ศธ.จับมือกรมอนามัย เตรียมพร้อมเปิดเรียน14 มิ.ย.นี้

กระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกระทรวงศึกษาธิการ ในการเตรียมความพร้อมโรงเรียนเพื่อรับการเปิดการเรียน 14 มิถุนายนที่จะถึงนี้ ภายใต้การเรียนรู้แบบผสมผสาน เน้นเรื่องความปลอดภัยและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนเป็นสำคัญ

วันนี้(12 มิ.ย.) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย ร่วมแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียน และแผนการเผชิญเหตุกรณีป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด19
นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวว่า ในช่วงการเปิดภาคเรียนเดือนพฤษภาคม 2564 ผู้ปกครองส่วนใหญ่ มีความกังวลเกี่ยวกับการให้ลูกไปโรงเรียนเลย ปัจจุบันมีการประเมินโรงเรียนกว่า 30,000 แห่งผ่านเกณฑ์ 91% ทั้งนี้ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและประชาชนทุกคนต้องประเมินความเสี่ยงผ่าน Thai Save Thai ก่อนออกจากบ้านทุกวัน และมาตรการหลักอย่าง DMHT-RC อยู่ห่าง สวมแมส หมั่นล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิ ลดแออัด ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสร่วม
ขณะที่ผลการสำรวจความรู้สึกกังวลต่อสถานการณ์โควิด19 และการเปิดเรียนเดือนมิถุนายน 2564" ในช่วงวันที่ 18-24 พฤษภาคม 2564 พบว่า ประเด็นที่ผู้ปกครองมีความกังวลสูง 3 อันดับแรก ได้แก่ การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลของครูและนักเรียน ร้อยละ 33.1 การจัดภาพแวดล้อมในสถานศึกษา ร้อยละ 22.8 และโรงเรียนต้องผ่านเกณฑ์ประเมินความพร้อมของสาธารณสุข ร้อยละ 15.3
นอกจากนี้ กรมอนามัยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาธิการ สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ร่วมกันจัดทำแนวปฏิบัติยกระดับความปลอดภัยมั่นใจสุขอนามัยไร้โควิด-19 ระลอกใหม่ในสถานศึกษา (เล่มสีเหลือง) และได้มีการนำร่องกลุ่มโรงเรียนที่มีเรือนพักนอนในสถานศึกษาจำนวน 4 แห่ง ในแต่ละภาค ได้แก่ เชียงใหม่ เพชรบุรี ศรีสะเกษ และกระบี่ ด้วยการพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังและคัดกรองความเสี่ยงโรคโควิด-19 รวมถึงการกำกับติดตามผลโดยผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการและฝ่ายสาธารณสุขทุก 1 เดือน
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า อยากให้ผู้ปกครองมีความมั่นใจในการเปิดเรียน 14 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ ภายใต้การเรียนรู้ 5 รูปแบบ on-site , on-air , online , on Demand , on hand ที่เน้นเรื่องความปลอดภัยของเด็กนักเรียนเป็นสำคัญ ขณะที่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาได้ให้ความสำคัญในทุกแพล็ทฟอร์ม
ในส่วนของโรงเรียนเขตพื้นที่สีแดง 17 จังหวัด หากต้องการเรียนแบบ on-site จะต้องทำการขออนุญาตจากกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และหากพบผู้ติดเชื้อจะต้องถูกดำเนินการภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วน และส่วนใหญ่พบว่านักเรียนที่ติดเชื้อไม่พบเคสที่ติดจากโรงเรียน ส่วนใหญ่ติดจากภายนอก
ส่วนความคืบหน้าการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการศึกษา นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ บอกว่า ในส่วนของบุคลากรทางการศึกษาเขตกทม. ยังเหลืออีกประมาณ 3,000 กว่ารายที่ต้องเข้ารับการฉีดวัคซีน คาดว่าภายในวันที่ 14-15 มิ.ย.นี้ จะได้รับการฉีดวัคซีนครบ ในส่วนของพื้นที่ต่างจังหวัดจะมีการทยอยฉีดไปเรื่อยๆ