"ธณิกานต์" เตรียมผลักดัน พัฒนาทักษะอาชีพ-ความรู้กฎหมาย หวังแก้ปัญหาผู้ต้องขังหญิงล้นเรือนจำ พร้อมหนุนแก้กฎหมายยาเสพติดลดจำนวนผู้ต้องขัง เชิญชวนครูอาสา ร่วมให้ความรู้

น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม.เขตบางซื่อ-ดุสิต พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายสตรี และผู้ก่อตั้งโครงการด้านความปลอดภัยของผู้หญิง (Women Homeland Security) พร้อมด้วยผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดินทางเข้าเยี่ยมและติดตามความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยมีนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้การต้อนรับ

น.ส.ธณิกานต์ กล่าวว่า จากสภาวะเศรษฐกิจและสังคมไทย ปัญหาการว่างงาน ภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องดิ้นรนอยู่รอด ปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ปัจจุบันมีจำนวนผู้ต้องขังหญิงที่ถูกคุมขังทั่วประเทศเกือบ 6หมื่นราย เกินกว่าเรือนจำที่สร้างมาคุมขัง เกิดภาวะผู้ต้องขังหญิงล้นเรือนจำ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสิทธิมนุษยชน โดย 80% มีสาเหตุมาจากคดียาเสพติด อีกทั้งมีสถิติชี้ว่าส่วนใหญ่เกิดจากความไม่รู้กฎหมายและรู้เท่าไม่ถึงการณ์


น.ส.ธณิกานต์ กล่าวว่า ปัจจุบันเรือนจำทั่วประเทศ มีทั้งสิ้น 143 แห่ง รองรับคนตามมาตรฐานสากลได้เต็มที่ประมาณ 2 แสน 9 หมื่นคน แต่ไทยมีผู้ต้องขังประมาณ 3 แสน 1 หมื่นคน ได้รับงบประมาณปีละหนึ่งหมื่นกว่าล้านในการดูแล แต่ยังไม่เพียงพอต่อสภาพผู้ต้องขังล้นคุก และยังขาดแคลนครูหรือผู้เชี่ยวชาญที่สามารถเพิ่มองค์ความรู้และทักษะที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตในอนาคต อย่างมีคุณภาพและทันยุคทันสมัย สามารถนำไปประยุกต์สร้างอาชีพสร้างรายได้ดูแลตนเองและคนรอบตัวได้ ภายหลังได้รับอิสรภาพ

น.ส.ธณิกานต์ กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาผู้ต้องขังหญิงล้นคุกและคดียาเสพติดแบบยั่งยืน ต้องอาศัยการผลักดันร่วมกันอย่างจริงจังในระดับนโยบาย ในการเพิ่มองค์ความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันให้แก่คนไทยทุกคนทุกกลุ่มตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย รวมถึงการเสริมทักษะอาชีพ ดังนั้นจึงอยากเชิญชวนผู้ที่สนใจและมีความรู้ความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือ ทักษะแห่งอนาคต สามารถร่วมเป็นครูอาสา โดยติดต่อทีมงานของตนเอง ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตลอด นอกจากนี้ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมร่วมรัฐสภา และมีวาระพิจารณาผ่านร่างกฎหมายยาเสพติด ซึ่งจะส่งผลต่อจำนวนผู้ต้องขังในอนาคต และกำหนดโทษยึดทรัพย์ตัดตอนกระบวนการค้ายาได้มากขึ้น