ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2564

ศธจ.สมุทรสาคร-กสศ.หนุนเปิดเรียนกันเด็กด้อยโอกาสหลุดระบบการศึกษา

92 0
ศธจ.สมุทรสาคร-กสศ.หนุนเปิดเรียนกันเด็กด้อยโอกาสหลุดระบบการศึกษา

ศธจ.สมุทรสาคร-กสศ. ผสานเสียงเสนอแบ่งโซนเปิดโรงเรียนในจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ไม่พบการระบาด คู่กับมาตรการควบคุมเข้มงวด เพื่อช่วยเหลือเด็กช่วงวิกฤตโควิด-19 ป้องกันกลุ่มเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการเรียน

หลังสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จ.สมุทรสาครคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่ศบค.ยังคงกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด หน่วยงานด้านการศึกษาหลายภาคส่วนเสนอเปิดโรงเรียนแบบโซนนิ่ง เพื่อลดผลกระทบความรู้ถดถอย หลังจากปิดเรียนยาวนาน

โดย ดร.รัฐวิทย์ ทองนวรัตน์ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดประชุมร่วมกับหลายภาคส่วนทางการศึกษาในจ.สมุทรสาคร เพื่อประมวลสถานการณ์ และผลกระทบจากการปิดสถานศึกษาต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 3 เดือนซึ่งจากการประกาศของ ศบค. ล่าสุด จ.สมุทรสาครยังคงเป็นพื้นที่สีแดงควบคุมสูงสุด และเข้มงวดยังต้องปิดสถานศึกษาทั้งหมดจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ ยอมรับว่าการปิดเรียนส่งผลต่อเด็กในพื้นที่อย่างมาก โดยเฉพาะเด็กที่ด้อยโอกาสเข้าไม่ถึงการศึกษาออนไลน์ ยิ่งต่อไปต้องไปสอบเอ็นที โอเน็ต ทำให้เด็กในจ.สมุทรสาคร ที่ต้องหยุดเรียนไปถึง 3-4 เดือน เสียเปรียบเด็กในพื้นที่อื่นเป็นอย่างมาก ตลอดจนเด็กอาชีวะที่ไม่สามารถสอบภาคปฏิบัติ หรือไปฝึกงานตามหลักสูตรได้

ขณะเดียวกัน ในช่วงที่ผ่านมามีความพยายามคิดหาทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ซึ่งได้หารือร่วมกับรักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อเสนอต่อไปยัง ศบค. ให้มีมาตรการโซนนิ่ง พิจารณาว่าพื้นที่ไหนไม่มีความเสี่ยงการแพร่ระบาด ก็ให้เปิดโรงเรียนได้ โดยมีมาตรการสาธารณสุขที่เข้าไปดูแลอย่างเข้มงวดในช่วงที่เปิดการเรียนการสอน เพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบาสำหรับนักเรียนในพื้นที่ที่ต้องหยุดเรียนมาต่อเนื่องยาวนาน ให้กลับมาได้เรียนได้เร็วที่สุด

"ซึ่งบางโรงเรียนได้เตรียมพร้อมทั้งการทำความสะอาด และวางแผนตามมาตรการสาธารณสุขเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด เช่น วางมาตรการตรวจ Swab ครูก่อนที่จะมาสอนพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่มีครูติดเชื้อมาแพร่สู่เด็ก" ศิกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร ระบุ

นอกจากนี้ ในพื้นที่จะทราบว่าพื้นที่ไหนมีความเสี่ยง มีการแพร่ระบาดที่จะสามารถพิจารณาร่วมกันกับหน่วยงานสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ไม่พบสถิติการติดเชื้อ ก็ให้เปิดทำการเรียนการสอนได้ เมื่อเปิดแล้วก็จะมีมาตรการดูแลนักเรียนที่เข้มงวด รวมทั้งคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเช่น ผู้ปกครองกลุ่มนี้ทำงานอยู่ในโรงงานที่มีความเสี่ยง ก็จะให้เด็กเรียนออนไลน์ หรือเรียนผ่านใบงานอยู่ที่บ้านเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงที่จะนำเชื้อมาแพร่ที่โรงเรียน ซึ่งแต่ละโรงเรียนก็จะมีข้อมูลที่สามารถคัดแยกความเสี่ยงได้

"เมื่อเปิดเรียนได้แล้วก็จะมีมาตรการเสริมอื่นๆ เพื่อช่วยให้เด็กในจ.สมุทรสาคร เรียนตามเด็กในพื้นที่อื่นได้ทัน เช่น การเติมภูมิรู้ให้ครูทั้งเทคนิคการสอนเสริม สอนลัด ไปจนถึงเสริมด้วยสื่อการเรียนการสอน ไม่ใช่แค่สอนไปเรื่อยๆ เหมือนปกติเท่านั้น เพราะเด็กกลุ่มนี้หยุดเรียนมานาน ต้องมีวิธีช่วยเหลือเพิ่มเติม ซึ่งส่วนนี้สามารถประสานกับทาง กสศ. เพื่อสนับสนุนสื่อการเรียนการสอนให้เด็กเรียนให้ทันโรงเรียนอื่น รวมทั้งในระยะต่อไป จะมีมาตรการช่วยเหลือครอบครัวที่ผู้ปกครองถูกเลิกจ้างงานและมีเด็กหลุดจากระบบ ทั้งการเสริมทักษะอาชีพให้กับนักเรียน หรือการช่วยเหลือไปถึงผู้ปกครองด้วย ซึ่งจากการประชุมครั้งนี้ จะนำไปสู่การตั้งคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤตทางการศึกษาของจ.สมุทรสาคร โดยมีกสศ.ร่วมสนับสนุนความช่วยเหลือเพิ่มเติม เป็นความร่วมมือบูรณาการบรรเทาผลกระทบด้านการศึกษาที่มีต่อเด็กและเยาวชนทั้งระยะสั้นและระยะยาว" ดร.รัฐวิทย์ กล่าว

ด้าน ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษากสศ. กล่าวว่า การสื่อสารท่ามกลางสถานการณ์ในจ.สมุทรสาคร มาสู่ "มายาอคติ" ทำให้ระบบการศึกษาในพื้นที่ถูกกระทำ จนมีคำสั่งให้ปิดสถานศึกษาอย่างไม่เป็นธรรมกับ เด็ก ครู และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ขาดข้อมูล ขาดการเชื่อมโยงกับคนมีส่วนได้ส่วนเสียในจังหวัด จนเกิดภาวะการถดถอยทางการเรียนรู้ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับอาชีวศึกษา ผู้ปกครองตกงาน ลูกต้องหยุดเรียนไปหางานทำ เด็กมัธยมศึกษาขาดอุปกรณ์ อินเตอร์เน็ต มือถือ

ขณะที่ การเรียนจากใบงานไม่ปะติดปะต่อ และเด็กประถมศึกษาอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา กลายเป็นความเหลื่อมล้ำที่หนักข้อขึ้นไปอีก ตรงนี้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่าย ต้องร่วมกันช่วยเหลือครั้งใหญ่ เพราะยังมีปัญหาที่ตามมาจากการที่โรงเรียนต้องปิดนานกว่าพื้นที่อื่นเช่นการเรียนต่อ การสอบโอเน็ต เด็กอาชีวศึกษาที่จะต้องสอบใบมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งไม่ยุติธรรมกับเด็กจ.สมุทรสาครทั้งที่สถานการณ์ในพื้นที่เริ่มคลี่คลาย ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงเหลือหลักสิบ

"ทางออกของปัญหาที่จ.สมุทรสาคร เสนอทางออกคือวิธีการจัดการศึกษาในลักษณะการจัดการเชิงพื้นที่แบ่งเป็นโซนสี พื้นที่ไหนพอจะคลายล็อกได้ก็ให้ดำเนินการเปิดโรงเรียนเร็วที่สุด โดยมีมาตรการสนับสนุนเรื่องความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในการจัดการช่วยเปิดการเรียนเพื่อควบคุมป้องกันการติดเชื้อ ในเวลานี้เราไม่สามารถปล่อยให้เด็ก หรือครู ต้องเผชิญปัญหาได้ตามลำพังอีกต่อไป กสศ. จะเข้ามามีส่วนร่วมประสานความร่วมมือ รูปแบบต่าง ๆ ทั้ง สื่อการเรียนการสอน ทุนสนับสนุนเพิ่มเติมสำหรับเด็กและเยาวชนในวิกฤติการศึกษา เพื่อเยียวยาผลกระทบที่ตามมาจากการระบาดของโรคโควิด-19 ในจังหวัด.สมุทรสาคร" ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว


ด้าน ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ปัญหาที่ไม่ควรมองข้ามขณะนี้ คือ ผลกระทบด้านการศึกษา โดยเฉพาะภาวะการถดถอยของการเรียนรู้ (Learning Loss) ที่เครือข่าย กสศ. เพิ่งพบหลักฐานในหลายพื้นที่ของประเทศไทย จากปัญหา Covid Slide ขณะนี้เหลือเวลาเพียงเดือนเศษ สำหรับการเรียนการสอนในภาคเรียนสุดท้ายของปีการศึกษา 2563 แต่ขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอนว่า จ.สมุทรสาคร จะเปิดเรียนได้อีกหรือไม่ในปีการศึกษา 2563

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ เด็กๆในพื้นที่จะขาดโอกาสการได้รับการเรียนการสอน เหมือนนักเรียนในช่วงชั้นเดียวกันยาวนานถึง 1 ภาคเรียน และหากรวมช่วงปิดเทอมฤดูร้อน หมายถึงนักเรียนในจ.สมุทรสาครจะไม่ได้ไปโรงเรียนยาวนานมากถึง 7 เดือนเต็มๆเพื่อลดผลกระทบ กสศ.ร่วมกับหลายภาคส่วนในจ.สมุทรสาคร ในการพัฒนาเป็นพื้นที่ทดลองนำร่องในการจัดการภาวะวิกฤตทางการศึกษา หรือ "สมุทรสาครโมเดล" เพื่อใช้ประโยชน์ทั้งในจ.สมุทรสาครและจังหวัดอื่นๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

ทั้งนี้ โดยระดมความร่วมมือทั้งในจังหวัดและภาคส่วนต่างๆ บูรณาการทุกหน่วยงานในบอร์ดของ กสศ. รวมถึงภาคเอกชน โดยมี 4 เรื่องเร่งดำเนินการ คือ 1.การเร่งสำรวจและประเมินผลกระทบนักเรียนต้องหยุดเรียนยาวนานเป็นรายบุคคล เช่น ภาวะการถดถอยของการเรียนรู้ (Learning Loss) และ ภาวะทุพโภชนาการของเด็กเยาวชนในพื้นที่ 2.การทำงานร่วมกันของเครือข่ายสถานศึกษาในจ.สมุทรสาคร เพื่อวางแผนการจัดการเรียนการสอนในช่วงรอยต่อระหว่างปีการศึกษา 2563-2564 ด้วยการบูรณาการเนื้อหาระหว่าง 2 ปีการศึกษาและการติดตามประเมินผลนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อให้นักเรียนทุกคนมีพัฒนาการด้านการเรียนรู้สมวัยในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญนี้

3.การระดมเครื่องมือ อุปกรณ์การเรียนรู้ เพื่อปิดช่องว่างที่ทำให้เด็กด้อยโอกาสไม่สามารถเข้าถึงการเรียนได้ โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งยังมีการระบาด ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้เพื่อแก้ไขปัญหาภาวการณ์ถดถอยของการเรียนรู้ และภาวะทุพโภชนาการของเด็กเยาวชนในพื้นที่ และ 4.การติดตามเด็กที่ประสบปัญหาวิกฤตการศึกษาเป็นรายคน เพื่อป้องกันการหลุดออกนอกระบบในช่วง 3 เดือนข้างหน้านี้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก เด็กเปราะบาง เด็กด้อยโอกาสที่ควรให้ความสำคัญเป็นกลุ่มแรก

ขณะเดียวกัน Equity Lab กสศ.ยังจัดให้มีนักการศึกษาระดับโลกและผู้เชี่ยวชาญ จาก OECD โดย พอล คอลลาร์ด (Mr.Paul Collard) ผู้มีประสบการณ์ในการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนในภาวะวิกฤตในประเทศต่างๆ มาทั่วโลก มาช่วยอบรมพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนการสอนเพื่อบรรเทาปัญหาความรู้ถดถอยให้กับครูในพื้นที่สมุทรสาครอีกด้วย

ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. กล่าวว่า สหรัฐอเมริกา มีหน่วยงาน Centers for Disease Control and Prevention หรือ CDC ที่จะกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดในช่วงโควิด-19 ว่าควรทำอย่างไร ซึ่งมีคำแนะนำว่า โรงเรียนถือเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัย ควรจะเป็นที่สุดท้ายที่จะปิด และเป็นที่แรกที่จะเปิด โดยให้มีมาตรการป้องกัน

ทั้งนี้ โดยเฉพาะสถานศึกษาของเด็กเล็ก ซึ่งมีสถิติการติดเชื้อน้อยมาก ขณะที่เด็กเล็กไม่ได้ไปเรียนจะส่งผลเสียมากกว่ากลุ่มเด็กโต นอกจากนี้ ทาง CDC ยังมีคำแนะนำเป็นแนวทางปฏิบัติกำหนดพื้นที่เป็น 4 ประเภท คือ สีน้ำเงิน มีผู้ติดเชื้อน้อยกว่า 5 % สีเหลือง มีผู้ติดเชื้อ 5-7.9% สีส้ม มีผู้ติดเชื้อ 8-9.9% และ สีแดงมีผู้ติดเชื้อ มากกว่า 10 % โดยแม้แต่ในพื้นที่สีแดง ก็ยังไม่มีมาตรการให้ปิดโรงเรียนถาวร แต่ให้ใช้หลักเกณฑ์การดูแลป้องกัน เช่น การตรวจหาเชื้อครูทุกคนทุกสัปดาห์ และสุ่มตรวจเด็ก 10 % ทุกสัปดาห์ ขึ้นกับความสมัครใจของเด็ก

สำหรับพื้นที่สีแดงและสีส้ม จะใช้วิธีการเรียนแบบผสมทั้งออนไลน์และในห้องเรียน ซึ่งการจัดห้องเรียนจะมีทั้งลดจำนวนเด็ก สลับวันเรียน และมาตรการโซเชียลดิสแทนซิ่ง ไม่ให้เด็กสัมผัส ไม่มีการเล่นกีฬา พร้อมทั้งมีคำแนะนำให้จัดเป็น Learning Pod ทดสอบการติดเชื้อทั้งเด็กและครู เพื่อลดความเสี่ยงจากการสอนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ส่วนโซนสีน้ำเงินเรียนได้ตามปกติแต่ให้มีมาตรการป้องกัน เช่น การนั่งห่าง 6 ฟุต เล่นกีฬาได้แต่ต้องไม่มีการสัมผัสตัว โดยยังต้องมีการทดสอบการติดเชื้อครูทุกสัปดาห์แต่ไม่ต้องมีการทดสอบเด็ก

"หากเทียบเคียงกับในไทยซึ่งปัจจุบันในพื้นที่จ.สมุทรสาคร ยังปิดสถานศึกษาทั้งจังหวัด ส่งผลให้เด็กเกิดความถดถอยทางการเรียนรู้ มากกว่าพื้นที่ที่เริ่มเปิดเรียนได้แล้ว โดยทางออกสามารถแบ่งโซนคล้ายกับสหรัฐฯได้ โดยพิจารณาการติดเชื้อในพื้นที่ บ้านเด็กนักเรียน การเดินทางของเด็กที่ต้องข้ามเขตพื้นที่ไปยังโซนเสี่ยงหรือไม่ หากพื้นที่ไหนไม่มีความเสี่ยงก็อาจเปิดการสอนได้ โดยมีมาตรการควบคุมการแพร่การระบาด พร้อมตรวจหาเชื้อครูอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้ง โรงเรียนจะมีข้อมูลว่าผู้ปกครองคนไหนทำงานในพื้นที่เสี่ยง ก็กำหนดให้เด็กคนนั้นเรียนออนไลน์ไม่ต้องมาที่โรงเรียน จึงควรมีการประเมินความรู้เด็กว่า ลดลงไปในช่วงที่หยุดเรียนนานๆ เพื่อหามาตรการไปช่วยเหลืออย่างการสอนเสริมนอกเวลาเรียนปกติ"ดร.ภูมิศรัณย์ระบุ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์