ศบค.รับเตียงระดับสีแดงตึงตัว ห่วง 5 คลัสเตอร์สำคัญในกทม.

ศบค. เผยยอดผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 2302 ดับเพิ่ม 24 ราย สั่งก.แรงงาน-กรมควบคุมโรค เช็คยอดคนไทยอาศัย 3 ประเทศ กัมพูชา มาเลเซีย เมียนมา ต้องการกลับไทย รับเตียงระดับสีแดงตึงตัว ห่วง 5 คลัสเตอร์สำคัญในกทม. พร้อมออกมาตรการห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานในแคมป์ก่อสร้าง ยันไม่ยกเว้นการสวมหน้ากากในที่ประชุมสภา แต่สามารถผ่อนผันได้สำหรับผู้อภิปราย ชี้หากพบทำผิดครั้งแรกตักเตือน หากผิดซ้ำต้องดำเนินการตามกฎหมาย

วันนี้ (16 พ.ค.) แพทย์หญิง อภิสมัย ศรีรังสรรค์  ผู้ช่วยโฆษก ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 หรือศบค. เปิดเผยตัวเลขสถานการณ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 ว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 92 ของโลก พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 2,302 ราย ซึ่งตัวเลขผู้ป่วยจากเรือนจำในวันนี้พบ 1,219 ราย จะมีการนำไปรวมกับตัวเลขในวันพรุ่งนี้ พบผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งหมด 101,447 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 38,377 ราย หายเพิ่ม 2,136 ราย รักษาอยู่ 35,055 ราย แบ่งเป็นรักษาในโรงพยาบาล 21,462 ราย และโรงพยาบาลสนาม 13,593 ราย เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 1,228 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 408 ราย เสียชีวิตใหม่ 24 ราย รวมเสียชีวิต 589 คน
โดยผู้เสียชีวิตแบ่งเป็นผู้ป่วยชาย 13 ราย และผู้ป่วยหญิง 11 ราย ค่ากลางอายุ 76 ปี  ระหว่างอายุ 39- 91ปี แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 8 ราย, ชลบุรี, ปทุมธานี และกาญจนบุรีจังหวัดละ 2 ราย, เชียงใหม่, ศรีสะเกษ, ราชบุรี, สมุทรปราการ, ขอนแก่น, นครสวรรค์, พิจิตร, ระยอง, นครนายก และพระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 1 ราย ซึ่งมีสามรายที่พบเชื้อเสียชีวิตในวันเดียวกัน โดยพบว่าโรคที่มีความเสี่ยง คือ ปอดเรื้อรัง ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้มีความเสี่ยงเกิดปอดอักเสบอย่างรุนแรง รวมถึงผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงเช่นกัน 
ซึ่งผู้ติดเชื้อรายใหม่แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 2,279 ราย เป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศเข้า State Quarantine 23 ราย เป็นการค้นหาเชิงรุก/โรงงานและในชุมชน 587 ราย และเข้าระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 1,692 ราย
ด้านยอดการฉีดวัคซีนในประเทศไทยรวม 2,242,150 ราย สะสมแบ่งเป็นฉีดวัคซีนเข็มแรก 1,462,762 ราย เพิ่มขึ้น 17,334 ราย และเข็มที่สองจำนวน 779,388 ราย เพิ่มขึ้น 6,396 ราย
แพทย์หญิงอภิสมัย  กล่าวว่า ทิศทางผู้ติดเชื้อรายวันตั้งแต่ 1 เมษายนถึง 16 พฤษภาคมยอดสะสมอยู่ที่ 72,584 ราย รายงานของผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศเป็นสิ่งที่ทางกลุ่มควบคุมโรครายงานและติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งวันนี้มีผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ 23 รายมี 3 กลุ่มประเทศ ที่ประชุมศบค. ชุดเล็ก มีความเป็นห่วงคือกลุ่มที่เดินทางจากเมียนมา โดยช่องทางธรรมชาติ ซึ่งมีรายงานพบผู้ติดเชื้อ 1 ราย ส่วนที่เดินทางจากกัมพูชามี 14 รายในจำนวนนี้ 13 รายเป็นคนไทยและอีก 1 รายเป็นชาวออสเตรีย เป็นนักประวัติศาสตร์ศิลป์ ซึ่งทำงานที่กัมพูชาและขอเดินทางมาที่ประเทศไทย และอีกส่วนคือประเทศมาเลเซียมีการเดินทางข้ามที่ด่านข้ามแดนถาวรทางบก 3 ราย ที่ประชุมศบค. ชุดเล็ก จึงมีการพูดคุยกันและมอบให้กระทรวงแรงงานมีการหารือกับกรมควบคุมโรคอย่างใกล้ชิดว่าในสถานการณ์การแพร่ระบาดรอบประเทศเพื่อนบ้านอาจจะเป็นการผลักดันให้คนไทยที่มีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศเหล่านั้นกลับประเทศ เพื่อตรวจสอบว่าจะมีชาวไทยจำนวนเท่าไหร่ ที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศทั้งนี้เราสนับสนุนให้กลับเข้ามาตามช่องทางที่กำหนดเพื่อจะได้ดูแลคนเรานี้ไม่ให้แพร่เชื้อและจะได้ รับการรักษาที่ปลอดภัยและจะได้มีการเตรียมดูแลเข้าสู่ระบบที่เป็นมาตรฐาน

แพทย์หญิงอภิสมัย  กล่าวว่า ทั้งนี้สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศไทยรายใหม่วันที่ 16 พฤษภาคมจำนวน 10 อันดับแรกกรุงเทพมหานคร 1,218 ปทุมธานี 243 สมุทรปราการ 117 นนทบุรี 103 ประจวบคีรีขันธ์ 66 ชลบุรี 48 สมุทรสาคร 47 สงขลา 37 พระนครศรีอยุธยา 37 และสุราษฎร์ธานี 27 สำหรับยอดสะสมสูงสุดตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนถึง 16 พฤษภาคม กรุงเทพมหานคร 25,942 นนทบุรี 4,473 สมุทรปราการ 4,053เชียงใหม่ 3,979 ชลบุรี 3,690 ปทุมธานี 2,204 สมุทรสาคร 1,814 ประจวบคีรีขันธ์ 1,510 สุราษฎร์ธานี 1,414 และสงขลา 970 ทั้งนี้หากดูความหนาแน่นของผู้ติดเชื้อทั้งประเทศพบว่าจังหวัดที่ไม่พบรายงานผู้ติดเชื้อมี 19 จังหวัดได้แก่ ลำพูน อ่างทอง นครพนม ตราด ตาก น่าน สุโขทัย สมุทรสงคราม กาฬสินธุ์ ชุมพร อุตรดิตถ์ ชัยนาท หนองคาย อำนาจเจริญ แม่ฮ่องสอน หนองบัวลำภู บึงกาฬ อุทัยธานี และสตูล ส่วนจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อรายวันมากกว่า 100 ราย คือ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สมุทรปราการ และนนทบุรี  
แพทย์หญิงอภิสมัย  กล่าวว่า วันนี้มีการรายงานทีาประชุมคลัสเตอร์ในพื้นที่ต่างๆ แต่ที่มีความเป็นห่วงและพูดคุยกันในวันนี้คือที่จังหวัดราชบุรี มีรายงานการติดเชื้อในโรงพยาบาล พบว่า Index cases  ผู้ป่วยที่ยืนยันรายแรกเป็นผู้หญิงอายุ 31 ปีเป็นญาติผู้ป่วยเข้าไปเฝ้าแม่ที่ป่วยในโรงพยาบาลในส่วนของ วอร์ดอายุรกรรมหญิง ตั้งแต่วันที่ 23-28 เมษายนและรายงานผลบวกยืนยันว่าเป็นผู้ติดเชื้อในวันที่ 30 เมษายน ซึ่งรายแรกนี้ทำให้เกิดกรณีติดเชื้อไปยังผู้ป่วยรายอื่นที่อยู่ในหอผู้ป่วยเดียวกัน 9 ราย เจ้าหน้าที่ที่ดูแลผู้ป่วยรายอื่นๆซึ่งมีการติดเชื้อยืนยันแล้ว 6 ราย จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ไปใช้ชีวิตกับครอบครัวทำให้คุณแม่ของเจ้าหน้าที่หนึ่งท่านยืนยันเป็นผู้ป่วยติดเชื้อ ดังนั้นก้อนแรกจึงรวม 17ราย จากนั้นรายงานเพิ่มเติมว่าผู้ป่วยที่มีการยืนยันติดเชื้อนั้นมีผู้เสียชีวิตถึง 4 ราย และมีการคัดกรองเพิ่มเติมเชิงรุกพบว่าผู้สัมผัสร่วมบ้านในขณะนี้รวมกับยอดผู้ป่วยเดิมรวมเป็น  30 ราย ในส่วนการวิเคราะห์สาเหตุกรมควบคุมโรคเสนอมาตรการหลายอย่าง และในตอนนี้มีการปิดวอร์ดอายุรกรรมหญิง ถึงวันที่ 24 พฤษภาคม และมีการทบทวนเรื่องการคัดแยกผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้มีประวัติโรคระบบทางเดินหายใจ ให้แยกจากผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคอื่น และสิ่งที่สำคัญการที่ญาติเข้ามาเฝ้าผู้ป่วย พบพฤติกรรมการพูดคุย การจับกลุ่ม รวมทั้งรับประทานอาหารร่วมกันในวอร์ด ส่วนนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเข้าไปดูแลและครอบคลุมให้การระบาดนั้นอยู่ในพื้นที่จำกัด และทุกโรงพยาบาลจะต้องเข้มงวดในส่วนของญาติผู้ป่วยที่เข้ามาเฝ้าดูแลในโรงพยาบาล 
แพทย์หญิงอภิสมัย  กล่าวว่า วันนี้ระดับความต้องการเตียงในระดับสีเขียวเข้มและเขียวอ่อนระดับเตียงยังอยู่ในเกณฑ์ที่พอรองรับได้ แต่ที่เป็นห่วงคือเตียงในระดับสีเหลืองและสีแดง ซึ่งในส่วนของเตียงสีแดงค่อนข้างจะตึงตัวดังนั้นโดยสรุปตามที่กรมการแพทย์รายงานความต้องการเตียงแอดมิด 805 ราย แอดมิดแล้ว 314 ราย จัดสรรแล้วรอดำเนินการ 439 ราย ทั้งนี้มีผู้ป่วยจำนวน 52 ราย ที่ยังติดต่อไม่ได้ เนื่องจาก ปฏิเสธเตียงคือได้พยายามติดต่อโรงพยาบาลด้วยตนเองจึงขอรอ หรือบางรายมีการตรวจด้วยกันหลายคนในครอบครัวจึงอยากรอผลตรวจของสมาชิกอื่นๆ ในส่วนนี้ทำให้ทางศูนย์เอราวัณ และกลุ่มการแพทย์มีความเป็นห่วง เพราะการที่ปฎิเสธไม่ได้เข้าสู่ระบบการจัดสรรเตียงที่เป็นมาตรฐานอาจจะทำให้อาการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่แย่ลงได้ 
แพทย์หญิงอภิสมัย  กล่าวว่า ขณะนี้ กทม. เฝ้าระวัง 27 คลัสเตอร์ กระจายอยู่ 17 เขตดินแดง วัฒนาคลองเตย หลักสี่ ลาดพร้าว ราชเทวี พระนคร ดุสิต ป้อมปราบ สวนหลวง ปทุมวัน สาทร จตุจักร สัมพันธวงศ์ สีลม ประเวศ และวังทองหลาง และ 7 คลัสเตอร์อยู่ในภาวะที่ควบคุมได้ดีพอสมควร แต่ที่เป็นห่วงและได้นำเข้าหารือในที่ประชุมวันนี้มี 5 คลัสเตอร์สำคัญ มี อัตราผู้ติดเชื้อเพิ่มรายวัน 1.แคมป์คนงานเขตหลักสี่ 2.แฟลตดินแดง 3.แคมป์คนงานเขตวัฒนา 4. คลองถมวงเวียน 22 ป้อมปราบศัตรูพ่าย และ 5. ตลาดห้วยขวางดินแดง 
ดังนั้นที่ประชุมศบค. วันนี้มีความเป็นห่วงในส่วนของแคมป์แรงงาน ที่มีการสำรวจตั้งแต่ปลายปี 2563 พบว่ามีการกระจายตัวของแคมป์คนงานทั่วกทม. 393 แคมป์ มีแรงงานเกือบ 60,000 คน มีทั้งชาวไทยและแรงงานปรับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งวันนี้มีการพูดคุยถึงแคมป์แรงงานหลักสี่ ของบริษัทอิตาเลียนไทย มีการตรวจวันที่ 15 พฤษภาคม 559 รายพบติดเชื้อรายงาน 482 ราย ซึ่งสำนักงานเขตหลักสี่และตำรวจได้เข้าพื้นที่และปิดแคมป์คนงาน และมีการรายงานให้บริษัทเจ้าของและตรวจแคมป์คนงานในเครือทั้งหมด  ในส่วนของกรมควบคุมโรค รายงานการวิเคราะห์จากการสอบสวนโรค พบว่า ความเป็นอยู่ ค่อนข้างหนาแน่น ใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกันในหลายจุด เช่น ห้องน้ำจุดรับประทานอาหาร คนงานเดินทางไปตลาดในชุมชน และเดินทางข้ามพื้นที่  ที่ประชุมจึงได้มีการกำหนดมาตรการที่จะประกาศใช้และให้บริษัทของแรงงานเหล่านี้รับทราบ ในส่วนมาตรการที่บริษัทแคมป์คนงานก่อสร้างจะต้องให้ความร่วมมือ เช่น  จัดที่พักอาศัยพื้นที่ส่วนกลาง จะต้องมีการทำความสะอาดมี การจัดการในเรื่องของการระบายอากาศและกำหนดความหนาแน่น  ห้ามมีการเคลื่อนย้ายแรงงาน หากมีความจำเป็นต้องขออนุญาตก่อนเท่านั้น
แพทย์หญิงอภิสมัย กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ มีการเก็บตัวอย่าง สรุปการกระตุ้นภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีนอัตราเซเนกาและวัคซีนซิโนแวก พบว่าทั้งสองกลุ่มมีภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า เพิ่มขึ้นถึง 97.26% วัคซีนซิโนแวก เพิ่มขึ้นถึง 99.49% กลุ่มประชากรที่ฉีดวัคซีนทั้งสองชนิดมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นมากกว่าผู้ที่ติดเชื้อโดยธรรมชาติและเกิดภูมิคุ้มกัน ดังนั้นจึงขอเน้นย้ำให้ประชาชนที่รับการจัดสรรการฉีดวัคซีนในพื้นที่เสี่ยงจะช่วยให้มีภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นและเมื่อมีการติดเชื้อจะไม่กลายเป็นผู้ที่มีอาการหนักหรือเสียชีวิต 
เมื่อถามว่าศบค. เตรียมออกข้อกำหนดยกเว้นการสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อรองรับการประชุมของสภาฯ แพทย์หญิงอภิสมัย กล่าวว่า ไม่มีการยกเว้นข้อกำหนด ตอนนี้ยังใช้ข้อกำหนดที่ 22 ที่ระบุว่า ให้สวมหน้ากากผ้า-หน้ากากอนามัยตลอดเวลาซึ่งถือเป็นการบังคับใช้ อย่างไรก็ตามมีการพูดคุยกันว่าในระยะเวลาอันใกล้นี้จะมีการประชุมระดับประเทศหรือระดับท้องถิ่น ซึ่งหากมีการประชุมต้องย้ำว่าเรามีการสนับสนุนให้เกิดการประชุมออนไลน์ให้มากที่สุด แต่กรณีที่มีความจำเป็นต้องจัดการประชุมที่มีการรวมกันจะให้ยึดที่ข้อกำหนดที่ 22 รวมถึงมีการขยายแนวปฏิบัติเพิ่มเติมในสถานการณ์จำเพาะให้มีการผ่อนผันการสวมหน้ากากได้ โดยผู้ควบคุมการประชุม ซึ่งอาจจะเป็นประธานในที่ประชุม และเน้นย้ำว่าผ่อนผันได้เฉพาะในช่วงการอภิปรายแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะผู้ที่ทำการอภิปรายเท่านั้น และที่ประชุมจะมีการกำหนดออกมาตรการต่างๆ ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้ว เช่น ประธานในที่ประชุมมีการผ่อนผันการสวมหน้ากากผู้อภิปรายจะไม่สวมหน้ากากอนามัย แต่ผู้ที่อยู่ในที่ประชุมทั้งหมดจะต้องสวมหน้ากากอนามัย รวมถึงการเว้นระยะห่างตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด หากมีการผิดต่อข้อกำหนดเหล่านี้จะมีบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งหากเขาเห็นว่ามีการปฏิบัติไม่ถูกต้องจะมีการตักเตือน และหากทำผิดซ้ำ จะมีการบังคับใช้ข้อกฏหมาย