"อนุทิน ชาญวีรกูร" ย้ำจุดยืน 13 ปี พรรคภูมิใจไทย ปกป้องสถาบัน และทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ส่วนกระแสข่าวจับมือกับประชาธิปัตย์และชาติไทยพัฒนาร่วมร่างรธน.ไม่เป็นความจริง เพราะพรรคมีร่างเป็นของตัวเองแล้ว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ย้ำจุดยืนพรรคภูมิใจไทย ว่า เนื่องในโอกาสพรรคภูมิใจไทยก้าวเข้าสู้ปีที่13 ปากท้องประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ปกป้องสถาบัน และทำตามสัญญาที่ได้ให้ไว้ กับประชาชนก่อนเลือกตั้งไม่มีการเปลี่ยนแปลงเจตนารมณ์แต่อย่างใด ซึ่งตลอดรยะเวลา13ปีที่ผ่านมาเจริญเติบโตพอสมควร และสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกคยก็ทำงานหนักมาโดยตลอด

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทย จับมือกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมกันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น นายอนุทิน ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ทางพรรคภูมิใจไทยยังไม่เคยพูดคุยอะไรกัน และมองว่าเป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น ส่วนที่มีการเสนอแก้ไขรายมาตรานั้น พรรคภูมิใจไทยมีร่างของตัวเองและมีแนวทางอย่างชัดเจนในการแก้ไขรัฐธรมนูญ ซึ่งมีอยู่หลายหัวข้อแต่หัวข้อไหนที่เป็นคำตัดสินของศาลพรรคก็ต้องน้อมรับจะไปฝืนคำสั่งศาลไม่ได้ ก็ต้องหาทางออกกันต่อไป ซึ่งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นเอกสิทธิ์ไม่เกี่ยวว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ ต้องแยกหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร และไม่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของพรรคร่วมรัฐบาล ที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร

ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชารัฐเสนอไม่ตัดอำนาจส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยยืนยันมาโดยตลอดว่า สิ่งใดที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นประโยชน์กับประชาชนพรรคก็เดินหน้าทำต่อ ส่วนหากร่างเข้าสภาในประเด็นดังกล่าวอาจทำให้ส.ว.ไม่พอใจแล้วจะเกิดการคว่ำร่างอีกนั้น พรรคภูมิใจไทยไม่สามารถบังคับอะไรส.ว.ได้ ถือเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละสภาเรื่องไหนที่เป็นประโยชน์กับประชาขนพรรคก็จะสนับสนุน เรื่องไหนที่ทำแล้วประชาชนไม่ได้อะไร ได้ประโยชน์เฉพาะนักการเมือง ก็ไม่ควรสนับสนุน

ส่วนประเด็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ในร่างพรรคพลังประชารัฐ นั้น ตนไม่เห็นด้วย พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคที่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญปี 60 ในเรื่องการเลือกตั้ง มันดีอยู่แล้วจะไปแก้ทำไม พร้อมกันนี้ยังกล่าวถึงกรณีที่คณะก้าวหน้าล่ารายชื่อ 1 ล้านรายชื่อเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวมองว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ถามกลับว่าสิ่งที่ทำอยู่ มีอยู่ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากมีก็ต้องทำตาม แต่ขอให้ทำตามรัฐธรรมนูญหากทำตามกฎหมายก็ชัดเจนไม่ต้องตีความอะไร