ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2564

"ไทยไม่ทน" จี้ ป.ป.ช.ลาออกยกชุด แสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน หยุดรับใช้กบฏ

294 0
ไทยไม่ทน จี้ ป.ป.ช.ลาออกยกชุด แสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน หยุดรับใช้กบฏ

ไทยไม่ทน ยื่นหนังสือ ป.ป.ช.ขอให้กรรมการลาออก แสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน หยุดรับใช้กบฏ ตรวจสอบให้ความเป็นธรรมในสังคม .

2 มิ.ย. 2564 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือป.ป.ช.กลุ่มไทยไม่ทน "คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดย นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธาน นปช. นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน,นายไทกร พลสุวรรณ เลขาธิการแนวร่วมอีสานกู้ชาติ, นางพะเยาว์ อัคฮาด, หมู่อาร์ม หรือส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี ผู้เปิดโปงการทุจริตในกองทัพบก, นายยศวริศ ชูกล่อมหรือเจ๋ง ดอกจิก, นายพงษ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง,นายจอมพล รุ่งเรืองชูเลิศ คณะปราบโกงชาติ, นายเศวต ทินกูล อดีต ส.ส.ร.ปี 50 ยื่นหนังสือถึง กรรมการ ป.ป.ช. ผ่านนายสุทธิ บุญมี ผู้ อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ลาออกจากการทำหน้าที่ , รีเซ็ตประเทศไทย หยุดสนับสนุนระบอบประยุทธ์

นายจตุพร กล่าวว่า พวกเราที่มากันที่นี่ ก็เป็นองค์กรที่ 3 ที่เป็นองค์กรอิสระ ตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการกกต. และคณะกรรมการป.ป.ช.ในวันนี้ โดยที่พวกตนทุกคน ไม่ได้มีอคติหรือมายาคติ ใดๆเป็นการส่วนตัว ต่อทุกองค์กรที่ไปยื่น แต่เนื่องจากสถานการณ์ของประเทศเดินมาถึงจุดต่ำสุดในทุกๆด้าน โดยเฉพาะเรื่องการปราบปรามการทุจริต นายกรัฐมนตรีได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติมาแล้วถึง 2 ครั้งตั้งแต่ปี 59 ถึงปี 64 และสรุปได้ชัดเจนว่าไม่สามารถปราบปรามการทุจริตได้ คณะกรรมการป.ป.ช.ชุดนี้ ขาดการยึดโยงจากประชาชน มีหลายเรื่องราวที่เป็นข้อสงสัยข้อกังวลในการปราบปรามการทุจริต

"องค์กรในการปราบปรามการทุจริต นั้นจะต้องไม่ดูหน้าคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม ทุจริตฉ้อฉลฉ้อราษฎร์บังหลวง จะต้องไม่ไว้ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด"

ดังนั้นที่เรามาวันนี้เพื่อจะบอกว่าเราจะเริ่มต้นนับหนึ่งประเทศกันใหม่ และคำว่ารีเซ็ตประเทศไทย ป.ป.ช.ก็เป็นองค์กรหนึ่งที่จะต้องมีการรีเซ็ต นอกจากขาดการยึดโยงกับประชาชนแล้ว ที่มาก็ยังเต็มไปด้วยข้อสงสัย มีรากเหง้ามาจากการยึดอำนาจ ดังนั้นหลายเรื่องราวที่ไม่สามารถจัดการกับคณะยึดอำนาจ ที่เต็มไปด้วยการทุจริตคอรัปชั่นได้ และการอธิบายเรื่องการปราบปรามการทุจริตเป็นวาระแห่งชาตินั้น ก็เป็นคำตอบแล้วว่าเกิดการทุจริตฉ้อฉล ทั้งนี้ การทุจริตฉ้อฉลไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใด ยุคใด สมัยใด ต้องมีการปราบปรามอย่างสิ้นซาก แม้กระทั่งบัดนี้ในขณะที่ประเทศเกิดวิกฤต สถานการณ์ covid 19 ลามถึงเศรษฐกิจอย่างรุนแรงก็ยังเกิดการทุจริต

" ทุกคนมีความคาดหวังว่า องค์กรที่มีหน้าที่ในการปราบปรามการทุจริตจะได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรากฏชัด แต่ว่าเรายังเดินกันไปไม่ถึงจุดนั้นดังนั้นการนับหนึ่งประเทศกันใหม่นั้นจะต้องร้องขอมายังป.ป.ช.ว่าร่วมในการเสียสละ ท่านไม่ได้มีความผิดอะไร แต่ว่า ขั้นตอนกลไกต่างๆ ที่ไม่สามารถจะนำพาประเทศให้เดินหน้าด้วยความสบายใจกันทุกฝ่าย ดังนั้นการเสียสละด้วยการลาออก เพื่อจะเปิดช่องให้ กระบวนการที่ยึดโยงกับประชาชนในอนาคตได้เป็นสรรหา และไม่ให้ใครอำนาจใด สามารถบงการในการทำหน้าที่ ในการปราบปรามการทุจริต"


พร้อมย้ำว่าเรามาด้วยเจตนาดี มาด้วยมิตรไมตรี ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทย ต้องการนับหนึ่งกันใหม่ จึงหวังว่าองค์กรนี้จะได้ร่วมกันในการเสียสละ

นายวีระ กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อให้ป.ป.ช. แสดงความรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2557 มีรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยกบฏยึดอำนาจ จึงทำให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย ป.ป.ช. มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ เป็นพระราชบัญญัติว่าด้วยป.ป.ช.ปี 2561 ซึ่งมีหลายส่วนที่เราเห็นว่า ตั้งแต่กฎหมายและการได้มาซึ่งคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดปัจจุบันอย่างน้อย 6 คน ในจำนวน 9 คนมาจากอำนาจของกบฏ อีกทั้งมีหลายกรณีที่เป็นข้อกังขา และค้างคาใจของประชาชนมาจนบัดนี้ เช่น มีกรณีที่ตนได้ยื่นให้ป.ป.ช.ตรวจสอบในปี 2560 กรณีการทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งแม้แต่ พลเอกอุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ.ในขณะนั้น ออกมายอมรับว่า มีการเรียกรับเงินค่าหัวคิว หรือเงินส่วนต่างในการก่อสร้างพระบรมรูปจริง

ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่ามีการทุจริตจริง แต่เมื่อทางองค์กรตรวจสอบภาคประชาชนได้ไปยื่นเรื่องนี้ต่อ ป.ป.ช. ปรากฏว่าป.ป.ช.กลับไปนำผลสรุปของกระทรวงกลาโหม มาสรุปแล้วบอกว่าไม่พบความผิด ซึ่งจากกรณีดังกล่าวทำให้สังคมเริ่มมองเห็น ปรากฏการณ์ที่เหมือนกับเป็นการต่างตอบแทนกันหรือไม่ เพราะขณะนั้นประธานป.ป.ช.เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นบุคคลใกล้ชิด เคยรับใช้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นหนึ่งในกบฏ

นอกจากนี้ยังมีกรณีเรื่องการตรวจสอบนาฬิกา 22 เรือน ของพลเอกประวิตร ผลก็ออกมาอย่างที่ทราบกันดีว่าเป็นนาฬิกายืมเพื่อน ไม่จำเป็นต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน เป็นการยืมใช้คงรูป ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ประชาชนในสังคมไม่เชื่อมั่นในการทำงานของ ป.ป.ช. และล่าสุด มีกรณีที่ป.ป.ช.เพิ่งทำหนังสือตอบ กรณี ที่ตนยื่นให้ป.ป.ช.ตรวจสอบ พลเอกประวิตร,พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และผู้อำนวยการองค์การทหารผ่านศึก กรณีที่ยึดอำนาจเสร็จไม่ถึง 20 วัน รีบผลักดันเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้สั่งกระทรวงการคลังให้องค์กรทหารผ่านศึก สามารถรับสิทธิพิเศษในการขุดลอกคูคลองกับหน่วยงานราชการได้โดยไม่ต้องมีการแข่งขัน

แต่ปรากฏว่าองค์การทหารผ่านศึก ได้รับสิทธิพิเศษนี้แล้วกลับไม่ดำเนินการเอง แต่ใช้วิธีการจ้างช่วงต่อ จนเกิดเป็นความเสียหายต่อแผ่นดินหลายพันล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้มีหลักฐานชัดเจนว่าพลเอกประยุทธ์,พลเอกประวิตร น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องแต่ปรากฏว่า ตนยื่นไปตั้งแต่ 5 สิงหาคม 2559 ป.ปช.ใช้เวลา 5 ปีเต็มๆ ตอบกลับมาว่า ไม่รับเรื่องพลเอกประยุทธ์และพลเอกประวิตรไว้ไต่สวน แต่รับไต่สวนผู้อำนวยการองค์การทหารผ่านศึก หมายความว่าคนออกนโยบายไม่ผิด แต่ผู้ปฏิบัติคือเจ้าหน้าที่ประจำผิด ดังนั้นวันนี้ตนมีหนังสือมาขอหลังฐานตามพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร เหมือนอย่างที่ตนเคยยื่นมาเป็นประจำ เพื่อขอดูว่าป.ป.ช.นำพยานหลักฐานใดมาหักล้างคำกล่าวหาของตน ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ชัดเจนพร้อมเอกสารหลักฐาน

ดังนั้นวันนี้พวกเรามายื่นเพื่อขอให้กรรมการป.ป.ช.ลาออก เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งเพราะกรรมการป.ป.ช. จะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ " คุณไปตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ ทุกคนในประเทศนี้ได้หมด แม้แต่ผู้พิพากษาศาล คุณก็ตรวจได้ แต่พวกคุณก็ต้องถูกตรวจสอบจากประชาชนเช่นกัน และสิ่งหนึ่งที่เราอยากเห็น คือการแสดงความรับผิดชอบ อย่าไปรับใช้กบฏ อย่าไปรับใช้เผด็จการ ลาออกเพื่อ ให้มีกระบวนการ ตามวิถีประชาธิปไตย ที่จะเลือกหรือสรรหา คณะกรรมการป.ป.ช. ที่มีส่วนยึดโยงกับประชาชน อย่างน้อยผ่านรัฐสภา จะทำให้เกิดความสง่างาม และเป็นที่เชื่อมั่นศรัทธา เพราะ ส่วนตัวยังเชื่อมั่นว่าองค์กร ป.ป.ช. ยังเป็นประโยชน์ต่อประเทศ แต่เราต้องช่วยกัน และการช่วยกัน ก็คือการเสียสละลาออกของคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดนี้

ขณะที่ หมู่อาร์ม ได้ยื่นเรื่องติดตามผลของการร้องเรียนการทุจริตในค่ายทหาร และ ขอให้ทบทวนเรื่องการคุ้มครองพยานในมาตรา 133 โดยระบุว่า นับเป็นเวลา 1 ปี 2 เดือน กับอีก 16 วัน ที่ได้ตามเรื่องการทุจริตมา โดยที่คณะไต่สวนเบื้องต้นได้สรุปชัดเจนแล้วว่ามีการทุจริตจริง และได้ส่งเรื่องทำเรื่องบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาเสนอต่อคณะกรรมการป.ป.ช.แล้ว และเรื่องนี้ก็ผ่านมาเกือบ 6 เดือนแล้ว ตนจึงได้มาติดตามความคืบหน้าเรื่อง เพราะในส่วนของกองทัพบกก็มีการชี้แจงยอมรับต่อหน้าสาธารณชนต่อหน้าประชาชนว่า กองทัพบกได้ตรวจสอบแล้วมีการทุจริตจริง คณะไต่สวนก็บอกว่ามีการทุจริตจริง มีมูล แต่เรื่องในตอนนี้อยู่ที่คณะกรรมการป.ป.ช.

" แล้วไปถึงไหนแล้ว แล้วเหตุใดการคุ้มครองพยาน ทหารสามารถที่จะปลดผมได้ แต่ป.ป.ช.มีพ.ร.บ. ว่าด้วยป.ป.ช. ซึ่งกำหนดไว้ชัดเจนว่าสามารถย้ายหน่วยงานได้ คุณปล่อยเวลา ตั้งแต่ผมร้องเรียนตั้งแต่ 17 มีนาคม 63 จนถึงวันที่ทหารสั่งปลดผม ในวันที่ 8 มิถุนายน 63 แล้วระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่มีนาคมจนถึงมิถุนายน ป.ป.ช.ทำอะไรกันอยู่ จะต้องรอให้เป็นข่าวพี่น้องประชาชนได้ทราบก่อนถึงจะขยับ แล้วขยับหลังจากที่ทหารทำการปลดแล้ว เหมือนกับการดิวกัน ระหว่างกองทัพกับป.ป.ช."

ดังนั้นวันนี้ตนจึงมายื่นเรื่องติดตามผล โดยให้ป.ป.ช. แจ้งผลการสอบสวน และรายงานความล่าช้าให้ตนทราบภายใน 15 วัน โดยแจ้งผลเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อที่ตนจะนำมาเสนอต่อสายตาประชาชนต่อไป

ทั้งนี้ กลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทยมีกำหนดการจะเดินทางไปยื่นหนังสือที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นที่ทำงานของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ในเวลา 13 นาฬิกา ส่วนกำหนดการที่จะเดินทางไปรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ (3 มิ.ย.)นั้นต้องยกเลิกไปก่อนเนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend