อัยการสั่งฟันเพิ่ม "ทนายตั้ม" ใช้เอกสารเท็จช่วยคดียาเสพติด "เอมี่"

รองโฆษกอัยการสูงสุด ยืนยันมีคำสั่งให้ตำรวจมีนบุรี เเจ้งข้อหาเพิ่ม "ทนายตั้ม" ตามมาตรา 181 กรณีใช้เอกสารราชการปลอม-เบิกความเท็จ ช่วยคดียาเสพติด "เอมี่" พร้อมนัดฟังคำสั่งทางคดี 1 ก.ค.

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสั่งคดีที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ทนายความชื่อดัง ตกเป็นผู้ต้องหา กรณีร่วมกันใช้เอกสารปลอม ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ,ร่วมกันนำสืบพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือคดียาเสพติดของ น.ส.อาเมเรีย จาคอป หรือเอมี่ อดีตนางเอกชื่อดังว่า หลังจาก สน.มีนบุรี สรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการ คดีอาญามีนบุรี 1 ที่ตรวจสำนวนแล้ว เห็นว่า มีการเบิกความเท็จในชั้นศาล โดยทางตำรวจแจ้งข้อหามาตรา 180 ระบุว่า ผู้ใดนำสืบพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ ถ้าเป็นพยานหลักฐานข้อสำคัญในคดีนั้น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท

แต่อัยการ เห็นว่า พฤติการณ์ที่มีการนำสืบพยานเป็นเท็จคดีที่มีโทษประหารชีวิต เข้ามาตรา 181 ว่าผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 180 ที่มีระวางโทษถึงประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 300,000 บาท

ดังนั้นพนักงานอัยการ จึงสั่งให้พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ได้สอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหากับนายษิทธา เพิ่มเติมตามมาตรา 181 ซึ่งเป็นข้อหาที่มีอัตราโทษที่สูงขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้นัดให้นายษิทธา ฟังคำสั่งทางคดีวันที่ 1 ก.ค.

สำหรับคดีนี้ นายษิทธา ถูกกล่าวหาว่า ได้นำเอกสารบัตรข้าราชการตำรวจไปปลอมแปลงลายเซ็น เพื่อใช้ในการยื่นต่อศาลในการขอลดโทษ พ.ร.บ.ยาเสพติด มาตรา 100/2 คดีที่ "เอมี่" ตกเป็นจำเลยในคดียาเสพติด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนเรื่อยมา กระทั่งศาลจังหวัดมีนบุรีได้ออกหมายจับนายษิทรา และถูกตำรวจจับกุมตั้งแต่เดือน ก.พ.ปีที่แล้ว ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาสู้คดี ส่วน "เอมี่" หลบหนีคดีในต่างแดน