ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564

โซเชียลแชร์คลิปผู้ใหญ่บ้านยิงปืนขู่

78 1
โซเชียลแชร์คลิปผู้ใหญ่บ้านยิงปืนขู่

โซเชียลแชร์คลิปผู้ใหญ่บ้านอ.พลขอนแก่นเข้าตรวจสอบเหตุวัยรุ่นทะเลาะกันในหมู่บ้าน ก่อนจะโมโหควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จะเข้าไปทำร้ายชาวบ้าน แต่มีคนช่วยกันห้ามไว้พร้อมกับชักปืนยิงขู่ขึ้นฟ้า 9 นัด ขณะที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีผู้ใหญ่บ้านและวัยรุ่นที่มาทำร้ายกลุ่มตน

จากกรณีเพจเฟซบุ๊กชื่อ "อยากดังเดี๋ยวจัดให้ Kim Signature" ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่มมีปากเสียงกันในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ก่อนที่จะมีผู้ใหญ่บ้านปั่นจักรยานเข้ามาตรวจสอบระงับเหตุแต่เกิดควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จะเข้าไปทำร้ายกลุ่มวัยรุ่นจนชาวบ้านคนอื่น ๆ ต้องเข้ามาห้าม พร้อมทั้งผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวได้ชักปืนที่พกมาด้วยยิงขู่ขึ้นฟ้าจำนวน 9 นัดจนทกคนวิ่งหนีหาที่หลบ และรีบแยกย้ายกันกลับทันที โดยระบุข้อความว่า "#เล่าเรื่องจากหลังไมค์จะมาระงับเหตุหรือมาเพิ่มดีกรีความรุนแรง เป็นถึงผู้ใหญ่บ้านควรระงับเหตุด้วยสติดิไม่ใช่มาถึงพูดไม่กี่คำชักปืนยิงขู่เลยชาวบ้านตกใจหมด เมาด้วยนิ ถึงได้กร่างงง เหตุเกิดในเขตอ.พลจ.ขอนแก่นเมื่อวันที่15ที่ผ่านมาเวลาประมาน20.30อยากทราบว่าใครผิดใครถูกแต่มีผู้ใหญ่ท่านนึงยิงปืนขู่ค่ะช่วยทีนะค่ะเป็นไปได้อยากให้ตรวจสอบรึให้นักข่าวลงหาความจริงเลยค่ะ"

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบรายละเอียดจนทราบว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ดังกล่าวคือนางสาววนิดา พานนนท์ หรือไก่ อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นสาวทอมอาศัยอยู่บ้านเลขที่141บ้านตำแยหมู่2ต.เมืองพลอ.พลจ.ขอนแก่นจึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว ซึ่งนางสาวไก่พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุจุดแรกบนถนนสายเมืองพลไปอ.หนองสองห้องพื้นที่บ้านตำแยต.เมืองพล อ.พล จ.ขอนแก่นและเป็นจุดที่พบกลุ่มเด็กแว้นจอดรถเตรียมแข่งความเร็วบนถนนสายดังกล่าว และเป็นจุดที่นางสาวไก่ถูกชายวัยรุ่นอายุ20-25ปีรุมทำร้ายแล้วหลบหนีไป จากนั้นพาไปยังจุดที่ 2 เป็นบ้านของผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นคนลงมือทำร้ายซึ่งอยู่ภายในหมู่บ้านกลางม.9ต.โสกนกเต็นอ.พลจ.ขอนแก่นและจุดที่ 3 เป็นจุดที่ถูกผู้ใหญ่บ้านยิงปืนขู่ 9 นัดและเพื่อนบันทึกภาพเป็นคลิปเอาไว้ได้


นางสาวไก่อายุ29ปีเปิดเผยภายหลังพาผู้สื่อข่าวดูจุดเกิดเหตุว่า มีอาชีพขายลาบเป็ดริมถนนหน้าหมู่บ้านและเมื่อคืนวันที่15พ.ค.ที่ผ่านมาเวลา20.30น.ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปทำธุระในเมืองพลซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ4กม.ขณะขับขี่รถอยู่บนถนนห่างจากหมู่บ้านเล็กน้อย ได้พบเด็กแว้นเป็นชายวัยรุ่น3-4คนจอดรถจักรยานยนต์เรียงหน้ากระดานจนเต็มถนนเลนขาเข้าไปอ.พลอีกกลุ่มมีประมาณ7-8คนจอดรถจับกลุ่มกันอยู่ฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นทางเข้าบ้านกลางม.9ต.โสกนกเต็นอพลจ.ขอนแก่นทำให้ไม่กล้าขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปเพราะกลัวรถที่วิ่งสวนทางชน จึงจอดรถพร้อมกับตะโกนถามกลุ่มเด็กแว้นว่าจอดรถแบบนี้ได้ไงขับรถยังไงกันจากนั้นกลุ่มเด็กแว้นก็เข้ามารุมทำร้ายเตะต่อยจนรถจักรยานยนต์ล้มเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บตามใบหน้าและร่างกายรวมถึงซิลิโคนที่เพิ่งเสริมจมูกมาเคลื่อนและมีอาการปวด จากนั้นกลุ่มเด็กแว้นก็ขับขี่รถหลบหนีไปเมื่อตั้งสติได้จึงรีบขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านไปบอกญาติพี่น้องให้ทราบ จากนั้นพอหลานสาวทราบเรื่องจึงขับขี่รถจักรยานยนต์ออกตามหากลุ่มเด็กแว้นด้วยความเป็นห่วงหลานจึงให้แฟนสาวพาขี่รถตามไป

นาวสาวไก่กล่าวอีกว่า ขณะที่จอดรถถามเด็กแว้นนั้นจำได้ว่ามีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าจำเลขทะเบียนได้คือ877จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามหารถทะเบียนดังกล่าวที่บ้านกลาง ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่คนละฟากถนนกับบ้านตำแยและไปพบรถจักรยานยนต์ทะเบียนดังกล่าวที่บ้านหลังหนึ่ง จึงเข้าไปสอบถามและพบกับแม่ยายของผู้ต้องสงสัยจึงบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นและแจ้งให้ทราบว่าต้องการความเป็นธรรมกรณีที่ลูกเขยทำร้ายร่างกายแต่ไม่มีคนสนใจ จากนั้นไม่นานก็มีผู้ใหญ่บ้านมาจึงขอความเป็นธรรมกับผู้ใหญ่บ้านบ้านกลางก็ไม่ได้รับความเป็นธรรมกลับถูกต่อว่าและยิงปืนขู่ถึง 9 นัดด้วยความกลัวว่าจะไม่ปลอดภัยจึงพากันเดินทางกลับออกมาและไปแจ้งความกับพ.ต.ท.เชาวรัฐสิงโตสว.สอบสวนสภ.พลจ.ขอนแก่นให้มีการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับบุคคลที่รุมทำร้ายร่างกายตามกฎหมายและให้มารับผิดชอบกรณีที่ทำร้ายจนจมูกที่เพิ่งเสริมมาเคลื่อนด้วย

ในเวลาต่อมานายเสกสันต์ใจดีอายุ50ปีผู้ใหญ่บ้านบ้านกลางม.ที่9ต.โสกนกเต็นอ.พลจ.ขอนแก่นผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ายิงปืนข่มขู่ชาวบ้านในคืนวันที่15พ.ค.ที่ผ่านมาเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนซึ่งนายเสกสันต์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าในคืนเกิดเหตุลูกบ้านโทรศัพท์ไปแจ้งว่ามีวัยรุ่นต่างหมู่บ้านเข้ามามีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนในหมู่บ้านจึงรีบไปตรวจสอบโดยพกอาวุธปืนขนาด9มม.ซึ่งเป็นปืนสวัสดิการของรัฐให้ผู้ใหญ่บ้านเอาไว้ป้องกันตัวในกรณีมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นในพื้นที่ติดตัวไปด้วย เมื่อไปถึงก็พบกลุ่มวัยรุ่นบ้านตำแยอยู่ในที่เกิดเหตุ บางคนถืออาวุธมีดปลายแหลมติดตัวมาด้วย จึงได้สอบถามว่ามีเรื่องอะไรกันใครมีอะไรก็ค่อยมาว่ากันในวันถัดไปเพราะเป็นยามวิกาลทุกคนควรกลับบ้าน แต่กลุ่มวัยรุ่นบ้านตำแยไม่ฟังทั้งยังใช้คำพูดที่หยาบคายทั้งยังพูดว่า "ผู้ใหญ่บ้านหมาๆไม่รู้เรื่องอะไรไม่ต้องพูด" และคนถือมีดพยายามพุ่งเข้ามาหา 2 ครั้งเห็นท่าไม่ดีจึงยิงปืนขู่ 2 นัดก็ไม่ยอมออกไป ยังจะเข้ามาหาเรื่องอีกจึงตัดสินใจยิงรัวจนหมดแม็ก วัยรุ่นบ้านตำแยจึงยอมกลับออกจากหมู่บ้านไป

นายเสกสันต์กล่าวอีกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปัญหาที่เกิดขึ้นลูกบ้านทะเลาะวิวาทกันในฐานะผู้นำชุมชนก็ต้องระงับเหตุสร้างความเข้าใจต่อกันและไม่ติดใจแต่ปรากฏกฏว่ามีการแชร์ภาพในโซเชียลเสมือนว่าผู้ใหญ่บ้านผิดที่ยิงปืนขึ้นฟ้าทั้งที่ก็น่าจะทราบความจริงว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไรเมื่อชาวบ้านมาแจ้งความกล่าวหาก็ต้องมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนและจะเข้ารายงานข้อเท้จจริงกับนายอำเภอพลให้ทราบข้อเท็จจริงโดยมีชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์มาให้ปากคำด้วย

ขณะที่นางสาวทิพย์สราลีนาเพ็งอายุ20ปีภรรยาของนายโอมบุคคลที่ถูกนางสาวไก่บุกเข้าไปในบ้านและกล่าวหาว่าเป็นเด็กแว้นที่รุมทำร้ายกลางถนนเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าช่วงเวลาประมาณ3ทุ่มคืนวันที่15พ.ค.ที่ผ่านมานางสาวไก่บุกมาที่บ้านพร้อมเพื่อนที่มีอาวุธมีดปลายแหลมติดตัวมาด้วย มาถามหาสามีตนโดยนางสาวไก่กล่าวหาว่าสามีทำร้ายร่างกายจึงบอกให้ไปหาพยานหลักฐานมาและให้ไปแจ้งตำรวจแต่นาวสาวไก่บอกว่าถ้าอยากจบเรื่องขอแทงสามี1แผลแล้วจบกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จู่ ๆ มากล่าวหากันแล้วจะมาแทงกันในบ้านอีก จากนั้นเรื่องราวก็รุกลามเพราะกลุ่มนางสาวไก่ไปทำร้ายวัยรุ่นในหมู่บ้านผู้ใหญ่บ้านจึงมาระงับเหตุแต่ถูกกลุ่มนางสาวไก่พูดจาดูหมิ่นดูแคลนหาเรื่องตลอดเวลาจนผู้ใหญ่บ้านต้องยิงปืนขึ้นฟ้าระงับเหตุและให้ออกจากหมู่บ้านไป

พร้อมกันนี้นายเต๋าอายุ18ปี  วัยรุ่นที่ถูกนางสาวไก่และเพื่อนๆทำร้ายเปิดเผยว่าในคืนวันที่15พ.ต.ที่ผ่านมาได้ขับขี่รถออกไปเล่นกับเพื่อนที่บริเวณทางเข้าหมู่บ้านแต่ไม่ได้ไปแว้นรถหรือไปขี่รถแข่งแต่อย่างใดเพราะกลุ่มที่แข่งรถนั้นเป็นกลุ่มวัยรุ่น3-4คนที่ออกมาจากเมืองพลมารวมตัวบนถนนแล้วขี่รถแข่งกัน มองเห็นนางสาวไก่ยกรถจักรยานยนต์ที่ล้มลงขึ้นแต่ไม่ทราบเหตุว่าล้มเพราะอะไรเพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ส่วนวัยรุ่นกลุ่มที่แข่งรถกันก็ขับขี่รถออกไป

จากนั้นจึงขี่รถกลับเข้ามาในหมู่บ้านแต่ก่อนจะถึงบ้านได้ดับเครื่องยนต์และเข็นรถจักรยานยนต์เพราะท่อไอเสียดังขณะเข็นรถผ่านหน้าบ้านแม่ยายของนายโอมก็ถูกกลุ่มของนางสาวไก่ที่ยืนอยู่ในบ้านแม่ยายนายโอมวิ่งออกมาทำร้ายร่างกายจนใบหน้าบวมปูดจากนั้นผู้ใหญ่บ้านก็มาระงับเหตุและถูกฝ่ายนางสาวไก่ต่อมาด้วยถ้อยคำที่รุนแรงแต่ผู้ใหญ่บ้านไม่ตอบโต้หรือต่อว่ากลับมีเพียงการห้ามปรามและบอกให้กลับบ้านซึ่งผู้ใหญ่บ้านพยายามเคลียร์ให้ทุกคนกลับบ้านแล้วค่อยคุยกันพรุ่งนี้เช้าซึ่งพูดอยู่เป็นชั่วโมงแต่ไม่มีใครเชื่อฟังผู้ใหญ่บ้านจึงยิงปืนขึ้นฟ้าหลายนัดนางสาวไก่กับเพื่อนจึงยอมถอยกลับบ้านไปโดยส่วนตัวคิดว่าถ้าพูดคุยกันดีดีผู้ใหญ่บอกสอนรับฟังกันดีๆแต่ไม่มีใครเชื่อฟังผู้ใหญ่บ้านยิงปืนขึ้นฟ้าหลายนัดจึงยอมออกไปจึงคิดว่าผู้ใหญ่บ้านไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุถ้าผู้ใหญ่บ้านไม่ทำเช่นนี้อาจะมีคนเจ็บหรือตายก็ได้

ด้านพ.ต.ท.จันทโรภาสชัยลารองผกก.สอบสวนสภ.พลจ.ขอนแก่นกล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่ามีผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลต่างๆรวมถึงอยากได้รับการดูแลจากบุคคลที่ก่อเหตุพนักงานสอบสวนก็จะทำการสอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐานรวมถึงสอบสวนผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่9ด้วยซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับใครเพราะทุกอย่างต้องว่ากันตามพยานหลักฐานและขั้นตอนของกฎหมาย

ในขณะที่นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นกล่าวถึงกรณีที่โซเชียลแพร่คลิปผู้ใหญ่บ้านยิงปืน9นัดว่าเรื่องดังกล่าวนั้นได้สั่งการให้นายอำเภอพลจ.ขอนแก่นทำการตรวจสอบสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วรายงานมาตามขั้นตอนว่าสาเหตุที่ยิงปืนนั้นมีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่หรือยิงด้วยสาเหตุใดเพราะต้องให้ความเป็นธรรมกับคนที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบสุขของประชาชนด้วย////////////////////

เรื่องโดย พรพรรณ เพ็ชรแสน | ภาพโดย พรพรรณ เพ็ชรแสน
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend