ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564

"ปริญญา" ชี้ขาด รัฐบาลจะอยู่ครบวาระหรือไม่อยู่ที่การแก้รธน.

123 1
ปริญญา ชี้ขาด รัฐบาลจะอยู่ครบวาระหรือไม่อยู่ที่การแก้รธน.

"ปริญญา" ชี้ขาด การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นตัวกำหนดว่ารัฐบาลจะอยู่ครบวาระหรือไม่ เพราะปชป.ได้สัญญากับประชาชนก่อนเข้าร่วมสังคกรรมว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าถูกตีตก บวกกับรอยร้าวจากการเลือกตั้งซ่อมที่นครศรีฯ อีกทั้งจะเป็นตัวกำหนดอุณภูมิการเมืองนอกสภา ไม่ขอวิจารณ์ครม.ใหม่เหมาะสมหรือไม่ ส่วนการสลับกระทรวง นายกฯยังทักท้วงไม่ได้ ลั่น ระบบโควต้าไม่ตอบโจทย์การเมืองแบบใหม่

นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ ว่า สิ่งสำคัญคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะจะบ่งบอกว่ารัฐบาลจะอยู่ได้นานแค่ไหน ในวันที่ 24 มีนาคม 2564 ถือว่าเป็นครึ่งทางของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 เมื่อผ่านครึ่งหนึ่งของวาระไปแล้วการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ก็จะมีโอกาสสูงขึ้น และการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ผ่านวาระ 1 และวาระ 2 แล้ว ส่วนจะได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ขึ้นอยู่กับการลงประชามติของประชาชน แต่ต้องตั้งคำถามว่าเพราะเหตุใดรัฐบาลและส.ว.จึงต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

ทั้งที่รัฐสภาเองรับหลักการในวาระที่ 1 และแก้ไขรายมาตรา รวมไปถึงร่างจัดตั้งสสร.ที่ถูกออกแบบมา ขั้นตอนจะเป็นอย่างไร ซึ่งผ่านวาระ 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากรัฐบาลและส.ว.ไม่ประสงค์จะให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ก็สามารถทำให้รัฐธรรมนูญตกลงไปในวาระที่ 3 เพราะจำนวนส.ว.และส.ส.พรรคพลังประชารัฐมีจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา หรือส.ว. ลงมติไม่ถึง 84 เสียง ก็ถือว่าเรื่องดังกล่าวไม่ผ่านการพิจารณาของสภาฯเช่นกัน จึงตั้งข้อสังเกตได้ว่าหากถูกตีตกในวาระที่ 3 อาจเกิดปัญหาทางการเมือง อย่างพรรคประชาธิปัตย์ที่เข้าร่วมตั้งรัฐบาลโดยให้เหตุผลกับประชาชน ว่าต้องการเข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่เกิดขึ้น เพราะพรรคพลังประชารัฐเบี้ยวหรือส.ว.ไม่ยกมือสนับสนุน เกิน 84 เสียง แล้วพรรคประชาธิปัตย์จะอยู่ร่วมกับรัฐบาลต่อไปได้อย่างไร โดยอาจมองได้ว่าแรงกดดันไม่ใช่เกิดขึ้นกับรัฐบาลหรือส.ว. แต่จะเกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์ในการถูกกดดันให้ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล

รวมถึงการลงรับสมัครเลือกตั้งส.ส.เขต 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช แทน นายเทพไท เสนพงศ์ ก็ถือได้ว่าเป็นรอยร้าวได้อย่างชัดเจนของประชาธิปัตย์กับพลังประชารัฐ การที่รัฐบาลชุดนี้จะอยู่ครบวาระก็เป็นเรื่องที่ยากพอสมควร จึงวิเคราะห์ได้ว่าอาจจะไม่ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกตีตกด้วยวาระ 3 แต่จะถูกตีตกโดยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ ซึ่งตนมองว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมือง แต่ก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเห็นประเด็นตรงนี้หรือไม่ ว่าอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมือง ในการแก้ไขปัญหาการเมือง

นายปริญญา กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี ว่า การมีคณะรัฐมนตรีคือตัวแทนนายกรัฐมนตรี และคือตัวแทนของประชาชน ซึ่งหลักการต้องเลือกบุคคลที่เก่งที่สุดและเหมาะสมที่สุดในตำแหน่งนั้นๆ อย่างไรก็ตามต้องพูดตรงๆว่าการเมืองของเรา เห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องของโควต้าพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งมีการกำหนดส.ส. 7 คน จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง จากการเคยคาดหวังว่าจะมีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง จะสามารถแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ แต่ท้ายที่สุดก็กลับมาอยู่การเมืองแบบเดิมๆคือใช้ระบบโควต้า เมื่อแบ่งกันแล้วว่าพรรคไหนดูกระทรวงใด พรรคจะเสนอชื่อใครมา นายกรัฐมนตรีก็ไม่กล้าไปทักท้วง

ทั้งนี้นายปริญญา มองว่า หลักการภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 นั้นมีปัญหา คือการมีสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ซึ่งมีสถานะเป็นตัวแทนคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือคสช. เพราะคสช.เป็นคนเลือกส.ว.มา ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีสิทธิ์เลือกคณะรัฐมนตรีเนื่องจากเป็นผู้ส่งรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ หากมองหลักการแล้วความจริงนายกรัฐมนตรีต้องเลือกคณะรัฐมนตรีที่ดีที่สุด เพราะระบบการเมืองของไทยต้องใช้เสียงข้างมาก และเสียงข้างมากก็ได้มาด้วยการไปชวน พรรคการเมืองต่างๆ มาโดยใช้ตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งถือได้ว่าเป็นปัญหาที่การเมืองไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้อย่างแท้จริง ส่วนแคนดิเดตรายชื่อคณะรัฐมนตรีใหม่เหมาะสมหรือไม่นั้นตนไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ หรือก้าวล่วง ขอพูดในหลักการว่าไม่ควรเป็นระบบโควต้า พร้อมกับมองว่าในช่วงตอนต้นของรัฐบาลยังมองแล้วดูดีกว่าตอนนี้ เนื่องจากมีโควต้าตำแหน่งรัฐมนตรีตรงกลางของนายกรัฐมนตรี แต่ปัจจุบันดูจะหนักไปกว่าเก่า ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าไม่มีการเมืองที่ดีไปกว่าเดิมเลย

ส่วนหากมีการแลกเก้าอี้ตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคการเมืองแบบคลุมกระทรวง แบบเบ็ดเสร็จ นายปริญญา มองว่า เมื่อเริ่มต้นด้วยวิธีการเลือกรัฐมนตรีแบบโควต้าตามจำนวนส.ส. หากจะแลกตำแหน่งกัน แต่ไม่กระทบกับสัดส่วนโควต้า นายกรัฐมนตรีก็เข้าไปยุ่งไม่ได้ด้วยซ้ำไป เพราะได้มอบตำแหน่งให้แต่ละพรรคไปแล้ว พร้อมยืนยันว่าตนไม่ได้วิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคภูมิใจไทย หรือตัวบุคคล แต่ขอวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรี ว่าเหตุใดจึงไม่ทำการเมืองให้ดีกว่านี้

ทั้งนี้นายปริญญา มองว่าประเด็นการปรับคณะรัฐมนตรี ขณะนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญว่ารัฐบาลจะอยู่ครบวาระหรือไม่ ตราบใดที่ยังไม่ไปดึงโควต้าพรรคการเมืองอื่นมา พร้อมมองว่าประเด็นชี้ขาดคือประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการกำหนดอุณหภูมิการเมืองนอกสภาฯ


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend