ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2564

โผล่อีกสามีแต่งงานจดทะเบียนซ้อนเมียหลวงไลฟ์แฉแหลก

381 0
โผล่อีกสามีแต่งงานจดทะเบียนซ้อนเมียหลวงไลฟ์แฉแหลก

โผล่อีกราย เมียหลวงโพสต์ระบายสุดทน เปิดคลิปไลน์สดโชว์หลักฐานจดทะเบียนสมรสกับสามีและได้อยู่กินกันมานานกว่า 2 ปี หลังจับได้เมื่อช่วงกลางเดือน ก.พ.64 ที่ผ่านมา สามีแอบไปแต่งงานกับหญิงรายใหม่ พร้อมมีการจดทะเบียนสมรสซ้อนเกิดขึ้นมาอีก แต่พอจับได้ยังมีการถูกข่มขู่ถึงขั้นเอาชีวิต หากยังไม่ยอมเลิกราไปเอง น้ำตาเมียหลวงวอนขอความเป็นธรรมต่อสังคมในครั้งนี้ด้วย!!

 3 มีนาคม 2564  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า อมรรัตน์ พิงชัยภูมิ  ได้โพสต์คลิประบุ คลิปเมียหลวงรายหนึ่ง ไลฟ์เฟซบุ๊ก ร่ำไห้โชว์ทะเบียนสมรส ด้วยความเจ็บปวดใจ เล่าว่า จดทะเบียนสมรสกับสามีมา 2 ปี แต่ล่าสุดสามีไปแต่งงานกับเมียใหม่ จัดงานใหญ่โต ปล่อยให้เธออยู่บ้านเลี้ยงแม่ที่อายุมากแล้วเพียงลำพัง ไม่เคยมารับผิดชอบต่อเธอซึ่งเป็นสามีภรรยากันมีทะเบียนสมรสกันอย่างถูกกฏหมายแล้วในครั้งนี้แถมสามีกับเมียใหม่ยังโทรมาขู่จะส่งคนมาทำร้ายหากออกมาโวยวายเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย

 

ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบเมียหลวงรายนี้เปิดใจกับทีมข่าวว่าสามีเธอปัจจุบันไปทำงานเป็นผู้จัดการบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ชลบุรี ส่วนตนทำงานรับจ้างตามหมู่บ้าน อยู่ที่ จ.ชัยภูมิ เพื่อคอยอยู่ดูแลแม่ในบ้านพักที่จ.ชัยภูมิและทางสามีรายนี้หลังแต่งงานจดทะเบียนสมรสกันมาได้ประมาณ 2 ปีแล้ว และหลังๆมานี่ ขาดการติดต่อกันช่วงโควิด-19มานานกว่า 2-3 เดือน

 

จนต่อมาเธอระแคะระคายว่า สามีเงียบหายไปไม่ยอมติดต่อมาหาเธอทางบ้านที่ จ.ชัยภูมิ เลย มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า จนเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมาจึงพบว่าสามีเธอไปจัดงานแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น แถมยังมีไปขอจดทะเบียนซ้อนขึ้นอีกราย

 


ตนจึงนำภาพงานแต่งดังกล่าวมาโพสต์ถามว่า แต่งงานแบบนี้เลยหรือ ฉันมีทะเบียนสมรสก่อนแล้วค่ะ ไปมีผู้หญิงอื่น ตนไม่เคยไปอาละวาด ปล่อยให้ทั้ง 2 คน อยู่กันอย่างสุขสบาย

 

ต่อมาสามีและแฟนใหม่ โทรศัพท์มาหาเธอและต่อว่าต่างๆนาๆและขู่ว่าให้ลบโพสต์ออกจากเฟซบุ๊กของตน หากไม่ลบจะส่งคนมาฆ่าตน และด้านแฟนใหม่ของสามีเธอยังบอกว่าอุ้มไปนั่งยางฆ่าทิ้งอีก ด้วยความหวาดกลัวตนจึงออกมาไลฟ์สดให้ทีมเมียหลวงช่วยเหลือในครั้งนี้ขึ้นด้วย

 

ทั้งนี้ตนอยากให้สามีกลับมาพูดคุยกันดี ๆไม่ใช่โทรศัพท์มาบอกเลิก แล้วปิดเครื่องหนีหาย และบล็อกช่องทางการติดต่อทุกช่องทางแบบนี้ ส่วนเรื่องค่าดูแลจะว่าอย่างไรก็มาคุยกันดีๆจะดีกว่า ไม่ใช่มาทำแบบนี้ส่วนทางด้านนางนวลลี สุขแสงสว่าง อายุ 80 ปี ผู้เป็นแม่ของนางอมรรัตน์ เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่าทั้งน้ำตาว่า ตนไม่อยากได้ลูกเขยคนนี้อีกแล้ว และไม่อยากให้มาที่บ้านนี้อีก  รู้สึกเสียใจ ไม่อยากให้กลับมา จะเอามาทำไมในเมื่อกล้าทำกันได้แบบขนาดนี้แล้ว

 

ส่วนเพื่อบ้านเล่าว่าช่วงที่ผ่านมาหลังจากที่แต่งงานของคู่นี้กันมานานกว่า 2 ปี แล้วนั้น ทั้งคู่ก็ได้อยู่กินกันมาพักใหญ่ ก่อนที่ทางฝ่ายชายจะไปทำงานที่ต่างจังหวัด โดยที่ น.ส.อมรรัตน์ (เมียหลวง)จะอยู่บ้านเลี้ยงดูผู้เป็นแม่ แต่ก็ได้ไม่นานสามีรายนี้ ก็ได้แต่งงานใหม่โดยไม่สนทะเบียนสมรสเดิม ยังมีการไปแต่งงานจดทะเบียนสมรสซ้อนขึ้นครั้งนี้อีก ก็ยากที่จะให้ความคิดเห็นแต่ก็ไม่ควรจะมาทำกับฝ่ายหญิงที่เป็นภรรยาหลวง และมีการจดทะเบียนสมรสคาอยู่ ซึ่งยังไม่ได้มีการหย่ากันฝ่ายชายก็ไม่น่าจะทำแบบนี้///

เรื่องโดย สุทธิพงศ์ เสฎฐรังสี | ภาพโดย สุทธิพงศ์ เสฎฐรังสี
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend