ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ผู้บัญชาการตำรวจ ย้ำ 9 ข้อห้าม 5 ข้อที่ควรทำ ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์

610 0
ผู้บัญชาการตำรวจ ย้ำ 9 ข้อห้าม 5 ข้อที่ควรทำ ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์

ผู้บัญชาการตำรวจ กำชับทุกหน่วยยึดแนวทางปฏิบัติการใช้สื่อสังคมออนไลน์ 9 ข้อห้าม และ 5 ข้อที่ควรทำ จเรตำรวจ ชี้ นอกจากสิทธิส่วนบุคคลแล้ว ยังมีคำว่าหน้าที่รับผิดชอบด้วย ด้านนายตำรวจTiktok ให้ขาดจากตำแหน่งเดิมและย้ายสังกัด พร้อมถูกตั้งคณะกรรมการสอบ

พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)ได้สั่งการให้ติดตามกรณี พ.ต.ท.อรรคพล ยี่เกาะ สว.กก.สส.ภ.จว.อุดรธานี แต่งเครื่องแบบเต้นเลียนแบบเพลงนักร้องประเทศเพื่อนบ้าน จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม โดยก่อนหน้านี้ ผบ.ตร.ได้สั่งการในที่ประชุมบริหารตำรวจ เมื่อเดือน มี.ค.2564 และมีหนังสือสั่งการกำชับทุกหน่วยให้ยึดแนวทางปฏิบัติการใช้สื่อสังคมออนไลน์ 9 ข้อห้าม และ 5 ข้อที่ควรทำ ซึ่งจเรตำรวจแห่งชาติ ก็เคยมีหนังสือสั่งการย้ำชัดให้กวดขัน ระมัดระวัง การแสดงออกในสื่อโซเชียล เช่น Tiktok Facebook Twitter เป็นต้น แต่ก็ยังมีการฝ่าฝืน

พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวย้ำว่า เตือนข้าราชการตำรวจ ให้ทบทวน แนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ที่สั่งการไปแล้ว โดยมีเรื่องที่ควรทำ 5 ข้อ และ เรื่องที่เป็นข้อห้าม ประเภทข้อมูลข่าวสารที่ไม่ควรเผยแพร่ในรูปแบบข้อความ รูปภาพ หรือภาพเคลื่อนไหว 9 ข้อ คือ

1.ข้อมูลที่มีเนื้อหาพาดพิง หรือส่งในทางลบต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.ข้อมูลที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หรือกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

3.ข้อมูลที่มีลักษณะยั่วยุ เสียดสี บิดเบือนโฆษณา ชวนเชื่อ สร้างความแตกแยกต่อหน่วยงาน องค์กร สถาบัน สังคม รวมถึงการไม่เป็นกลางทางการเมือง

4.ข้อมูลความลับของทางราชการ ตามระเบียบการตำรวจที่กำหนดไว้

5.ข้อมูลที่เข้าข่ายการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารทั้งของราชการและบุคคล รวมถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายอาญาใดๆ เช่น ภาพลามก อนาจาร เป็นต้น

6.ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อน้ำหนักความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานทางคดี เกิดผลเสียต่อกระบวนการยุติธรรม รวมถึงส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจที่มีความเสี่ยงในเชิงยุทธวิธีและยุทธการ

7.ข้อมูลที่สร้างกระแสทางสังคม หรือก่อให้เกิดความตื่นตกใจโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และไม่มีหลักฐานยืนยัน

8.ข้อมูลที่เป็นภัยคุกคามต่อระบบสารสนเทศ และเครือข่าย ได้แก่ โปรแกรมไม่พึงประสงค์ หรือมัลแวร์ทุกประเภท

9.ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อันดีของความเป็นข้าราชการตำรวจ ก่อให้เกิดความขบขัน วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ ลดความเชื่อมั่น ศรัทธาต่องานตำรวจ ทั้งที่เป็นปัจเจกบุคคล และองค์กรตำรวจโดยรวม ซึ่ง การกระทำของ พ.ต.ท.อรรคพลฯ จะเข้าลักษณะการฝ่าฝืนในข้อ 9

เมื่อถามถึงข้อห้ามดังกล่าวถือเป็นการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ ทาง พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ เคยย้ำชัดว่า การเป็นข้าราชการตำรวจนั้น นอกจากสิทธิส่วนบุคคลแล้ว ยังมีคำว่า หน้าที่ความรับผิดชอบเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งต้องให้ความสำคัญทั้ง 2 เรื่อง ในน้ำหนักที่เท่ากัน และ ต้องคิดก่อนทำ ว่าทำแล้ว เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ หน่วยงาน องค์กร หรือสังคมอย่างไร ซึ่งแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ก็ระบุสิ่งที่ทำแล้ว เป็นเรื่องสร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ไว้ 5 ข้อ ให้ตำรวจทุกนายกลับไปทบทวนดู

ทั้งนี้ พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.อรรคพล ยี่เกาะ สว.กก.สส.ภ.จว.อุดรธานี ไปปฏิบัติราชการประจำศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี โดยให้ขาดจากตำแหน่งและสังกัดเดิม พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง จากกรณีมีคลิปพาภรรยานั่งเฮลิคอปเตอร์ที่มีการเผยแพร่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันกับคลิปเต้นล้อเลียนดังกล่าว เท่ากับ ขณะนี้ พ.ต.ท.อรรคพล อยู่ระหว่างถูกตั้งกรรมการตรวจสอบอยู่ 2 เรื่อง โดยให้รายงานผลต่อ ภ.จว.อุดรธานี ภายใน 7 วัน ซึ่งหน่วยต้องรายงานผลตามลำดับ เนื่องจากเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ และทั้ง 2 เรื่อง ได้ให้โอกาสเจ้าตัวชี้แจง หากพบว่ามีข้อบกพร่อง ฝ่าฝืนตามระเบียบ คำสั่ง หน่วยต้นสังกัด ก็จะต้องลงโทษทางวินัยตามน้ำหนักความผิด ซึ่งทาง จเรตำรวจ จะติดตามผลต่อไป


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend