินต๊ะ อายุ 36ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่ (สส.) สภ.แม่โป่งช่วยราชการกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เสียชีวิตกะทันหันหลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมาโดยทางครอบครัวและคนในหมู่บ้านเชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากการฉีดวัคซีนโควิด-19  ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำศพส่งพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

 

          พลตำรวจตรี พิเชษฐ จีระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า สำหรับกรณีพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตในบ้านพักนั้นทราบข่าวเบื้องต้นว่า ได้เข้ารับการฉีดวัคซัยเข็มแรกเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564และทราบจากเพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิตว่ามีประวัติการรักษาโรคเกี่ยวกับหัวใจเต้นผิดปกติเบื้องต้นผลชันสูตรอย่างไม่เป็นทางการแจ้งว่าเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว

 

พ่อข้องใจตำรวจหนุ่มฉีควัคซีน18วันดับ

         ในส่วนของการดูครอบครัวจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ทั้งเรื่องเงินสวัสดิการต่างๆ รวมไปถึงดูแลความเป็นอยู่เบื้องต้นส่วนการที่ครอบครัวจะไปเรียกร้องเงินช่วยเหลือเยียวยาตามเงื่อนไขของสาธารณสุขทั้งนี้ต้องรอผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการอีกครั้งก่อนเพื่อให้ครอบครัวดำเนินการเรียกร้องเงินช่วยเหลือต่อไป

 

          อย่างไรก็ตามยังเน้นย้ำไปยังเจ้าหน้าที่ทุกนายว่าวัคซีนมีความจำเป็นส่วนใครที่มีโรคประจำตัวสามารถปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษาได้อย่างใกล้ชิดซึ่งกรณีนี้ ผู้เสียชีวิตได้รับวัคซีนเข็มแรกมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564และจะเข้ารับวัคซีนเข็มที่ 2 ในวันที่ 14 มิถุนายน 2564 นี้

 


.

ขณะที่พลตำรวจโท ประจวบ วงศ์สุขผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวเพิ่มเติมว่าในส่วนของสถานการณ์การฉีดวัคซีนของเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 โดยตำรวจภูธรภาค 5มีกำลังพลทั้งหมดประมาณ 14,000 นาย ได้รับการฉีดไปทั้งหมดประมาณร้อยละ 70 และยังมีผู้สมัครใจรอการฉีดวัคซีนอีกถึงร้อยละ98 โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการทยอยรับวัคซีนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปฏิบัติงานในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด19ให้เต็มประสิทธิภาพและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนอีกด้วย

 


พ่อข้องใจตำรวจหนุ่มฉีควัคซีน18วันดับ

        ด้านนายบุญมี สุรินต๊ะ อายุ 66 ปี บิดาของส.ต.ท.ปิยะพงษ์ กล่าวว่าก่อนหน้านี้ลูกชายมาเล่าให้ฟังว่าได้รับคำสั่งให้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19ยี่ห้อซิโนแวค ซึ่งลูกชายบ่นว่าไม่อยากฉีดเพราะกลัวมีผลข้างเคียง แต่เมื่อเป็นคำสั่งก็ต้องปฏิบัติตามโดยเข้าฉีดวัคซีนเข็มแรกเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

 

       หลังจากฉีดวัคซีนได้ประมาณ 3 วัน มีผื่นแดงขึ้นที่หลังแต่หลังจากนั้นก็หายไปเอง ส่วนอาการข้างเคียงอื่น ๆ ไม่มียังคงใช้ชีวิตตามปกติกับครอบครัว และ ไปทำงานตามปกติ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11มิถุนายน 2564 ลูกชายมาหาที่บ้านซึ่งทำเป็นประจำอยู่แล้วก่อนจะกลับไปบ้านของตัวเองที่อยู่กับภรรยา ในหมู่บ้านใกล้เคียงประมาณ 21.00 น.หลังจากนั้นได้อาบน้ำประมาณ 23.00 น. และมานั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ในช่วงนั้นภรรยาและลูกสาวได้เข้านอนไปแล้ว




พ่อข้องใจตำรวจหนุ่มฉีควัคซีน18วันดับ

        จาากนั้นเวลาประมาณ 05.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2564ภรรยาออกมาพบว่าล้มนอนกับพื้นและเสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งปกติลูกชายเป็นคนแข็งแรงออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี ไม่พบมีโรคประจำตัวจึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เสียชีวิตกระทันหันนอกจากผลจากการฉีดวัคซีน

 

พ่อข้องใจตำรวจหนุ่มฉีควัคซีน18วันดับ

        เรื่องที่เกิดขึ้นทางครอบครัวเสียใจมาก เพราะ ส.ต.ท.ปิยะพงษ์เป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องดูแลภรรยาและลูกสาววัยเพียง 6 ขวบ และที่ผ่านมาก็ได้ดูแลพ่อแม่มาตลอดความสูญเสียที่เกิดขึ้นทางคราอบครัวขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดและขอให้รับผิดชอบหากยืนยันผลการเสียชีวิตว่าเกิดจากวัคซีน

 

พ่อข้องใจตำรวจหนุ่มฉีควัคซีน18วันดับ


        สำหรับศพของ ลูกชายยังอยู่ระหว่างการชันสูตรที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่คาดว่าจะนำกลับไปประกอบพิธีศาสนาได้ในวันที่ 13 มิถุนายน2564  ซึ่งขณะนี้มีชาวบ้านเข้ามาช่วยกันจัดเตรียมสถานที่เพื่อจัดงานศพที่บ้านส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นสำนักงานสาธารณสุขเชียงใหม่ได้รับทราบข้อมูลและอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง