ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2564

แฉขบวนการโกงปาล์มน้ำมัน "อธิราษฎร์" เปิดความจริง ใครอยู่เบื้องหลัง

559 0
แฉขบวนการโกงปาล์มน้ำมัน อธิราษฎร์ เปิดความจริง ใครอยู่เบื้องหลัง

"อธิราษฎร์" เปิดความจริง "ขบวนการโกงปาล์มน้ำมัน" สาวไส้ โรงสกัด โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม กลุ่มโรงงานไบโอดีเซล ใช้ตัวเลขราชการเมกราคาสูงเกินจริง วงการแฉ "เฮียป." อยู่เบื้องหลัง

นายอธิราษฎร์ ดำดี อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) และที่ปรึกษาคณะกรรมการปาล์มน้ำมันจังหวัดกระบี่ เผยว่า จากข้อมูลของกรมการค้าภายในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันทั้งระบบ จะเริ่มจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ผลิตน้ำมันปาล์มดิบ 1 กิโลกรัม(กก.) ต้องจะใช้ผลปาล์มน้ำมัน 18% จำนวน 5.56 กิโลกรัม โดยมีผลพลอยได้ เช่น เมล็ดในปาล์ม ประมาณ5% ผลปาล์ม,กะลาปาล์ม ประมาณ 5% ของผลปาล์ม และทะลายปาล์ม ประมาณ 20% ของผลปาล์ม

ทั้งนี้ราคาน้ำมันปาล์มดิบ(ซีพีโอ) ณ กทม. (คำนวณจากราคาผลปาล์ม x 5.56 กก. บวกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หัก รายได้จากการจำหน่ายผลพลอยได้ บวกค่าขนส่ง จากหน้าโรงงานสกัด ถึง กทม.) ส่วนโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม ผลิตน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 1 ลิตร จะใช้น้ำมันปาล์มดิบ 1.58 กก. โดยมีผลพลอยได้ ก็คือ สเตียรีน ประมาณ 0.56 กก.และ กรดปาล์ม ประมาณ 0.08 กก. แต่ปัจจุบันที่เกษตรกรขายผลปาล์มไม่เคยได้บวกจากราคาตรงนี้เลย

"อย่างนี้จะต้องนำกลับมาคิดคำนวณราคาผลปาล์มใหม่ โดยเฉพาะเมล็ดในน้ำมันปาล์ม เพื่อให้เกษตรกรได้รับความยุติธรรมในเรื่องราคาผลปาล์ม แต่นี่โรงงานกลับเอาไปหมดเลย เป็นการเอาเปรียบชัดเจน และที่ผ่านมาไม่เคยมีการเปิดเผยเรื่องเมล็ดในปาล์ม แล้วจู่ ๆ ที่ประชุม กนป. ล่าสุด กรมการค้าภายใน ลักไก่ มาขอชดเชยการส่งออก 2 บาทต่อ กก. ด้วย ทั้งที่ไม่มีการอนุมัติ มีแต่การเห็นชอบให้ส่งออกน้ำมันซีพีโอเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันไม่เคยมีข้อมูลเลยว่าน้ำมันเมล็ดในปาล์มมีสต๊อกเท่าไร เพราะในที่ประชุมก็มีแต่คุยกันเรื่องซีพีโอย่างเดียว"


นายอธิราษฎร์ กล่าวอีกว่า ในเรื่องของการผลิตบางอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ก็หัวหมออ้างว่าไม่ใช่ซีพีโอ (หรือน้ำมันปาล์มดิบ) แต่ไปใช้น้ำมันกลั่นบริสุทธิ์แทน ซึ่งจะราคาแพงกว่า 3 บาท ยกตัวอย่าง โรงงานบี100 ราคาซีพีโอ อยู่ 30 บาทต่อ กก. จะบวกเพิ่มอีก 3 บาท จะทำให้การผลิตมีต้นทุนที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ในการรายงานราคาปาล์มในแต่ละจังหวัด จะมีสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เป็นผู้รายงานราคาการรับซื้อของปาล์มแต่ละจังหวัด พอช่วงบ่าย หรือเย็น ทางเจ้าหน้าส่วนกลาง (กองส่งเสริมสินค้าเกษตร1) กรมการค้าภายใน รายงานพบว่าเป็นราคารับซื้อปาล์มสูงกว่าจังหวัดรายงาน แต่ตอนนี้เริ่มมีลูกไม้ใหม่ ใช้ราคาเป็นช่วงต่ำสุดถึงสูงสุด จากเมื่อก่อนมีราคาเดียว ก็ไม่รู้ว่าโรงงานสกัดโกหก ขายได้สูง เพื่อที่จะมากดราคาปาล์มหรือไม่ หรือว่ากรมโกหกให้โรงสกัด เพราะมีกลุ่มผู้ค้าที่ค้าขายโดยอ้างอิงราคารับซื้อตรงนี้ ก็คือ กลุ่ม B100 มีคนบอกว่าอย่าไปแตะราคานี้ จะทำให้เจ๊งกันหมด

กระบวนการมาถึงกลุ่มผู้ค้า บี100 ก็บิดราคาต่อ ทุกคนก็ซื้อน้ำมันปาล์มดิบไปต่อ แต่จะอ้างว่าซื้อน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ เพราะจะได้เพิ่ม 3 บาทโดยอัตโนมัติจะมีซ่อนเงื่อนทุกขั้นตอนในกระบวนการรัฐซื้อ แล้วอ้างว่าวัตถุดิบที่เข้ามาไม่ใช่ซีพีโอ จะมีสูตร ถ้าเป็นน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ สามารถที่จะนำไปผลิตเป็นน้ำมันบริโภคก็ได้ หรือจะไปผลิตไบโอดีเซลก็ได้ ซึ่งราคาตัวนี้จะแพงกว่าน้ำมันซีพีโอ 3 บาทต่อ กก. แต่ราคาตลาดจริง น่าจะแพงกว่าราคาตลาดอยู่ที่ 1.50 บาทต่อกก. นี่ก็โก่งราคากันแล้ว 2 เท่า พอนำมันต้นสูงไปผลิตบี100 ก็แพงขึ้น

พอราคากลางบี 100 อยู่ที่ 41 บาท ปรากฎว่าพวกขายบี100 จะถูกส่งไปให้บริษัทกลุ่มน้ำมัน จะมีการประมูลกัน อาจจะลดราคากัน อาจจะขายได้ที่ 38 บาท แต่เวลาไปขอเงินกองทุนน้ำมัน ไปแจ้งราคากลางบี100 อยู่ที่ 41 บาท เพื่อจะมาขอใช้เงินการขอเงินคืนจากกองทุน เรียกว่าทุกห่วงโซ่เอาคนละเด้ง ทำให้คนทั้งประเทศโดนกันประมาณ 4-5 เด้ง ส่วนข้างล่างเกษตรกรก็โดนกดราคาปาล์ม แต่ชาวบ้านก็โดนโกงตั้งแต่ราคาน้ำมันขวดบริโภค จนถึงราคาบี100 ด้วย ใครที่ใช้น้ำมันดีเซลทุกลิตรก็โดนโกง

"ในอดีตที่ประชุมอนุโครงสร้างราคาปาล์มฯ อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธาน พวกโรงงาน ทั้งหลาย ก็อ้างต้นทุนค่าบริหาร ค่ารายจ่ายพนักงาน โน้นนี่นั่น ทำให้ราคาสูงเกินจริง เป็นข้อมูลเกินจริง อ้างว่าเดินกำลังการผลิตน้อย ประสิทธิภาพการผลิตต่ำ จะมาให้เป็นภาระของใคร แต่พอปาล์มผลผลิตออกมามาก เดินเครื่องไม่ทัน ผมมองโกหกทั้งขึ้นและล่อง ทำให้ต้นทุนที่แต่ละโรงอ้างเป็นข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ"

ทั้งนี้อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยอ่อนแอมาก ขณะที่มาเลเซียมีโครงสร้างราคาปาล์มเข้มแข็งมาก ใช้มานานกว่า 20 ปี ปาล์มแพง ซีพีโอถูก ทำให้เกษตรกรอยู่ได้ แต่ของไทยตรงกันข้าม ทำให้เกษตรกรตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น วันนี้โรงงานสกัด โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม หรือรีไฟน์ กลุ่มบี100 และกลุ่มบริษัทค้าน้ำมัน ใช้กลไกราคาที่อ้างอิงจากส่วนราชการ สูงเกินกว่าความราคาจริงของตลาด สร้างผลประกอบการบนข้อมูลลวงกันเป็นทอด ๆ เอาเปรียบชาวบ้าน-ผู้บริโภค กินเงินกองทุนน้ำมัน โกงสังคม เสมือนหนึ่งว่าหน่วยงานราชการมีส่วนในกลโกงเหล่านี้ด้วยอย่างปฏิเสธไม่ได้ และมีมานานนับตั้งแต่เกิดไบโอดีเซลมาก็ว่าได้

แหล่งข่าววงการค้าน้ำมันปาล์ม เผยเบื้องลึกความจริงที่เกษตรกรถูกเอาเปรียบ ยังเกิดจาก บริษัท เอกชนขาใหญ่เฮีย ป. ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ กดราคารับซื้อปาล์มทลายจากเกษตรกร หวัง 2 เด้ง โดยบีบซื้อผลปาล์มราคาถูกจากเกษตรกรและได้กำไรส่งออกมหาศาลจากการอนุญาตของรัฐบาล จึงเกิดการทำลายโครงสร้างปาล์มน้ำมันภายในประเทศไทย เกิดการเอาเปรียบเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม ซึ่งปัจจุบันสำรองน้ำมันปาล์มของประเทศมีเพียง 170,000 ตันเท่านั้นซึ่งถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์สำรองของประเทศซึ่งควรมีสำรองประมาณ 300,000 ตัน

แต่รัฐบาลโดย กนป. ซึ่งมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ปล่อยให้พ่อค้าหัวใสโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจใหญ่เฮีย ป.กับพวกส่งออกน้ำมันปาล์มดิบออกต่างประเทศโดยราคารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรกลับสวนทางตรงข้ามไม่เป็นไปตามกลไกราคาตลาดที่ควรเป็น โดยกำไรจะตกอยู่เพียงโรงสกัดน้ำมันปาล์มและผู้ส่งออกเท่านั้น เกษตรกรไม่ได้ผลประโยชน์ร่วมด้วยเลย ราคาผลปาล์มยังต่ำกว่าที่ควรเป็น ไม่ได้สัมพันธ์กับราคาที่โรงสกัดหรือผู้ส่งออกได้รับเลย ผลประโยชน์ส่วนต่างกลับตกอยู่กับกลุ่มเฮีย ป.และพวกเท่านั้น

ทั้งนี้สาเหตุหลักล้วนมาจากเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจในการกำหนดราคา เข้าข่ายร่วมกันทุจริตไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติในการประกาศราคาผลผลิตทะลายปาล์มและราคาน้ำมันปาล์มดิบในแต่ละวัน โดยต้องประกาศราคาตามความเป็นจริงในแต่ละวัน แต่กลับร่วมมือกับเฮีย ป.ภาคเอกชน ชะลอการประกาศราคาให้ช้ากว่าปกติหลาย ๆวันเพื่อให้เอกชนเฮีย ป.กับพวกกว้านซื้อน้ำมันปาล์มดิบเก็บในราคาต่ำกว่าประกาศของกรมการค้าภายในเพื่อทำกำไรและหลังจากเอกชนกลุ่มดังกล่าวซื้อเก็งราคาเสร็จเรียบร้อย

เอกชนกลุ่มนี้มีอิทธิพลสั่งการให้เจ้าหน้าที่บางราย ประกาศราคาซื้อขายทะลายปาล์มและน้ำมันปาล์มดิบ จึงทำให้เกิดช่องว่างส่วนต่างในการทำกำไร ทำให้เอกชนกลุ่มดังกล่าวได้กำไรมหาศาล จากต่างที่อาจมีมากถึง 3-5 บาทต่อกิโลกรัมในกรณีน้ำมันปาล์มดิบโดย เฮียป.ได้นำมาจัดสรรกันสำหรับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดซึ่งถือว่าได้ทำลายโครงสร้างของปาล์มน้ำมันในไทย สร้างความเสียหายกับเกษตรกรและผู้ประกอบการในประเทศทั้งหมด โดยไม่ประกาศราคาจริงตามตลาดที่ควรจะเป็น อันเป็นประโยชน์โดยตรงกับเกษตรกรไทยและทำลายอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องด้วยไม่ว่าเป็นอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มเพื่อบริโภคและอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มเพื่อผลิตพลังงานไบโอดีเซลในประเทศ

โดยเฉพาะกรมธุรกิจพลังงานจะต้องเอาข้อมูลจากกรมการค้าภายในมาเป็นฐานกำหนดราคารับซื้อน้ำมันB100 ของประเทศทุกสัปดาห์ จึงทำให้ข้อมูลผิดเพี้ยนไปหมด อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อผู้ผลิต B100 อย่างมหาศาลในปัจจุบัน ซึ่งเฮีย ป.นักธุรกิจดังพยายามมีอิทธิพลเหนือเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อหาช่องทางควบคุมกลไกตลาดและกลไกโครงสร้างของปาล์มน้ำมันในประเทศโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันเลย ซึ่งปัจจุบันต้องแบกรับภาระราคาปุ๋ยที่แพงมหาศาลและรัฐไม่เคยให้ความช่วยเหลือและมิหนำซ้ำมาโดนกลุ่มเฮีย ป.กับเจ้าหน้าที่รัฐในร่วมกันฮั้วราคาขึ้นและลงตามอำเภอใจเพื่อทำกำไรให้เฉพาะกับกลุ่มตัวเองเท่านั้น

อย่างไรก็ดีจึงฝากเรียนท่านรองนายกฯ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะประธาน กนป. ช่วยเร่งเข้ามาตรวจข้อเท็จจริงและช่วยสั่งการดำเนินคดีกับข้าราชการนอกลู่ ร่วมมือกับเฮีย ป. เอกชน ทำลายระบบกลไกปาล์มน้ำมันในประเทศเสียหายย่อยยับ และขอให้ชะลอการส่งออกจนกว่าประเทศไทยจะมีสำรองน้ำมันปาล์มของประเทศที่ 300,000 ตัน มิฉะนั้นประเทศไทยจะเกิดการขาดแคลนน้ำมันปาล์มดิบภายในสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ถ้าต้องนำเข้ามาในช่วงขาดแคลนก็จะทำให้เกิดปัญหากับเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มในประเทศต่อไปอีก และที่สำคัญก็จะมีปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำมันปาล์มดิบเพื่อผลิตน้ำมันเพื่อบริโภคและจะทำให้ประชาชนต้องซื้อน้ำมันขวดมาบริโภคในราคาแพงและจะกระทบต่อการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลในฐานะพลังงานทางเลือกในประเทศไทยอีกด้วยและขอให้มีคำสั่งเด็ดขาดให้กรมการค้าภายในประกาศราคาซื้อขายตามท้องตลาดในแต่วันให้ตรงต่อความเป็นจริง ห้ามบิดเบือนราคาที่แท้จริงและอย่าปฏิบัติตัวอยู่ภายใต้คำสั่งของพ่อค้าในการสั่งการให้ราคาขึ้นลงตามอำเภอใจของพ่อค้าคนกลางรายนี้อีกต่อไปโดยเด็ดขาด

สถานการณ์ราคาปาล์ม ณ วันที่ 13 พฤษภาคม 2564

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend