ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564

อำเภอนาแกเสียความบริสุทธิ์ โควิดเจาะไข่แดงติดเชื้อ 2 ราย

79 0
อำเภอนาแกเสียความบริสุทธิ์ โควิดเจาะไข่แดงติดเชื้อ 2 ราย

นครพนมพบเพิ่ม 3 ราย เป็นผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงกลับบ้านเกิด ชาว อ.ศรีสงคราม จากคลัสเตอร์รถตู้โดยสาร และ อ.นาแก 2 ราย เป็นสามีภรรยา เดินทางมาจากแฟลตเคหะบ่อนไก่ ปทุมวัน กทม. ยืนยันไม่มีผู้ติดเชื้อภายในต้องเข้มงวดต่อเนื่องผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง

วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 เวลา 12.00 น. ณ ห้องประชุมพระธาตุพนม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครพนม นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม/ประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อฯ พร้อมด้วย นพ.มานพ ฉลาดธัญญกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม แถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) ซึ่งมีรายงานประจำวันว่าพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเพิ่ม 3 ราย รวมยอดสะสม 127 ราย รักษาหายแล้ว 96 ราย กำลังรักษาอยู่ รพ.ฯ 29 ราย เสียชีวิต 2 ราย

ผวจ.นครพนม เปิดเผยว่า ผู้ติดเชื้อทั้ง 3 รายล้วนเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง วันนี้ไม่มีศึกในแล้ว มีแต่ศึกนอกคือผู้มาจากพื้นที่เสี่ยง แต่จะไปห้ามไม่ให้เขากลับบ้านก็ไม่ได้ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนคนนครพนม แต่เมื่อเข้ามาแล้วต้องไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพราะเชื้อไวรัสตัวนี้ดุมากติดเร็ว และส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นการติดเชื้อภายในบ้าน จึงให้นายอำเภอแต่ละอำเภอดูรีสอร์ท หรือ โรงแรม เป็นสถานที่กักตัวก่อนเข้าบ้าน  


ด้าน นพ.มานพฯ สสจ.นครพนม กล่าวยืนยันว่าไม่มีผู้ติดเชื้อภายในแล้ว ขณะที่มีผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงเยอะมาก ส่วนใหญ่มีอาการมาก่อนแต่ไม่ยอมไปพบหมอ แต่ใช้วิธีเดินทางกลับบ้าน จึงได้ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อฯ ว่า จะปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยจะไม่ให้เข้าพื้นที่ทันที ต้องได้รับการตรวจค้นหาเชื้อก่อนทุกรายไป

ในจำนวน 3 รายที่พบล่าสุดนี้ เป็นคลัสเตอร์รถตู้โดยสารที่รับผู้โดยสารมาจากพื้นที่เสี่ยงทั้งสิ้น คือ กทม. สมุทรปราการ ระยอง นนทบุรี และ ปทุมธานี จำนวน 15 ราย ซึ่งตรวจพบไปแล้ว 1 รายเป็นชายอายุ 21 ปีชาวอำเภอศรีสงคราม(ผู้ป่วยราย 124)  และเมื่อนำตัวผู้โดยสารตรวจคัดกรองเชิงรุกอย่างละเอียด จึงพบว่าชายอายุ 22 ปีชาวอำเภอศรีสงคราม และเป็นเพื่อนกับผู้ป่วยที่พบก่อนหน้านี้ โดยทั้งคู่ทำงานในสถานที่เดียวกันในจังหวัดนนทบุรี หลังมีอาการก็ชักชวนกันกลับภูมิลำเนา โดยทั้งสองนั่งอยู่เบาะหลังสุด เมื่อเดินทางถึงบ้านก็ไปกักตัวเองที่เถียงนา กระทั่งมีเจ้าหน้าที่เข้ามาเก็บตัวอย่างส่งตรวจ RT PCR พร้อมเข้ารับการรักษาที่ รพ.ศรีสงคราม ผลตรวจพบเชื้อโควิด ซึ่ง สสจ.นครพนม กล่าวเพิ่มเติมว่าผู้โดยสารในรถตู้คันดังกล่าวที่เหลือ 13 คน มีโอกาสติดเชื้อเกือบทั้งคัน

ส่วนอีก 2 รายเป็นคู่สามีภรรยา(รายที่ 126-127) ประกอบอาชีพขายอาหารตามสั่งที่แฟลตเคหะบ่อนไก่ เขตปทุมวัน กทม. ซึ่งเป็นชุมชนแออัดใกล้กับชุมชนคลองเตย  ระหว่างวันที่ 1-7 พฤษภาคมฯ ทั้งคู่มีอาการไข้จึงตรวจค้นหาเบื้องต้นไม่พบเชื้อ แต่วันที่ 8 พฤษภาคมฯ ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ตามประกาศของรัฐบาล จากนั้นก็เดินทางกลับบ้านที่อำเภอนาแก ด้วยรถยนต์ส่วนตัวพร้อมครอบครัว 4 คน มีผู้นำชุมชน ร่วมกับ อสม. ออกติดตามให้คำแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำทั้ง 4 คน เข้ารับการตรวจ Rapid test ณ รพ.นาแก พบว่าภรรยาผลตรวจ Positive รักษาที่ห้องแยกโรค จึงเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อโควิด ด้วยวิธี RT PCR ผลตรวจพบติดเชื้อ และสามีก็ตรวจติดเชื้อเพิ่มอีก 1 คน รวมเป็น 2 คน

 สำหรับใน 2 รายคู่ผัวเมียนี้ นพ.มานพฯ กล่าวว่าทั้งสองมีความโชคดีอยู่มาก เพราะได้รับวัคซีนเข็มแรกเข้าไปสร้างภูมิต้านทาน แม้ทั้งสองมีการตรวจพบเชื้อในร่างกาย แต่ไม่มีอาการใด ๆ โดยรวมเหมือนคนปกติทั่วไป แต่อีกสองคนที่นั่งรถมาด้วยกันคือป้ากับหลานชาย ไม่มีประวัติว่าได้รับการฉีดวัคซีน จึงรอตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 อีกรอบ 

ผวจ.นครพนม ได้กล่าวถึงประเด็นการฉีดวัคซีน ว่า เดิมคนไทยมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีอะไรก็จะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ปัจจุบันมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทำให้ความรู้ความเข้าใจของประชาชน เกิดความเข้าใจไม่ถูกต้องในเรื่องของวัคซีน ทำให้แพทย์ พยาบาลทำงานหนักขึ้น จึงต้องลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน ทำความเข้าใจให้ประชาชนทราบถึงผลกระทบการฉีดวัคซีนเป็นอย่างไร แต่ว่าหลังฉีดแล้วไม่ได้หมายความว่าจะไม่ติดเชื้ออีก แต่ยืนยันว่าถ้าติดเชื้อก็จะไม่เสียชีวิตแน่นอน

เรื่องโดย พงศ์สุคนธ์ คุณธรรมมงคล | ภาพโดย พงศ์สุคนธ์ คุณธรรมมงคล
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend