ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564

นายกฯอังกฤษไม่ขอยุ่ง ปม "แฮร์รี-เมแกน" เปิดใจเรื่องราชวงศ์

1.95K 0
นายกฯอังกฤษไม่ขอยุ่ง ปม แฮร์รี-เมแกน เปิดใจเรื่องราชวงศ์

นายกรัฐมนตรีอังกฤษ บอริส จอห์นสัน ปฏิเสธที่จะลงมาสู่กรณีการโต้แย้งหลังการให้สัมภาษณ์ของเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ และเจ้าชายแฮร์รี ที่ออกอากาศที่สหรัฐเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งในงานนี้ ทั้งสองเปิดเผยว่า พวกเขาต้องเผชิญกับทัศนคติเหยียดผิว และการขาดการสนับสนุน ที่ทำให้ดัชเชสเคยถึงกับคิดที่จะฆ่าตัวตาย

นายกรัฐมนตรีบอกแค่ว่า " เขารู้สึกชื่นชมสมเด็จพระราชินีและบทบาทของพระองค์ในการรวบรวมผู้คนให้เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างที่พระองค์ได้แสดงต่อประเทศ และทั่วทั้งเครือจักรภพ ส่วนเรื่องที่เหลืออื่น ๆ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ เขาไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับราชวงศ์มานานแล้ว และก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะออกจากแนวทางนี้ในวันนี้"

ในการสัมภาษณ์ที่ยาวนาน 2 ชั่วโมงกับทางโอปราห์ วินฟรีย์ ทั้งคู่ได้วาดภาพชีวิตภายในราชวงศ์ ว่าเป็นสถาบันที่เหยียดผิว เย็นชาและไม่ใส่ใจ ที่ทำให้พวกเขาต้องหนีเพื่อรักษาชีวิตของพวกเขา

เมแกนวัย 39 ปีบอกว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งที่" ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว" เธอได้ขอความช่วยเหลือผ่านแผนกทรัพยากรบุคคลของพระราชวัง แต่ได้รับคำบอกว่าไม่มีอะไรที่สามารถทำได้ และเธอก็ยอมรับว่าเธอเป็นคนไร้เดียงสาในช่วงเริ่มต้นของความสัม พันธ์กับเจ้าชายแฮร์รี่ และไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับชีวิตที่เข้มงวดเช่นนี้

อดีตดาราโทรทัศน์ซึ่งเป็นคนผิวสี บอกว่าตอนที่เธอตั้งครรภ์ ลูกชายคนแรก ในราชวงศ์ " มีความกังวลและการพูดคุยกันมากว่าผิวของเขาจะดำแค่ไหน เมื่อเขาเกิด" 

ขณะที่เจ้าชายแฮร์รี่ก็ยืนยันในเรื่องนี้ โดยตรัสว่าพระองค์ " ตกใจมากทีเดียว " และบอกว่าพระองค์จะไม่เปิดเผยว่าใครเป็นคนแสดงความคิดเห็นนี้ แม้ว่าทางพิธีกรจะบอกว่าพระองค์ตรัสกับเธอว่าไม่ใช่สมเด็จพระราชินี และพระสวามี ซึ่งเป็นย่ากับปู่ของพระองค์

การสัมภาษณ์ของทั้งคู่ไม่เพียงแต่ครอบคลุมถึงความตึงเครียดกับราชวงศ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความรังเกียจของเจ้าชายแฮร์รี่ต่อพฤติกรรมของสื่อมวลชนอังกฤษโดยเฉพาะในแท็บลอยด์

แฮร์รี่และเมแกนซึ่งมียศเป็นดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ ประกาศว่าพวกเขาเลิกปฏิบัติหน้าที่ของราชวงศ์เมื่อปีที่แล้ว โดยอ้างถึงสิ่งที่พวกเขากล่าวว่าเป็นการก้าวก่ายที่ไม่อาจต้านทานได้และทัศนคติเหยียดผิวของสื่ออังกฤษและได้ย้ายไปอเมริกาเหนือ

และการสัมภาษณ์ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสแรกสำหรับการการอธิบายการตัดสินใจของทั้งสอง

และมันก็กลายเป็นประเด็นหลักของการสนทนาบนโซเชียลมีเดีย รายการโทรทัศน์ และหน้าหนังสือพิมพ์ในวันจันทร์ทั้งในสหราชอาณาจักร และต่างประเทศ

การรายงานข่าวส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่ประเด็นที่เมแกนบอกว่าอาร์ชี ทายาทของเธอ ซึ่งจะมีอายุสองขวบในเดือนพฤษภาคม ถูกปฏิเสธไม่ให้มียศเป็นเจ้าชาย เนื่องจากมีความกังวลในราชวงศ์ "เกี่ยวกับผิวของเขาที่อาจจะดำเมื่อเขาเกิดมา "

แฮชแท็ก #HarryandMeghanonOprah เป็นหนึ่งในห้าแฮชแท็กที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลกบน Twitter ระหว่างและหลังการออกอากาศ ในขณะที่ #Abolishthemonarchy หรือล้มล้างราชวงศ์ ก็ได้รับความนิยมด้วยเช่นกัน

จากการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปในกรุงลอนดอน คนผิวดำคนหนึ่งบอกว่า เรื่องสีผิวเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดสำหรับหลาย ๆ คน ในประเทศนี้ และในอีก 10 ปี หากอาร์ชีได้ยินเรื่องนี้ ก็คงจะรู้สึกไม่สบายใจ

ประเด็นเรื่องการเหยียดสีผิวและการต่อสู้ของเมแกน และการใช้ชีวิตในสายตาของสาธารณชนเป็นสิ่งที่แบ่งแยกประชาชนชาวอังกฤษ เพราะขณะที่ชาวอังกฤษจำนวนมาก โดยเฉพาะในชุมชนคนผิวดำและในคนอายุน้อย ให้ความเห็นอกเห็นใจกับเมแกน และมองว่าเธอเป็นเหยื่อของทัศนคติที่เหยียดผิวในสื่อ และอาจจะอยู่ในราชวงศ์ด้วย

ในอีกด้านหนึ่ง ชาวอังกฤษคนอื่น ๆ ต่างก็ปฏิเสธข้อร้องเรียนของเมแกนว่าไม่มีมูลความจริง และะเธอควรแสดงความเคารพต่อสถาบันที่เธอแต่งงานด้วย

จากการสำรวจความคิดเห็นของ YouGov ของคนผู้ใหญ่ชาวอังกฤษกว่า 4,300 คนที่เผยแพร่เมื่อเดือนที่แล้วพบว่า มีความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างอายุของผู้คน และความรู้สึกว่าเหมาะสมหรือไม่ที่แฮร์รี่และเมแกนจะออกมาเปิดเผยเรื่องราวพวกเขาในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้

จากการสำรวจพบว่าในกลุ่มคนอายุ 18 ถึง 24 ปี 52% รู้สึกว่าเหมาะสม ในขณะที่ 21% รู้สึกว่าไม่เหมาะสม แต่ในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 70% รู้สึกว่าการสัมภาษณ์ไม่เหมาะสม ในขณะที่มีเพียง 11% ที่เห็นว่าเหมาะสม

สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ไม่เคยทรงให้สัมภาษณ์ทำนองนี้ ขณะที่ครองราชย์มาเกือบ 70 ปี และก็แทบไม่ได้เปิดเผยอะไรเกี่ยวกับความคิดหรืออารมณ์ของพระองค์เลย และะชาวอังกฤษที่มีอายุมากหลายคนก็ชื่นชมการสงวนท่าทีและคิดว่าการให้สัมภาษณ์ของแฮร์รี่และเมแกน จะไม่มีผลอะไร


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend