ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2564

อัยการไขข้อข้องใจ "จับปรับไม่สวมแมสก์" จบที่ตร.หรือศาล

1.82K 0
อัยการไขข้อข้องใจ จับปรับไม่สวมแมสก์ จบที่ตร.หรือศาล

อัยการแจง พนักงานสอบสวน-ศาล มีอำนาจสั่งปรับผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัยขึ้นอยู่ที่กรณี หากยอมรับค่าปรับขั้นต่ำ 6,000 บาท ก็จบที่ตำรวจ แต่หากอยากจ่ายน้อยกว่านั้น ต้องเป็นศาลตัดสิน

จากกรณีมีข้อสงสัยว่าโทษปรับผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัย 6,000 บาท พนักงานสอบสวนจะปรับผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัยได้เองหรือต้องให้ศาลเป็นผู้ตัดสินนั้น

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 9 ให้ความเห็นข้อกฎหมายว่าตามประกาศของกรุงเทพมหานครประกอบ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อและ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะเห็นว่าความผิดดังกล่าวมีอัตราโทษ 3 ระดับคือปรับขั้นต่ำ 6,000 บาทหากกระทำผิดอีกปรับเป็น 12,000 บาทและหากกระทำผิดซ้ำครั้งที่ 3 และครั้งต่อๆไปจะเป็นโทษปรับ 20,000 บาท ดังนั้นในการกระทำความผิดครั้งแรกและยอมรับการปรับ พนักงานสอบสวนสามารถเปรียบเทียบปรับได้ 6,000 บาท (ไม่เกิน 10,000 บาท ถ้าเกิน 10,000 บาทจะเลยอำนาจของตำรวจ)

ซึ่งตามความรู้สึกของประชาชน ค่าปรับ 6,000 บาทเป็นจำนวนที่สูงมาก ไม่อยากจ่าย ดังนั้นเมื่อตำรวจจะปรับ 6,000 บาท แล้วประชาชนที่กระทำความผิดไม่ยอมจ่าย จะขอจ่ายแค่ 500 บาทหรือ 2,000 บาท ลักษณะเช่นนี้ตำรวจจะเปรียบเทียบปรับเองไม่ได้แล้ว   แต่ต้องทำสำนวนส่งให้พนักงานอัยการฟ้องด้วยวาจาต่อศาลแขวงเท่านั้น

สรุปคือ ถ้าปรับ 6,000 บาทตำรวจปรับได้เองแต่ถ้าน้อยกว่า 6,000 บาทหรือเกินกว่านั้น  แล้วผู้กระทำผิดได้ปฏิเสธไม่ยอมรับ  คดีก็ต้องเข้าสู่ศาล เนื่องจากบางคนคิดว่าค่าปรับที่ศาลน่าจะถูกกว่าพนักงานสอบสวน (คือยอมมาศาล)  แต่ตำรวจไม่มีอำนาจปรับเอง 500 บาทแน่นอนตามที่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้แถลงข่าวไว้ก่อนหน้านี้

จะเห็นได้ว่าคำพิพากษาของศาลแขวงสุราษฎร์ธานีได้อธิบายข้อกฎหมายไว้อย่างละเอียดว่าศาลได้ใช้กฎหมายอะไรลงโทษปรับเท่าใดจึงขอให้ดูคำพิพากษาของศาลเป็นหลัก

ตัวอย่างคำพิพากษาของศาลแขวงสุราษฎร์ธานี

วันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ศาลมีคำพิพากษาคดีแดง 220/64 ที่อัยการสำนักงานแขวงสุราษฎร์เป็นโจทก์ฟ้องชายไทยขอสงวนชื่อ เป็นจำเลยตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยอัยการฟ้องว่า อาศัยอำนาจตามมาตรา9 พ.ร.ก.ฉุกเฉินประกอบ พ.ร.บ.ควบคุมโรค และคำสั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาขณะออกจากบ้าน โดยเมื่อวันที่ 21 เม.ย.เวลากลางคืนก่อนเที่ยง (หลัง 00.01 น.) จำเลยไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ขณะออกจากเคหะสถานของจำเลยมายังบริเวณหมูบ้านวนิดา หมู่ 1 ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กำหนดไว้ในคำสั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ศาลสอบถามคำให้การแล้วจำเลยรับสารภาพ จึงพิพากษาว่าจำเลยผิดตามฟ้อง ลงโทษปรับ 4 พันบาท จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคงปรับ 2 พันบาท ถ้าไม่ชำระค่าปรับให้ดำเนินการตามกฎหมายอาญามาตรา 29, 30


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend