ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564

"ทิพานัน"หยิกปากพวกบิดเบือนชี้ชุมนุมสงบเท่านั้นที่สากลรับรอง

127 0
ทิพานันหยิกปากพวกบิดเบือนชี้ชุมนุมสงบเท่านั้นที่สากลรับรอง

"ทิพานัน" จี้ "ฝ่ายค้าน" เลิกหากินกับคำว่า "ไม่เป็นตามหลักสากล" แจง รธน. 60และหลักสากลรับรองเสรีภาพการชุมนุมที่ "สงบ" เท่านั้น วอนนักการเมืองชัวร์ก่อนแชร์มาตรา 25 ทำสังคมสับสน

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านและกลุ่มผู้สนับสนุนการชุมนุมกลุ่มรีเด็ม ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ว่า มีความพยายามยามสร้างกระแสว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐใช้ความรุนแรงและโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นแพะ ทั้งที่ความเป็นจริงหากติดตามสถานการณ์การชุมนุมตั้งแต่ต้นจนจบจะเห็นว่า กลุ่มผู้ชุมนุมเป็นฝ่ายเริ่มใช้ความรุนแรง ขว้างปาอาวุธ ระเบิดควันใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากที่ฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้กีดขวางเพื่อป้องกันความเสียหายต่อสถานที่สำคัญก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กล่าวย้ำ ประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้าทุกครั้ง ทุกขั้นตอนว่าการชุมนุมฝ่าฝืนบทบัญญัติตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมในที่สาธารณะ

"ฝ่ายค้านหรือผู้วิจารณ์ไม่ควรตัดเฉพาะเหตุการณ์เป็นช่วงๆ ที่ตนเองต้องการเอามาเป็นประโยชน์ทางการเมือง ควรวิจารณ์จากความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น อย่าหลับตาตัดตอนไม่กล่าวถึงจุดเริ่มต้น ที่กลุ่มผู้ชุมนุมเป็นฝ่ายก่อเหตุก่อน โดยเริ่มใช้ความรุนแรงและกระทำความผิดฝ่าฝืนกฎหมายจนเจ้าหน้าที่ต้องสลายการชุมนุม หากเป็นการชุมนุมโดยสงบและไม่มีอาวุธก็คงไม่เกิดเหตุการณ์ที่ตำรวจบาดเจ็บกว่า 50 คนจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว" น.ส. ทิพานัน กล่าว

น.ส. ทิพานัน กล่าวว่า สำหรับกรณีที่มีนักเคลื่อนไหวหรือนักการเมืองที่อาจจะอ่านรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ครบถ้วน จึงแสดงความคิดเห็นต่อ ม.25 อย่างบิดเบือนบนสื่อออนไลน์และมีผู้แชร์ข้อมูลไปจำนวนมาก ซึ่งอาจจะมีเจตนาเพื่อให้สังคมเข้าใจผิดคิดไปว่ารัฐธรรมนูญ 2560 เพิ่มคำใน ม.25 เพื่อจำกัดสิทธิประชาชน ซึ่งไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น ตรงกันข้ามเสียด้วยซ้ำ ม.25 เป็นบทบัญญัติที่เป็นแนวทางใหม่ในการบัญญัติรัฐธรรมนูญ โดยเปลี่ยนจากแนวทางเดิมที่รับรองเฉพาะสิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ มาเป็นการให้ความรับรองอย่างเปิดกว้าง คุ้มครองทุกกรณีที่มิได้มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายห้ามหรือจำกัดไว้ โดยมีเงื่อนไขแต่เพียงว่าการใช้สิทธิหรือเสรีภาพนั้นต้องไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น

"สรุปคือ รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นฉบับแรกที่มี ม.25 ขยายขอบเขตการรับรองสิทธิและเสรีภาพให้ประชาชนมากขึ้น ไม่ได้เป็นการจำกัดตามที่พยายามบิดเบือนเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการยกเลิกแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560" น.ส. ทิพานัน กล่าว

น.ส. ทิพานัน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ การรับรองเสรีภาพในการชุมนุมในรัฐธรรมนูญ 2560 ก็ยึดตามหลักสากล ตามมาตรฐานกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อที่ 21 ที่บัญญัติว่า "สิทธิในการชุมนุมโดยสงบย่อมได้รับการรับรอง การจำกัดการใช้สิทธินี้จะกระทำมิได้นอกจากจะกำหนดโดยกฎหมายและเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับสังคมประชาธิปไตย เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงของชาติ หรือความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย การสาธารณสุข หรือศีลธรรมของประชาชนหรือการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น" ซึ่งคล้ายคลึงกับที่ ม.44 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติว่า "บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น" ดังนั้นอยากให้ฝ่ายค้านและผู้ไม่หวังดีทำความเข้าใจใหม่ และเลิกหากินกับคำว่า ไม่เป็นไม่ตามหลักสากล มาตีกินทางการเมืองได้แล้ว

"อย่าพยายามกล่าวโทษการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐในการสลายการชุมนุมและปรักปรำว่าเป็นเพราะรัฐธรรมนูญ 2560 ไปเขียนเพิ่มทำให้รัฐใช้ข้ออ้างในเรื่องความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยไปจำกัดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมนั้นก็เป็นการกล่าวที่บิดเบือน มุ่งด้อยค่ารัฐธรรมนูญ บิดเบือนทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงเพราะรัฐธรรมนูญและกติกาสากลระหว่างประเทศรับรองเสรีภาพการชุมนุมที่ "สงบ" เท่านั้น ในขณะที่การชุมนุมของกลุ่มรีเด็มเป็นการชุมนุมที่ไม่สงบและมีการพกพาอาวุธ ตามที่ได้จับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิด 20 คนในข้อหาสมคบ 10 คนขึ้นไปก่อวุ่นวายในบ้านเมือง ตามป.อาญา ม.215 วรรค 2 และข้อหาทำร้ายเจ้าหน้าที่และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีและใช้อาวุธ ตามป.อาญา ม.138 และ 140 อีกทั้งยังกระทำความผิดตามป.อาญา ม.112 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ม.9 มั่วสุมในลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคด้วย จะเห็นได้ว่ากฎหมายได้ตราไว้ล่วงหน้า ไม่มีการบัญญัติใหม่ทันทีเพื่อกลั่นแกล้งใครได้ และหากไม่ข้องเกี่ยวหรือพยายามทำผิดกฎหมายนั้นๆ ก็ไม่มีใครเอาผิดได้" น.ส. ทิพานัน กล่าว


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend