ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2564

เตือนภัย "ขนมขบเคี้ยว" หวั่นเด็กไทยเป็นโรคไตก่อนวัยอันควร

2.17K 0
เตือนภัย ขนมขบเคี้ยว หวั่นเด็กไทยเป็นโรคไตก่อนวัยอันควร

"สมาคมเพื่อนโรคไตฯ" เตือนภัยใกล้ตัวจากขนมขบเคี้ยว หวั่นเด็กไทยเป็นโรคไตก่อนวัยอันควร แนะอ่านฉลากก่อนเลือกบริโภค พร้อมวอนผู้ประกอบการลดปริมาณโซเดียมในขนมลง

8 เมษายน 2564 ที่สมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย ซอยวัฒนโยธิน(ราชวิถี7)เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร นายธนพลธ์ ดอกแก้ว นายกสมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายลดบริโภคเค็ม สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ภายใต้โครงการติดตามปริมาณโซเดียมในอาหารพร้อมบริโภคและกึ่งสำเร็จรูปเพื่อการรณรงค์ลดเค็ม ลดโรค สุ่มสำรวจอ่านฉลากค่าโซเดียมกลุ่มขนมขบเคี้ยว จำนวน 400 ตัวอย่าง ได้จัดแถลงข่าวเพื่อผลักดันให้ผู้บริโภครู้เท่าทันการอ่านฉลากและเตือนภัยใกล้ตัวจากขนมขบเคี้ยว หวั่นเด็กไทยเป็นโรคไตก่อนวัยอันควร เน้นอ่านฉลากก่อนเลือกบริโภค โดยมีวัตถุประสงค์

1. เพื่อให้ผู้บริโภคต้องอ่านฉลากโภชนาการก่อนตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ เพื่อเลี่ยงภาวะไตวาย

2. เพื่อให้เกิดการแก้ไขกฎหมายหรือข้อบังคับเพื่อนำไปสู่การลคปริมาณโซเดียมในกลุ่มขนมขบเคี้ยวและผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย และ

3. เพื่อโน้มน้าวให้ผู้ประกอบการลดปริมาณโซเดียมในกลุ่มขนมขบเคี้ยว

นายธนพลธ์ เปิดเผยว่าเนื่องด้วยปัจจุบันขนมขบเคี้ยวมีให้เลือกซื้อ เลือกทานมากมายด้วยหน้าตาและสีสันที่น่ารับประทาน รสชาติอร่อย บางชนิดมีของเล่นแถมให้ในซอง ซึ่งขนมขบเคี้ยวส่วนใหญ่มักทำจากแป้ง น้ำตาล ไขมัน ล้วนให้เพียงพลังงานแต่คุณค่าทางโภชนาการต่ำ แต่เด็กๆ กลับชอบรับประทานมากกว่าอาหารมื้อหลัก เป็นสาเหตุที่ทำให้มีปัญหาสุขภาพ และทำให้การเจริญเติบโตช้าลง

อีกสิ่งหนึ่งที่พึงระวังนั่นก็คือ โซเดียมในขนม หากบริโภคมากเกินไปจะเกิดโทษและอันตรายจากขนมเหล่านี้ได้ ดังเช่น โรคอ้วน ฟันผุ โรคไต โรคความคันโลหิตสูง โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด เป็นต้น

ด้านนางสาวศศิภาตา ผาตีบ ผู้สำรวจและนักวิจัย สมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผลสุ่มสำรวจฉลากโภชนาการในกลุ่มขนมขบเคี้ยว ประจำปี 2564 เริ่มเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ในเดือนมีนาคม พ.ศ.2564 จำนวน 400 ตัวอย่าง ในซองผลิตภัณฑ์ ประกอบไปด้วย ฉลากอาหาร ฉลากโภชนาการ (แบบเต็มและแบบย่อ) และฉลากโภชนาการแบบ GDA มีบางตัวอย่างที่ไม่มีวันผลิตแต่มีวันหมดอายุระบุไว้ในซอง และใน 400 ตัวอย่าง พบหนึ่งตัวอย่างคือประเภทถั่วและนัตไม่มีวันผลิต ไม่มีวันหมดอายุ ข้อมูลในฉลากโภชนาการกับฉลาก GDA ไม่ตรงกัน

วิธีการอ่านฉลากปริมาณโซเดียมในขนมอย่างง่าย ๆ คือการดูที่ฉลากข้อมูลโภชนาการ ในทุก ๆ ถุงขนมจะมีปริมาณโซเดียมบอกไว้เป็นหน่วยมิลลิกรัม แต่สิ่งที่ต้องสังเกตคือปริมาณต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ซึ่งหมายถึงการบริโภคใน 1 ครั้ง สำหรับขนมห่อใหญ่ที่สามารถกินได้หลายวัน ฉลากข้อมูลโภชนาการอาจเขียนว่า หนึ่งหน่วยบริโภค: 1/2 ซอง (30 กรัม) หมายความว่าขนมถุงนี้กินได้ 2 ครั้ง แต่หากกินหมดภายในครั้งเดียว โซเดียมที่ได้รับก็จะต้องคูณเพิ่มเข้าไป การดูปริมาณโซเดียมบนถุงขนมจึงต้องดู 'หนึ่งหน่วยบริโภค' ด้วย เพราะโซเดียมที่เราเห็นว่าน้อยนั้นแท้จริงแล้ว อาจมีปริมาณมากกว่าที่คิด ซึ่งปริมาณโซเดียมทั้งหมดจะแสดงบนฉลาก GDA

ในส่วนของผลสุ่มสำรวจปริมาณโซเดียมในฉลากโภชนาการกลุ่มขนมขบเคี้ยว จำนวน 400 ตัวอย่าง จำแนกออกเป็น 9 ประเภท พบว่า มีปริมาณโซเดียมดังนี้

  • 1) ประเภทมันฝรั่ง จำนวน 69 ตัวอย่าง มีปริมาณ โซเดียมตั้งแต่ 80-1,080 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
  • 2) ประเภทข้าวโพด จำนวน 20 ตัวอย่าง มีปริมาณโซเดียมตั้งแต่ 25 - 390 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
  • 3) ประเภทข้าวเกรียบและขนมอบกรอบ จำนวน 104 ตัวอย่าง มีปริมาณโซเดียมตั้งแต่ 45 - 560 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
  • 4) ประเภท สาหร่าย จำนวน 19 ตัวอย่าง มีปริมาณโซเดียมตั้งแต่ 0 - 510 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
  • 5) ประเภทถั่วและนัต จำนวน 72 ตัวอย่าง มีปริมาณ โซเดียมตั้งแต่ 5 - 380 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
  • 6) ประเภทปลาเส้น จำนวน 36 ตัวอย่าง มีปริมาณโซเดียมตั้งแต่ 180 - 810 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
  • 7) ประเภทแครกเกอร์และบิสกิต จำนวน 38 ตัวอย่าง มีปริมาณโซเดียมตั้งแต่ 45 - 230 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
  • 8)ประเภทเวเฟอร์ จำนวน 27 ตัวอย่าง มีปริมาณ โซเดียมตั้งแต่ 25 - 150 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค แล
  • 9)ประเภทคุกกี้ จำนวน 15 ตัวอย่าง มีปริมาณโซเดียมตั้งแต่ 65 - 220 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

ด้านนายธนพลธ์ ดอกแก้ว นายกสมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การแถลงข่าวในครั้งนี้เพื่อผลักดันให้ผู้บริโภค รู้เท่าทันการอ่านฉลากและเตือนภัยใกล้ตัวจากขนมขบเคี้ยว หวั่นเด็กไทยเป็นโรคไตก่อนวัยอันควร เน้นอ่านฉลากก่อนเลือกบริโภค

ในส่วนของข้อเสนอจากผลการสำรวจต่อผู้บริโภค

  • เพื่อให้ผู้บริโภคต้องอ่านฉลากโภชนาการก่อนตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ เพื่อเลี่ยงภาวะเสี่ยงไตวายตามมา

ข้อเสนอต่อผู้ประกอบการ

  • เพื่อให้ผู้ประกอบการลดปริมาณโซเดียมในกลุ่มขนมขบเคี้ยว
  • ให้ผู้ประกอบการจัดทำฉลากให้สู้บริโภคเห็นและตัดสินใจในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้ง่าย
ข้อเสนอต่อหน่วยงาน
  • เพื่อให้เกิดการแก้ไขกฎหมายหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการลดปริมาณโซเคียมในกลุ่มขนมขบเคี้ยว เพื่อสนับสนุนให้เกิดมาตรการของรัฐเกี่ยวกับการเก็บภาษี โซเดียม เน้นสร้างแรงจูงใจในการปรับสูตรอาหารในทางธุรกิจ
  • ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ผลักดันฉลากสีสัญญาณไฟจราจร เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องการอ่านฉลาก

ด้าน รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ อาจารย์แพทย์ประจำสาขาวิชาโรคไต คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย และประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม กล่าวว่า เด็กไทยกินเค็มเกินเกือบ 5 เท่า เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่าง ๆในอนาคตได้ ซึ่งในปัจจุบันสาเหตุอันดับหนึ่งของการเสียชีวิตของประชากรทั่วโลก คือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือกลุ่มโรค NCDs ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ยังมีการเจริญเติบโตไม่เต็มที่ มีขนาดอวัยวะที่เล็กกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะไตและหัวใจ ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงหากเด็กได้รับโซเดียมจากอาหารที่มากเกินความต้องการติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน

นอกจากนี้ การติดกินเค็มจนเป็นนิสัยตั้งแต่เด็กก็ย่อมมีแนวโน้มที่ลิ้นจะติดเค็มไปจนโตเป็นผู้ใหญ่ ปริมาณโซเดียมเฉลี่ยที่เด็กรับประทานอยู่ที่ 3,194 มิลลิกรัม/วัน แต่ในขณะที่ปริมาณโซเดียมที่เด็กวัยเรียนอายุ 6-8 ปี ควรได้รับ เท่ากับ 325-950 มิลลิกรัม อายุ 9-12 ปี เท่ากับ 400-1,175 มิลลิกรัม และอายุ 3-15 ปี เท่ากับ 500-1,500 มิลลิกรัมเท่านั้น เนื่องจากโซเดียมสามารถกระตุ้นน้ำลาย ทำให้เด็กอยากอาหารมากขึ้น ยิ่งกินก็ยิ่งติดเค็ม

การสำรวจปริมาณโซเดียมในกลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวในครั้งนี้ ถือเป็นเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก และหากมีการผลักดันการเก็บภาษีเกลือสำเร็จและทางผู้ผลิตสามารถปรับสูตรลดเกลือโซเดียม และเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางเลือกโซเดียมต่ำออกสู่ตลาดมากขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์ทั้งทางผู้ผลิตและผู้บริโภค ซึ่งในบางประเทศ เช่น ฮังการี อาหารที่มีเกลือไม่เกินเพดานที่กำหนด จะได้รับการยกเว้นเสียภาษีทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์ร่วมกัน ผู้บริโภคก็ลดปัจจัยเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรค NCDs ซึ่งเมื่อลดการเจ็บป่วยได้ประเทศก็สามารถช่วยชาติประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้อีกด้วย

ด้านนางสาวมลฤดี โพธิ์อินทร์ นักวิชาการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหาร จากผลสรุปการอ่านฉลากโภชนาการและฉลาก GDA ในกลุ่มขนมขบเคี้ยว ของสมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย นั้นพบว่าฉลากมี 2 ประเภท 1. ฉลากข้อมูลโภชนาการ ที่บอกข้อมูลต่อ 1 หน่วยบริโภค 2.ฉลากGDA บอกข้อมูลต่อ 1 บรรจุภัณฑ์ ซึ่งผู้บริโภคจะเลือกทานอาหารต้องอ่านฉลากทั้ง 2 ประเภทเพื่อตัดสินใจ และอาจเกิดความไม่เข้าใจและสับสนได้ ซึ่งผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับการโฆษณาหรือแสดงฉลากตามความจริงและสิทธิที่จะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการได้อย่างถูกต้องและพอเพียง ไม่หลงผิดในการซื้อสินค้าและบริการโดยไม่เป็นธรรม ดังนั้นสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาต้องผลักดันนโยบายเรื่องฉลากสีสัญญาณไฟจราจร เขียว เหลือง แดง บนฉลากอาหาร เพื่อเป็นทางเลือกในการตัดสินใจซื้อโดยการอ่านฉลากผลิตภัณฑ์อาหารที่เข้าใจง่ายสำหรับผู้บริโภค และสนับสนุนเผยแพร่แอปพลิเคชั่นฟู้ดช้อยส์ (FoodChoice) สแกนก่อนกิน เมื่อสแกนบาร์โค้ดจากผลิตภัณฑ์ ข้อมูลบนฉลากโภชนาการจะถูกแสดงในรูปแบบสีเขียว เหลือง แดง ที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ช่วยผู้บริโภคในการตัดสินใจ เปรียบเทียบและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว โดยมีการจัดเรียงข้อมูลผลิตภัณฑ์ตามเกณฑ์ เช่น พลังงาน น้ำตาล โซเดียม ไขมัน ไขมันอิ่มตัว และโปรตีน และเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการบรรจุหลักสูตรเรื่องการอ่านฉลากให้กับเด็ก เพื่อลดภาวะโรคเรื้อรังในเด็ก

นางสาวทิพยาเนตร ดวงจันทร์ ผู้ป่วยโรดไตและรักษาการประธานเครือข่ายเพื่อนช่วยเพื่อนโรคไตจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ดิฉันฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมมา 9 ปี ได้ทำงานร่วมกับหน่วยบริการและหน่วยงานในพื้นที่ ในด้านสุขภาพ การส่งเสริมป้องกันโรค ด้วยปัจจุบันเราพบว่ามีผู้ปวยรายใหม่ที่อยู่ในกลุ่มเด็กเพิ่มมากขึ้นจากกลุ่มโรค NCD: ที่มีต้นเหตุมาจากหลายๆด้าน โดยเฉพราะพฤติกรรมการกินเค็ม จึงออกมาเดือน ในกลุ่มผู้ปกครองและเด็ก ก่อนเลือกซื้อขนมนอกจากซองที่สวยงาม ของแถมในซอง ให้เน้นการอ่านฉลาก ตามคำแนะนำจากผู้สำรวจและนักวิจัยของสมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย ได้กล่าวไว้ในข้างต้น


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend