ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2564

พ่อเฒ่าวูบล้ม โดนควายเดินวนเหยียบซ้ำจมโคลนดับ

138 0
พ่อเฒ่าวูบล้ม โดนควายเดินวนเหยียบซ้ำจมโคลนดับ

ชาวบ้านเผยอีการ้องลั่นกลางหมู่บ้าน เป็นลางบอกเหตุ ตื่นเช้ามีชาวบ้านออกไปไถนาพบศพพ่อเฒ่าวัย 73 นอนจมโคลนใต้ต้นไม้ แถมเชือกผูกควายพันขา ตำรวจคาดโรคประจำตัวกำเริบ ขณะก้มแก้เชือกจะนำควายเข้าคอก เกิดวูบล้มแล้วควายเดินวนเวียนไปมาเหยียบซ้ำ

10 มิถุนายน 2564 ร.ต.อ.ชวนัย มารศรี รอง สว.สอบสวน สภ.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตใต้ต้นไม้กลางทุ่งนา บ้านผ่านศึก 1 หมู่ 3 ต.บ้านตาด หลังรับแจ้งจึงออกไปสอบสวนเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี และ อาสากู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรม 

 

ที่เกิดเหตุอยู่ใต้ต้นมะค่าห่างจากกระท่อมนา 500 เมตร พบควายตัวเมียอายุ 3 ปี ถูกเชือกผูกติดไว้กับต้นมะค่า ที่พื้นพบศพ นายโสดา ผ่องปัญญา อายุ 73 ปี อยู่ที่ 22 หมู่ 3 ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี เจ้าของควาย เสียชีวิตสภาพนอนหงาย ร่างกายจมโคลนตมใต้ต้นไม้ ที่ข้อเท้าขวามีเชือกไนล่อนสีแดง ที่ใช้ล่ามควายพันกับต้นมะค่า ตามร่างกายเปื้อนดินโคลนจากการเหยียบย่ำของควาย เจ้าหน้าที่ได้นำร่างออกมาล้าง พบสวมเสื้อยืดสีเทา กางเกงวอร์มสีดำ จากการชันสูตร พบว่าที่ศีรษะและตามร่างกายมีรอยฟกช้ำ คาดว่าเกิดจากควายเดินเหยียบ เสียชีวิตมาประมาณ 10-12 ชั่วโมง 

 


สอบสวน นายธมาตร ลีสี อายุ 56 ปี ผู้พบศพคนแรก ให้การว่า ตนและผู้ตายมีที่นาอยู่ติดกัน ผู้ตายอาศัยอยู่กระท่อมนา และเลี้ยงควายไว้ 3 ตัว มาได้ประมาณ 1 ปี ควายตัวที่ผูกใต้ต้นมะค่าเป็นตัวเมีย อายุ 3 ปี เมื่อเช้านี้ตนได้ออกมาไถนาตามปกติ สังเกตเห็นควายของผู้ตายผูกอยู่ใต้ต้นมะค่า และเดินวนตั้งแต่บ่ายวานนี้ ตนรู้สึกผิดสังเกตเพราะไม่เห็นผู้ตาย จึงได้เดินไปดูใกล้ ๆ ก็เห็นมีคนนอนอยู่จมโคลน ไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะใบหน้าเปื้อนโคลน แต่ไม่แน่ใจว่าเสียชีวิตหรือยัง จึงเรียกเพื่อนบ้านที่ไถนาอยู่บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุมาช่วยดู จึงรู้ว่าเป็นนายโสดา จากนั้นจึงโทรศัพท์แจ้งกำนัน ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณ 1 ปี ผู้ตายก็เคยถูกควายอีกตัวขวิดจนได้รับบาดเจ็บ ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล และได้ขายควายตัวนั้นไป และมาปีนี้ก็มาเกิดเหตุจากควายอีกจนเสียชีวิต 

น.ส.อุบลรัตน์ หล้าสวย อายุ 49 ปี เพื่อนบ้าน เล่าว่า ผู้ตายมีภรรยา แต่เสียชีวิตไปประมาณ 5 ปี มีลูก 2 คน อยู่ต่างประเทศและบวชเป็นพระกำลังออกธุดงค์ ก่อนพบศพมีลาง โดยเมื่อเย็นวานนี้ มีอีกาบินมาเกาะที่รั้วบ้าน แล้วร้องเสียงดัง ตนก็บ่นให้อีกาว่า "มึงมาร้องทำไม มึงดีใจอะไรนักหนา" หรือว่ามันดีใจว่า จะมีคนในหมู่บ้านตาย ซึ่งเป็นความเชื่อของตน ต่อมาเช้าตรู่วันนี้ อีกาตัวเดิมก็ยังบินวน และมาร้องกลางหมู่บ้าน ห่างจากที่พบศพประมาณ 1 กม. ถ้าอีกาตัวนี้มาร้องมักจะมีคนในหมู่บ้านเสียชีวิต กระทั่งมีชาวบ้านไปพบศพ นายโสดา ที่กลางทุ่งนา  

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายอาศัยอยู่ที่กระท่อมนา เลี้ยงควายตามลำพัง และผู้ตายมีโรคประจำตัวคือความดัน เย็นวานนี้ผู้ตายคงจะเดินไปแก้เชือกควายที่ผูกไว้ใต้ต้นมะค่า เพื่อจะนำควายเข้าคอก ขณะก้มลงแก้มัดเชือกโรคประจำตัวอาจจะกำเริบ ทำให้วูบล้มลงหมดสตินอนอยู่ใต้ต้นมะค่า และไม่มีคนพบเห็น ซึ่งเมื่อคืนนี้มีฝนตกทั้งคืน ควายซึ่งยังถูกผูกอยู่จึงเดินรอบต้นไม้ไปมา และเหยียบร่างผู้ตายซ้ำ กว่าคนจะมาพบก็เสียชีวิตแล้ว หลังจากนี้จะส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ก่อนจะมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ต่อไป

เรื่องโดย เศกสันติ กัลยาณวิสุทธิ์ | ภาพโดย เศกสันติ กัลยาณวิสุทธิ์
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend