ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

"ทิพานัน" จี้ "ก้าวไกล" ถอน "กม.นิรโทษกรรมหมิ่นประมาทสุดซอย"

136 0
ทิพานัน จี้ ก้าวไกล ถอน กม.นิรโทษกรรมหมิ่นประมาทสุดซอย

"ทิพานัน" จี้ "ก้าวไกล" ถอน "กฎหมายนิรโทษกรรมหมิ่นประมาทสุดซอย" ลดทอนบรรทัดฐานที่ดีทางสังคม สร้างความเหลื่อมล้ำเปิดโอกาสคนรวยให้หมิ่นคนอื่น ย้อน อ้างสิทธิเสรีภาพแต่กลับฟ้องปิดปากปชช. เรียกค่าเสียหาย 24 ล้าน

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่พรรคก้าวไกลเสนอให้ยกเลิกและแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 และกฎหมายเกี่ยวกับการหมิ่นประมาท-ดูหมิ่น ว่า การเสนอให้ยกเลิกและแก้ไขมาตรา 112 เป็นข้อเสนอที่เห็นชัดว่าพรรคก้าวไกลไม่เข้าใจหลักการกฎหมายอาญาและสิ่งที่กฎหมายประสงค์จะคุ้มครองหรือเหตุผลที่ต้องบัญญัติความผิดฐานนั้นๆ หรือเรียกว่าคุณธรรมทางกฎหมาย ด้วยความผิดตามมาตรา 112 เป็นบทบัญญัติความผิดลักษณะที่ 1 ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หมวดที่ 1 คือความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ดังนั้นมาตรานี้เป็นเรื่องของการปกป้องคุ้มครองความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรต่อการกระทำที่ละเมิดประมุขแห่งรัฐและหลักการความคุ้มกันประมุขแห่งรัฐตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 6 ว่า "องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้" มาตรา 112 จึงมีหลักการและความสำคัญในการปกป้องคุ้มครองแตกต่างจากความผิดฐานหมิ่นประมาท-ดูหมิ่นที่กฎหมายมุ่งคุ้มครองสิทธิในชื่อเสียงและเกียรติของคนทั่วไปและเป็นความผิดต่อส่วนตัว 

"ดังนั้นจึงไม่สามารถเอามาเทียบเคียงแล้วแก้ไขให้มาตรา 112 กลายเป็นความผิดอันยอมความได้ หรือลดโทษจำคุกและให้ปรับนั้นไม่ได้  อีกประเด็นที่จะให้สำนักพระราชวังเป็นผู้เสียหายและร้องทุกข์นั้น ก็ไม่สมควรทำ เพราะมาตรา 112 มุ่งคุ้มครองความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เป็นความสงบเรียบร้อยของประเทศ" น.ส. ทิพานันกล่าว 

น.ส. ทิพานัน กล่าวว่า ส่วนข้อเสนอที่ 2 ที่ให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อประมุขและผู้แทนแห่งรัฐต่างประเทศนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อสิ่งที่กฎหมายมุ่งคุ้มครองคือสัมพันธไมตรีอันดีกับต่างประเทศ และข้อเสนอที่ 3 ที่เสนอให้ยกเลิกโทษจำคุกของความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ศาลหรือผู้พิพากษา หมิ่นประมาท-ดูหมิ่นผู้อื่น ให้เหลือเพียงโทษปรับนั้น อยากให้พรรคก้าวไกลคำนึงถึงหลักการความเท่าเทียม เพราะเป็นข้อเสนอที่สร้างความเหลื่อมล้ำ อยุติธรรม เปิดโอกาสให้คนรวยมีสิทธิดูหมิ่น-หมิ่นประมาทผู้อื่นได้มากกว่าคนจนอย่างนั้นหรือ? 

"นอกจากนี้พรรคก้าวไกลเสนอให้เพิ่มประเภทคดีปิดกั้นการมีส่วนร่วมสาธารณะ โดยอ้างถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพื่อไม่ให้มีการใช้กฎหมายปิดปาก (SLAPP law) ซึ่งอาจมีการหมิ่นประมาทได้นั้น ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการใช้อำนาจสภาเขียนกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ เช่น กลุ่มผู้ชุมนุมที่จาบจ้วงสถาบันฯ และประเด็นวิจารณ์อื่นๆ ที่ดูหมิ่น-หมิ่นประมาทผู้อื่นอยู่ ขณะเดียวกันมันย้อนแย้งกับที่พรรคก้าวไกลฟ้องร้องประชาชนผู้ใช้สิทธิตามกฎหมายในการตรวจสอบพรรคเป็นคดีอาญาฐานหมิ่นประมาทและเรียกค่าเสียหายทางแพ่งถึง 24 ล้านบาทโดยอ้างว่าเพื่อปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของพรรค จึงสะท้อนให้เห็นว่าสิทธิและเสรีภาพที่พรรคก้าวไกลพูดล้วนเข้าข่ายหลอกลวงทั้งสิ้น"น.ส. ทิพานัน กล่าว 

พรรคก้าวไกลไม่ควรยึดหลักตนมากกว่าหลักการที่ต้องยึดถือ  คล้ายจะออกกฎหมายเพื่อคนที่ไม่เคารพกฎหมาย จึงเกิดคำถามว่า ใครได้-ใครเสีย กับกฎหมายนี้ พรรคก้าวไกลควรให้ความรู้ความเข้าใจกับสมาชิกพรรคและผู้สนับสนุนถึงขอบเขตและความแตกต่างระหว่าง "วิจารณ์" "ดูหมิ่น" "หมิ่นประมาท" "แสดงความอาฆาตมาดร้าย" ก่อนเสนอแก้กฎหมายทุกฉบับ  และควรถอนกฎหมายนิรโทษกรรมหมิ่นประมาทสุดซอยนี้ออกจากสภาฯ ไม่ควรใช้อำนาจออกกฎหมายที่อาจส่งผลให้บรรทัดฐานที่ดีทางสังคมตกต่ำไป  ควรให้ประเทศชาติมีความมั่นคงและเกิดความสงบเรียบร้อยมากกว่ากระทำแบบนี้ น.ส. ทิพานัน กล่าว


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend