ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564

"รมว.คลัง" แจงยิบ กู้ 5 แสนล้าน ซื้ออุปกรณ์แพทย์-เยียวยา-ฟื้นฟู ยัน คำนึงถึงวินัยการเงินการคลัง

55 0
รมว.คลัง แจงยิบ กู้ 5 แสนล้าน ซื้ออุปกรณ์แพทย์-เยียวยา-ฟื้นฟู ยัน คำนึงถึงวินัยการเงินการคลัง

"อาคม" แจงเหตุขอกู้เงิน 5 แสนล้านบาท จัดซื้ออุกรณ์การแพทย์ เยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจผลกระทบโควิด ยันรบ.ตระหนักถึงวินัยการเงินการคลังของประเทศ ความคุ้มค่า และความโปร่งใส

วันนี้ (9 มิ.ย.64) ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานวาระพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 วงเงิน 5 แสนล้านบาท โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้แก้ไขสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 มาต่อเนื่องผ่านแหล่งเงินภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่ ทั้งการจัดสรรงบกลาง พ.ร.ก.กู้เงินฯ แต่พบว่า ยังไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาการระบาดในระลอกใหม่ได้ อีกทั้งเงินทุนสำรองจ่ายที่เหลืออยู่ มีไม่เพียงพอ ขณะที่การจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี2564 นั้น รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากการจัดเก็บรายได้ปี2564 มีข้อจำกัดและได้รับผลกระทบจากการระบาดจากเชื้อโควิด-19 หากจะรอแหล่งเงินจากงบประมาณปี 2565 จะไม่ทันต่อการแก้ไขปัญหาการระบาดระลอกใหม่ ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ผู้ประกอบการ ดังนั้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขสถานการณ์และหยุดยั้งการแพร่ระบาดเชื้อโควิด ซึ่งงบประมาณดังกล่าวไม่อาจดำเนินการให้ได้มาโดยวิธีงบประมาณปกติ จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วน มิอาจหลีกเลี่ยงได้ เป็นทางเลือกสุดท้ายของรัฐบาลในการตราพ.ร.ก.ฉบับนี้

นายอาคม กล่าวอีกว่า สำหรับพ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ มีสาระสำคัญสรุป คือ การให้อำนาจกระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศในวงเงินไม่เกิน 5แสนล้านบาท โดยต้องลงนามในสัญญากู้เงิน หรือออกตราสารหนี้ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2565 เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายใน 3 แผนงานคือ 1.แผนงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาการระบาดเชื้อโควิด-19 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยารักษาโรค วัคซีน วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท 2.แผนงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชย แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพ วงเงิน 3 แสนล้านบาท 3.แผนงานหรือโครงการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 วงเงิน 1.7 แสนล้านบาท

"การตราพ.ร.ก.ฉบับนี้ รัฐบาลตระหนักถึงวินัยการเงินการคลังของประเทศ ความคุ้มค่า และความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินกู้ จึงมีการกำหนดกรอบการใช้เงินที่สอดคล้องกับกฎหมายวินัยการเงินการคลังอย่างรอบคอบรัดกุม รัฐบาลไทยและรัฐบาลทุกประเทศทั่วโลกได้กู้เงินเพื่อแก้ปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทำให้สิ้นปี2564 ระดับหนี้ภาครัฐบาลของโลก คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 92 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2,760 ล้านล้านบาท " รมว.คลัง กล่าว

นายอาคม กล่าวด้วยว่า ตัวเลขหนี้ของไทย สิ้นเดือนเมษายน 2564 อยู่ที่ร้อยละ 50.69 ต่อจีดีพี ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเมื่อเปรียบเทียบกรอบเพดานตามนิยามสากล โดยระดับหนี้สาธารณะที่เหมาะสมของแต่ละประเทศ ไม่มีระดับตายตัว ขึ้นอยู่กับบริบทและปัจจัยที่แตกต่างกัน ดังนั้นการกู้เงินเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชน แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลมีเจตนาเพื่อให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้ ทั้งนี้ การก่อหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น กระทรวงการคลังจะกระทำด้วยความรอบคอบ อยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีแหล่งเงินเพื่อเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข ช่วยเหลือเยียวยาและชดเชยประชาชนตลอดจนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ด้วยเหตุนี้จึงต้องตราพ.ร.ก.ฉบับนี้


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend