ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ด่วน!! ศบค. เตรียมเคาะผ่อนปรนพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด นั่งร้านอาหาร ได้แล้วไม่ เกิน25%

7.09K 0
ด่วน!! ศบค. เตรียมเคาะผ่อนปรนพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด นั่งร้านอาหาร ได้แล้วไม่ เกิน25%

ศบค. เตรียมเคาะผ่อนปรนพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด นั่งทานอาหารได้ ร้อยละ 25 % โต๊ะ 4 คนนั่งได้ 1 คน ) ไม่เกิน 21.00 น. ขอรอประกาศกลุ่มจังหวัดพรุ่งนี้

วันนี้ (14 พ.ค.) นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 หรือ ศบค. เปิดเผยตัวเลขสถานการณ์ประจำวันศุกร์ ที่ 14 พฤษภาคม 2564 ว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 94 ของโลก พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 2,256 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,073 ราย ผู้ป่วยจากเรือนจำ 183 ราย พบผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งหมด 96,050 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 62,316 ราย หายเพิ่ม 1,701 ราย รักษาอยู่ 33,186 ราย แบ่งเป็นรักษาในโรงพยาบาล 20,669 ราย และโรงพยาบาลสนาม 12,517 ราย เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 1,203 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 408 ราย เสียชีวิตใหม่ 30 ราย รวมเสียชีวิต 548 คน

โดยผู้เสียชีวิตแบ่งเป็นผู้ป่วยชาย 16 ราย และผู้ป่วยหญิง 14 ราย ค่ากลางอายุ 63 ปี  ระหว่างอายุ 15 -85 ปี ซึ่งมีผู้ป่วยอายุ 15 ปีเป็นผู้ป่วยที่พิการทางสมองและเป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงพบจากการร่วมงานเลี้ยง และมีอาชีพเสี่ยง คือ เป็นผู้ขับแท็กซี่ 2 ราย แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 11 ราย, ราชบุรี 4 ราย, สระแก้วและปทุมธานี จังหวัดละ 2 ราย, สมุทรปราการ, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, สุโขทัย, มหาสารคาม, เลียงราย, สุพรรณบุรี, นนทบุรี, ร้อยเอ็ด, พัทลุง และสุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 1 ราย

ซึ่งผู้ติดเชื้อรายใหม่แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 2,068 ราย เป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศเข้า State Quarantine 5 ราย เป็นการค้นหาเชิงรุก/โรงงานและในชุมชน 545ราย และตรวจเชิงรุกในเรือนจำ 183 ราย และเข้าระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 1,523 ราย

ด้านยอดการฉีดวัคซีนในประเทศไทยรวม 2,124,732 ราย สะสมแบ่งเป็นฉีดวัคซีนเข็มแรก 1,416,432 ราย เพิ่มขึ้น 21,302 ราย และเข็มที่สองจำนวน 708,300 ราย เพิ่มขึ้น 63,067 ราย


นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในเรื่องของคนที่เข้าแอดมิด และเสียชีวิต ยอดตัวเลขวันที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลมีระยะเวลานานขึ้นมากกว่าสองสัปดาห์ ถึงจะเสียชีวิต ฉะนั้นอัตราการใช้เตียงนอนโรงพยาบาลจากเดิมที่ประมาณครึ่งเดือนหรือ 14 วัน และสามารถออกจากโรงพยาบาลได้เมื่ออาการดีขึ้น แต่เมื่อมีอาการหนักจนถึงรายที่ต้องใส่ท่อหายใจและเสียชีวิตข้อมูลสะสมใช้เวลาการนอนในโรงพยาบาลยาวนานถึงเดือนกว่าๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องคิดล่วงหน้าเพื่อเตรียมการหาเตียงรองรับในกรณีป่วยหนักและใส่ท่อช่วยหายใจ

ทั้งนี้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศรายใหม่วันที่ 14 พฤษภาคม 10 อันดับแรก กรุงเทพมหานคร 1087 ประทุมธานี 157 นนทบุรี 131 สมุทรปราการ 121 ชลบุรีหกสี่ประจวบคีรีขันธ์ 52 สมุทรสาคร46 ระยอง33 พระนครศรีอยุธยา 29 และนครศรีธรรมราช 25 ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศสะสมตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนถึง 14 พฤษภาคมกรุงเทพมหานคร 23,561 นนทบุรี 4244 เชียงใหม่ 3948 สมุทรปราการ 3735 ชลบุรี 3609 ประทุมธานี 1739 สมุทรสาคร 1730 ประจวบคีรีขันธ์ 1431 สุราษฎร์ธานี 1353 และสงขลา 910 ทั้งนี้สำหรับจังหวัดที่ไม่พบผู้ติดเชื้อ โควิด-19 มี 16 จังหวัดคือลำพูน ลพบุรี สุรินทร์ ตราด ตาก น่าน กาฬสินธุ์ พะเยา เลย ชัยนาทหนองคาย แม่ฮ่องสอน หนองบัวลำภู บึงกาฬ อุทัยธานีและสตูล

นอกจากนี้ในที่ประชุมศูนย์บูรณาการแก้ไขปัญหา โควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และที่ประชุมศปก.ศบค.หรือศบค. ชุดเล็ก ได้รับทราบการรายงานของกรุงเทพมหานคร ถึงผลการตรวจเชิงรุกในพื้นที่การให้บริการต่างๆ คือ จุดตรวจสนามกีฬาทูปเตมีย์ 1278 พบติดเชื้อ 68 กรุงเทพมหานครศูนย์ดินแดง 1668 พบผู้ติดเชื้อ 62 คลองเตย โรงเรียน/ชุมชน 988 พบผู้ติดเชื้อ 52 จุดตรวจชุมชนสีลม 1016 พบผู้ติดเชื้อ 107 จุดตรวจห้วยขวาง 510 พบผู้ติดเชื้อ 15 จุดตรวจรองเมือง 491 ผลพบเชื้อ 25 จุดตรวจเคหะหลักสี่ 509 พบติดเชื้อ 4 จุดตรวจตลาดกลางดินแดง 787 พบติดเชื้อ 26 รวมตรวจทั้งหมด 7247 พบติดเชื้อ 359 ราย

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า สำหรับเขตที่พบเชื้อ โควิด-19 อัตตราการติดเชื้อ เช่น เขตดินแดง ตลาดห้วยขวาง1.48 แฟลตดินแดง 3.26 เขตวัฒนา แคมป์คนงานก่อสร้าง (สองแห่งอยู่ติดกัน) 14.25 คลองเตย ชุมชนแออัดคลองเตย 3.83 เขตหลักสี่ แคมป์ก่อสร้าง 21.99 เขตลาดพร้าว บริษัทประกันภัยแห่ง 17.30 เขตราชเทวีบริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่ง 17.30 ประตูน้ำ 3.96

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า จะมีการนำเสนอจากคณะกรรมการ eoc ของกระทรวงสาธารณสุข ตนขอเสนอภาพหลักการที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอต่อคณะกรรมการศปก.ศบค. โดยการสั่งการของนายกรัฐมนตรีในฐานะผอ. ศบค. ถึงส่วนไหนที่ควรจะผ่อนปลนได้บ้างโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย รายเล็ก โดยเฉพาะผู้ที่ค้าขายอาหารทั้งหลาย ซึ่งเป็นปัจจัยสี่ของประชาชนคนไทย ซึ่งนายกฯ ได้มอบหลักการมา และทางกระทรวงสาธารณสุขได้นำมาปรึกษาหารือกันโดยต้องการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดในปัจจุบัน ฉะนั้นการปรับสีจะต้องเกิดขึ้น  มีหลักเกณฑ์ในการปรับโดยพิจารณาหลายเหตุผลร่วมกันดังนี้

1 ลักษณะการระบาดในชุมชน โดยพิจารณาจากจำนวนและความต่อเนื่อง คือ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดมีผู้ป่วยมากกว่า 100 รายต่อวัน อย่างน้อยหนึ่งวันในหนึ่งสัปดาห์หรือเฉลี่ยในหนึ่งสัปดาห์มากกว่า 50 รายต่อวัน พื้นที่ควบคุมสูงสุดมีผู้ป่วยเฉลี่ยหนึ่งสัปดาห์ 20 ถึง 50 รายต่อวัน พื้นที่ควบคุมมีผู้ป่วยเฉลี่ยในหนึ่งสัปดาห์น้อยกว่า 20 รายต่อวัน พื้นที่เฝ้าระวังสูงสุดมีผู้ป่วยเฉลี่ยในหนึ่งสัปดาห์น้อยกว่า 10 รายต่อวันพื้นที่เฝ้าระวังพื้นที่ไม่มีผู้ป่วยอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ 

2.จังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับพื้นที่ที่พบการระบาดต่อเนื่องและเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ 3.จังหวัดที่มีการระบาดในกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสแพร่เชื้อได้ง่าย 4.จังหวัดที่ติดกับชายแดนหรือเคยมีผู้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ติดเชื้อ และ5. สัดส่วนการได้รับวัคซีนของประชากรในพื้นที่ (ปรับลดระดับกรณีได้รับบักซีนมาก) 

ทั้งนี้การผ่อนคลายมาตรการตามระดับของพื้นที่ที่สถานการณ์ย่อยในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร 1. พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้สวมหน้ากากอนามัยหน้ากากผ้าเมื่อออกนอกเคหสถานหรือ อยู่ในสถานที่สาธารณะ ห้ามกิจกรรมรวมคนมากกว่า 20 คนบริโภคในร้านโดยนั่งได้ไม่เกิน 25% (โต๊ะ 4 คนนั่งได้ 1 คน ) ไม่เกิน 21.00 น. สั่งกลับบ้านไม่เกิน 23.00 น. งดการจำหน่ายและดื่มสุราในร้าน ร้านสะดวกซื้อตลาดโตรุ่งเปิดบริการตั้งแต่ 04.00 น. ถึง 23.00 น. สถานบริการบันเทิงปิด ศูนย์การค้าห้างสรรพสรรพสินค้าเปิดบริการตามปกติไม่เกิน 21.00 น. และจำกัดจำนวนคน งดกิจกรรมส่งเสริมการขาย สถานศึกษาทุกระดับสถาบันกวดวิชาห้ามใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอน กิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมาก ส่วนสถานที่เสี่ยงหรือสถานที่ที่มีกิจกรรมเสี่ยงปิด ยกเว้นสถานที่เล่นกีฬากลางแจ้ง เปิดได้ไม่เกิน 21.00 น. แข่งขันได้โดยไม่มีผู้ชม

2.พื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้สวมหน้ากากอนามัยหน้ากากผ้าเมื่อออกนอกเคหสถานหรืออยู่ในที่สาธารณะ ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 50 คนร้านอาหารบริโภคในร้านได้ไม่เกิน 23.00 น. งดการจำหน่ายและดื่มสุราในร้าน ร้านสะดวกซื้อตลาดโต้รุ่งเปิดบริการ 04.00 น. ถึง 23.00 น. สถานบริการสถานบันเทิงปิดศูนย์การค้าห้างสรรพสินค้าเปิดบริการตามปกติไม่เกิน 21.00 น. จำกัดจำนวนคนงดกิจกรรมส่งเสริมในการขาย สถานศึกษาทุกระดับสถาบันกวดวิชาให้ใช้สถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอน กิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมาก โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสถานที่เสี่ยงหรือสถานที่มีกิจกรรมเสี่ยงเปิดบริการตามข้อกำหนด สถานที่เล่นกีฬาเปิดได้ไม่เกิน 21.00 น. แข่งขันได้โดยจำกัดผู้ชมผู้เล่น

3.ส่วนพื้นที่ควบคุม ให้สวมหน้ากากอนามัยหน้ากากผ้าเมื่อออกนอกเคหสถานหรืออยู่ในที่สาธารณะ ห้ามกิจกรรมรวมพลมากกว่า 50 คน ร้านอาหารบริโภคในร้านได้ตามปกติ งดการจำหน่ายและดื่มสุรา ร้านสะดวกซื้อและตลาดโต้รุ่งเปิดบริการได้ตามปกติตามมาตรการที่กำหนด สถานบริการสถานบันเทิงปิดศูนย์การค้าห้างสรรพสินค้าเปิดบริการตามปกติไม่เกิน 21.00 น. จำกัดจำนวนคน งดกิจกรรมส่งเสริมการขาย สถานศึกษาทุกระดับสถาบันกวดวิชาให้ใช้อาคารสถานที่ เพื่อจัดการเรียนการสอนกิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมาก ตามมาตรการที่กำหนด สถานที่เสี่ยงหรือสถานที่ที่มีกิจกรรมเสี่ยงเปิดบริการตามข้อกำหนด สถานที่เล่นกีฬาเปิดปกติแข่งขันได้โดยจำกัดพูดเล่นผู้ชม ส่วนจังหวัดที่จะอยู่ในพื้นที่ใดนั้นต้องมีการพูดคุยและเรียนให้นายกรัฐมนตรีทราบ ดังนั้นพรุ่งนี้จะมีการประกาศจังหวัด

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend