ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564

"ภูมิใจไทย" เหน็บคลัง กู้เงินไม่สำคัญเท่ากู้หน้านายกฯ-รัฐบาล หลังกู้ 1 ล้านล้านเหลว

117 0
ภูมิใจไทย  เหน็บคลัง กู้เงินไม่สำคัญเท่ากู้หน้านายกฯ-รัฐบาล หลังกู้ 1 ล้านล้านเหลว

ภูมิใจไทย อัด พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน ควรสร้างอาชีพ สร้างงานให้กับประชาชนมากกว่าการแจกเงิน เหน็บ กู้เงินตอนนี้ไม่สำคัญเท่ากับการกู้หน้านายกฯและรัฐบาล หลังกู้ 1 ล้านล้านเหลว

วันนี้ (9 มิ.ย.64) ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีราชชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายภายหลังจากนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงการใช้เงินกู้ 5แสนล้านบาทว่า ฟังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นถึงพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท จะเห็นว่ามีความจำเป็นและสำคัญหลายอย่าง เพราะมีงบประมาณบางอย่างไม่ถูกบรรจุไว้ในงบประมาณประจำปี 2565 ดังนั้นพ.ร.ก.นี้จะทำให้ประเทศเดินหน้า ทั้งนี้ในส่วนของส.ส.มีหน้าที่สะท้อนปัญหาและข้อคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้รัฐบาลและเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้รับทราบ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา เราคาดหวังว่ามันจะไม่ซ้ำรอยเดิมกับการกู้เงิน 1 ล้านล้านบาทที่ผ่านมา

รัฐบาลต้องทำ 3 เรื่อง ได้แก่1. มีความจริงจังในการแก้ปัญหาสาธารณสุข การกู้เงินใน 2 ครั้ง เหมือนกับปัญหาสาธารณสุขมาบังหน้ากู้เงิน การกู้เงินครั้งนี้ ระบบสาธารณสุขได้เงินแค่ 3 หมื่นล้าน หรือ 6% นี่คือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุใช่หรือไม่ ถือว่าไม่เข้าใจการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง

2. จะต้องไม่เยียวยาแบบเดิม เหมือนตอนกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่ใช้เงินเยียวยาไป 7 แสนล้านบาท แล้วยังจะขอกู้เงินเพื่อนำไปเยียวยาอีก 3 แสนล้านบาท ถ้าการเยียวยาได้ผลจริง วันนี้คงไม่ต้องมากู้เงินอีก วิธีแก้ปัญหาต้องไม่ใช่การแจกเงิน แต่ต้องสร้างงาน เปลี่ยนจากการเสกเงินเป็นเสกงาน สร้างอาชีพ

3. ต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เพื่ออนาคต การกู้เงินรอบที่แล้ว มีงบฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 4 แสนล้านบาท แต่กลับถูกโอนไปใช้ในการเยียวยา เหลือเงินในการฟื้นฟูแค่ 2.5 แสนล้านบาท และยังถูกเอาใช้ในโครงการคนละครึ่งอีก 2 แสนล้านบาท เบ็ดเสร็จเหลือเงินเพื่อการฟื้นฟูไม่ถึง 5 หมื่นล้านบาท ดังนั้นจึงต้องฟื้นฟูอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่ออนาคตประเทศ ขอบอกว่า รมว.คลังและสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่า การกู้เงินในนาทีนี้ ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ ต้องกู้หน้านายกฯ และรัฐบาล และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องกู้ความเชื่อมั่น ถ้ากู้ความเชื่อมั่นกลับมาไม่ได้ ต่อให้กู้เงินอีกเท่าไร ก็แก้ปัญหาไม่ได้


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend