ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2564

"พลังประชารัฐ" ชงแก้รธน.รายมาตรา5ประเด็น13มาตรา

97 0
พลังประชารัฐ ชงแก้รธน.รายมาตรา5ประเด็น13มาตรา

"ไพบูลย์"แจงพลังประชารัฐ เตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5 ประเด็น 13 มาตรา 7 เม.ย.นี้ เปลี่ยนระบบเลือกตั้งกลับไปเป็นบัตร2ใบ ยกเลิกไพรมารี่โหวต แต่ไม่แตะอำนาจ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี อ้างวุฒิไม่เห็นด้วย พูดแปลก การแก้ไขการเลือกตั้งไม่ใช่เพื่อพรรคได้เปรียบ แต่เสร็จแล้วคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นแน่นอน

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ แถลงเตรียมยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมรายมาตรา ในวันที่ 7 เมษายน 2564 โดยมี 5 ประเด็น 13 มาตรา ที่จะดำเนินการ โดยประเด็นที่ได้มีการนำเสนอแก้ไข เกิดจากการที่ได้ร่วมเป็นกรรมการเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมาหลายคณะ รวมถึงจากการได้พูดคุยกับหลายภาคส่วน ซึ่งเป็นประเด็นที่จะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการยกร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐลงชื่อครบถ้วน พร้อมยื่นต่อประธานรัฐสภา โดยประเด็นที่จะแก้ไขประกอบด้วย

ประเด็นที่ 1 เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพ มาตรา 29 เพิ่มสิทธิในกระบวนการยุติธรรม มาตรา 41 ให้บุคคลและชุมชนมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายอย่างเหมาะสมจากรัฐ ในการฟ้องหน่วยงานรัฐ และมาตรา 45 ตัดเรื่องกระบวนการไพรมารี่โหวต โดยให้นำรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 47 มาใช้แทน

ประเด็นที่ 2 แก้ไขกระบวนการเลือกตั้ง มาตรา 83,85,86,90,91,92และ94 โดยให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นแบบบัตร 2 ใบ เป็นแบบแบ่งเขต 400 คน บัญชีรายชื่อ 100 คน และให้ประกาศผลภายใน 30 วันนับจากวันเลือกตั้ง และไม่มีการคำนวนคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ภายในหนึ่งปี หากมีการเลือกตั้งซ่อม

ประเด็นที่ 3 แก้ไขมาตรา 144 การพิจารณา พระราชบัญญัติงบประมาณ ซึ่งมีปัญหากระทบต่อการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณ โดยให้นำเอารัฐธรรมนูญมาตรา 2550 มาตรา 168 วรรคห้า วรรคหก วรรคเจ็ด วรรคแปด และวรรคเก้า มาใช้แทน

ประเด็นที่ 4 แก้ไขมาตรา 185 เพื่อแก้ไขอุปสรรคการทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ให้สามารถติดต่อส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้ โดยให้นำเอารัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 111 มาใช้แทน

ประเด็นที่ 5 แก้ไขบทเฉพาะกาล มาตรา 270 เปลี่ยนแปลงอำนาจวุฒิสภา ให้เป็นอำนาจรัฐสภา โดย ส.ส. และ ส.ว. มีหน้าที่และอำนาจติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรจุเป้าหมายตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการนามยุทธศาสตร์ชาติ

ทั้งนี้ นายไพบูลย์ ยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐมีความแน่วแน่และตั้งใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความสำเร็จเพื่อเป็นประโยชน์แก่ประชาชน และเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นความขัดแย้ง รวมถึงเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดทำประชามติ โดยคาดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะสามารถแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2564

ส่วนอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีของ ส.ว. ในมาตรา 272 นั้น นายไพบูลย์ บอกว่า เท่าที่ตนได้รับฟังจากการเป็นกรรมาธิการทางวุฒิสภาไม่เห็นด้วย ดังนั้นการที่ ส.ส.จะเสนอญัตติแก้ไขในประเด็นดังกล่าวทาง ส.ว.ก็มีสิทธิที่จะไม่เห็นด้วย และเมื่อไม่เห็นด้วยก็จะทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวไม่ผ่านความเห็นชอบ ทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องคำนึงถึงการรับฟังความเห็นร่วมกันจากผู้ที่มีสิทธิให้ความเห็นชอบ ไม่ใช่การยกร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อเสนอตามความชอบของผู้เสนอ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า โดยธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว เมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องยุบสภาหรือไม่นายไพบูลย์ ยืนยันว่าไม่จำเป็นเพราะการแก้ไขครั้งนี้ไม่ได้แก้ไขเพื่อจะยุบสภาและการยุบสภาไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติทางการเมืองตาม ที่มีการพูดกัน เพราะ ส.ส. ก็คงไม่อยากให้ยุบสภา และการแก้รายมาตราครั้งนี้ไม่ใช่มวยล้มต้มคนดู แต่เป็นการแก้ครหา ที่พรรคพลังประชารัฐถูกใส่ร้ายมาตลอดว่าไม่อยากแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนประเด็นที่ต้องการแก้ไขระบบเลือกตั้ง ก็ยืนยันว่าไม่ได้แก้เพื่อให้พรรคพลังประชารัฐได้เปรียบ แต่ส่วนตัวเชื่อว่า หลังการแก้รัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นพรรคพลังประชารัฐจะได้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend