ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564

นายกฯอาสาฉีด "วัคซีนโควิด" คนแรก เรียกความเชื่อมั่น

866 9
นายกฯอาสาฉีด วัคซีนโควิด คนแรก เรียกความเชื่อมั่น

นายกรัฐมนตรี ยัน ไปรับวัคซีนล็อตแรก 24 ก.พ. นี้เอง พร้อมฉีดเป็นคนแรก แต่ขอรอดูว่าจะทำได้หรือไม่ ส่วนเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยันไม่สนใจเรื่องคะแนน ขอผ่านเป็นพอ พร้อมโต้กระแส ปรับครม. หลังซักฟอก

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  กล่าวถึงเรื่องวัคซีนจากซิโนแวกจำนวน 200,000 โดสที่จะมาถึงไทยในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยระบุว่า จะไปร่วมในการรับวัคซีนที่สนามบินสุวรรณภูมิด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจว่าวัคซีนได้มาถึงไทยแล้ว และวันหน้าจะมีวัคซีนจากแหล่งอื่นทยอยเข้ามาอีก ซึ่งวัคซีนแต่ละประเภทก็เหมาะกับคนบสงกลุ่ม และบางคนก็ต้องระมัดระวังในการฉีดวัคซีน แต่รัฐบาลยืนยันว่าจะดูแลอย่างเต็มที่ ส่วนผู้สูงวัยและผู้ที่มีโรคประจำตัวก็จะต้องดูว่าเหมาะสมกับวัคซีนชนิดใด พร้อมกับยอมรับว่า เป็นการทำงานที่ยิบย่อย โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 หรือ ศบค. เพื่อพิจารณาคลายล็อกมาตรการ เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้  แต่ประชาชนเองต้องระมัดระวังตนเองไม่ให้เข้าไปอยู่ในความเสี่ยง และไม่สนับสนุนให้เกิดความเสี่ยงเช่นกัน 

ส่วนจะฉีดเป็นคนแรกเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ถ้าฉีดได้ก็จะฉีด ต้องดูว่าวัคซีนประเภทใดฉีดได้หรือไม่ พร้อมถามกับสื่อมวลชนว่า ใครจะฉีดกับตนบ้าง โดยสื่อฯตอบกลับว่าไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง เพราะกลุ่มแรกที่จะได้รับวัคซีนคือบุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มแรก นายกรัฐมนตรีจึงตอบกลับว่า อยู่ใกล้ตนเสี่ยง

ส่วนควันหลงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯกล่าวว่า ขอให้ติดตามการทำงานของรัฐบาล มากกว่าการนำเสนอข่าวเรื่องความขัดแย้งเพียงอย่างเดียว เพราะจะทำให้สิ่งต่างๆที่ทำมาอย่างดีหายไปทั้งหมด อะไรที่ผิดก็ว่าไป ส่วนอะไรที่ถูกก็ขอให้ทำความเข้าใจ ส่วนควันหลงการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็เป็นเรื่องของสภาฯ คนไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เท่าไร เพราะจะต้องดูว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร และแต่ละกระทรวงจะสามารถตอบรับความต้องการของประชาชนได้อย่างไร ขณะที่เรื่องการทุจริตจะต้องมีการสอบสวนต่อไป ส่วนเรื่องความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาล เป็นเรื่องของพรรค และต้องยอมรับว่าเป็นแบบนี้มานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเกิด ซึ่งทั้งในและนอกสภาฯตนไม่ขอตำหนิใครทั้งนั้น 

ส่วนเมื่อถามว่าได้มีการโทรศัพท์หา นาย ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือไม่หลังได้คะแนนรั้งท้ายในการลงมตินั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเองไม่สนใจว่าใครจะได้คะแนนน้อยหรือมาก ใครได้คะแนนเท่าไร เมื่อผ่านการลงคะแนนอภิปรายก็จบแล้ว ซึ่งตนเองได้คะแนนน้อยก็ไม่ได้สนใจ ตนได้น้อย ตนก็ไม่แคร์ ถือว่าจบเพราะถือว่าผ่านแล้ว เขากำหนดตรงนั้นไม่ใช่หรือ   ผ่านอภิปรายไม่ผ่านอภิปรายแค่นั้น งานหลายงานหลายกระทรวงที่ตนมีอำนาจสั่งการ ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งหลายกระทรวงก็อยู่ระหว่าง การปรับปรุงทั้งระบบทั้งองค์กร ที่ต้องปรับทั้งหมดไม่เช่นนั้นจะอยู่ที่เดิม ซึ่งหลายอย่างอาจจะมีความขัดแย้งกัน ไม่เห็นชอบร่วมกัน แต่ในระดับยุทธศาสตร์ หรือบริหาร จะต้องมีการปรับ ซึ่งก็ต้องไปว่ากันในสภาฯ ทั้งพ.ร.บ.ปฏิรูป สภาฯมีหน้าที่เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ซึ่งทุกเรื่องเป็นเรื่องของรัฐสภาตนเป็นฝ่ายบริหาร ไม่จำเป็นต้องโทรหาใคร โดยในวันประชุมหลายคนก็เดินผ่านมาที่ตน ขอแสดงความยินดีกับตน และตนก็แสดงความยินดีกับเขา และไม่ได้สนใจว่าใครได้คะแนนเท่าไร สนใจแค่ว่าผ่านหรือไม่ เพราะฉะนั้นอย่านำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นความขัดแย้งต่อไปอีก พรรคก็เป็นเรื่องของพรรค การจะลงคะแนนเสียงก็เป็นมติของพรรค และเป็นความคิดเห็นของแต่ละบุคคล เป็นการแสดง ความคิดเห็น ส่วนตัวหรือไม่ก็เป็นเรื่องของเขา ตนจะไปยุ่งอะไรกับเขาได้ พร้อมย้ำว่าคะแนนจะมากจะน้อยไม่สำคัญ

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง การชุมนุมว่า หากไม่ผิดกฎหมายก็ชุมนุมไป แต่หากมีการสร้างความรุนแรงและความเดือนร้อนก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย 

ขณะที่กระแสการปรับคณะรัฐมนตรี หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่เคยพูด สื่อมวลชนเป็นผู้ปลุกกระแสเอง ส่วนที่แซวร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่าคะแนนการโหวตไว้วางใจจากสภาฯมากก็ให้มาเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นเพียงการพูดแหย่พูดเล่นกัน จะจับมาเป็นประเด็นทุกเรื่องไม่ได้ บางเรื่องก็เป็นการแสดงความยินดีได้มากหรือน้อยหน่อย ก็ไม่เป็นไร แต่ถือว่าผ่าน และไม่ได้ตั้งใจให้สื่อมวลชนนำมาเผยแพร่ ไม่ได้อะไรกับใครถือเป็นมติของสภาฯก็จบ ซึ่งต้องดูว่าสิ่งที่รัฐบาลทำได้ทำไปถึงไหนแล้ว หากยังทำไม่เสร็จก็ต้องให้ความเป็นธรรม ต้องดูว่าความขัดแย้ง เกิดขึ้นหรือไม่ในองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งตนเองรู้ทุกเรื่องอยู่แล้ว

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยังปฏิเสธว่า ไม่มีความขัดแย้งภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่จะต้องทำให้เกิดความถูกต้อง บางครั้งก็ออกเอกสารที่นำออกมาเผยแพร่โจมตีก็ไม่ควรจะนำออกมาเผยแพร่ ซึ่งเป็นการดำเนินการภายในของหน่วย และตนเคยย้ำว่าใครจะเสนออะไรก็ได้ แต่เป็นเรื่องการพิจารณาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้หรือไม่ได้ก็ว่ากันไป คนเป็นคณะกรรมการก.ตร. ก็มีคณะอนุกรรมการเสนอขึ้นมามีการคัดกรองตามลำดับไม่ใช่ใครจะเสนออะไรก็ได้ จะห้ามคนขอก็ยากอย่าเอาไปเกี่ยวพันกับเรื่องอื่นๆ 

ส่วนได้มีการเรียกพลตำรวจโทต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง  และพลตำรวจโท สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาคุยหรือไม่ หลัง นายรังสิมันต์ โรมส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นตั๋วช้าง  นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้นทำของตนอยู่แล้ว นายกรัฐมนตรีทำทุกเรื่อง ถ้าจะทำให้เร็วขึ้นให้ไปเรียกเขามาคุยเอง ซ้อมย้อนถามกลับสื่อว่า เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือไม่ ไม่ได้เป็นก็ไม่ต้องพูดมาก


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend